ตอนที่ 7
เอ๋ยออกจากโรงพยาบาลไปแจ้งความเรื่องโดนตีหัว เสร็จแล้วกลับเข้าโรงเรียนเพื่อสอนหนังสือตามปกติ แต่ผู้อำนวยการไม่ยินยอม เขาต้องการให้เอ๋ยพักรักษาตัวให้หายดีก่อน ส่วนเรื่องคนร้ายที่เอ๋ยสงสัยว่าน่าจะเป็นญาติหรือคนรู้จักของปทุมแม่ค้าขายของหน้าโรงเรียนนั้นผู้อำนวยการก็คล้อยตาม
เอ๋ยยังไม่กลับบ้านแต่เรียกสมชายนักเรียนที่อยู่ในชุมชนเดียวกับปทุมมาซักถาม ซึ่งก็ได้ข้อมูลไปในทิศทางที่ตัวเองคิดคือปทุมมีหลานเป็นนักเลง วิธูผ่านมาเห็นสองคนคุยกันก็ระแวงขึ้นมาทันที เลียบเคียงถามเอ๋ยหลังจากสมชายผละไปแล้วว่ามีเรื่องอะไรกัน
“เรื่องป้าคนนั้น เพราะสมชายอยู่ชุมชนเดียวกับแก”
“งั้นพี่ก็ไม่ควรไว้ใจสมชาย”
“ทำไม”
“ก็เขาอยู่ชุมชนเดียวกัน เดี๋ยวมันก็ไปบอกกัน คนพวกนี้ไว้ใจไม่ได้”
เอ๋ยมองวิธูอย่างแปลกใจ วิธูรู้สึกตัวรีบบอกว่าตนเป็นห่วงเขา อยากให้เขากลับบ้านไปพักผ่อน เวลาเดียวกันดารากำลังโทร.บอกเดียวว่าเอ๋ยมาโรงเรียนทั้งที่ยังไม่หายดี เดียวขอบคุณเธอแล้วก็รีบมาขออนุญาตโรสไปรับเอ๋ยกลับบ้าน ซึ่งโรสไม่ว่าอะไรและซักถามอาการหลานชายด้วยความเป็นห่วงก่อนกำชับเดียวให้รีบกลับมาทำงาน
ยิ้มเห็นเดียวคว้ากระเป๋าก็ตั้งท่าจะขัดขวาง แต่พอเดียวบอกว่าจะไปรับสามีกลับบ้านก็แปลกใจถามว่าเอ๋ยเป็นอะไร เดียวตอบประชดว่าตอนนี้ยังไม่ถึงแก่ชีวิต สงสัยอะไรเชิญถามพี่แบมเพราะตนต้องรีบไป แบมเลยต้องเล่ารายละเอียดให้พวกยิ้มฟังอย่างเลี่ยงไม่ได้
ขณะที่เดียวจะขับรถออกจากออฟฟิศ เธอเจอป้ามอลลี่กำลังจะกลับ ป้าขอติดรถออกไปด้วยเพราะวันนี้ลาหยุด แต่พอป้ารู้ว่าเดียวจะไปรับเอ๋ยที่โดนตีหัวกลับมาพักที่บ้านและไม่มีคนดูแลเพราะเดียวต้องรีบกลับไปทำงาน ป้าเลยอาสาดูแลให้
สองคนนั่งรถไปรับเอ๋ยที่โรงเรียนด้วยกัน ผู้อำนวยการสนับสนุนให้เอ๋ยกลับบ้านอยู่แล้วก็รีบออกมาส่งถึงรถ เอ๋ยห่วงเรื่องเงินทัศนศึกษาที่ยังหาตัวขโมยไม่ได้จึงฝากวิธูดูเรื่องนี้แทนตนด้วย
เมื่อกลับถึงบ้านเอ๋ยอ้อนให้เดียวประคองเดินเข้าบ้านแต่เธอไม่เล่นด้วย เดียวรีบฝากฝังป้ามอลลี่ดูแลเรื่องยาและอาหารให้เอ๋ย ป้ารับปากขันแข็งแถมยังใจดีจะทำความสะอาดบ้านให้ด้วย
หลังจากเดียวไปแล้ว ป้ามอลลี่เห็นมาสคอตปลาหมึกที่สนาม จำได้ว่าเป็นเจ้าแม่ซีซ่าก็วิ่งถลาออกไปก้มกราบขอโชคลาภ โดยนับหนวดปลาหมึกได้เท่าไหร่ก็จะเอาไปซื้อหวย หากถูกจะนำหัวหมูกับพวงมาลัยมาบูชา เอ๋ยยืนมองอยู่ในบ้านส่ายหน้าไปมา นึกไม่ถึงว่าป้าจะคลั่งเจ้าแม่ปลาหมึกด้วยอีกคน










