ตอนที่ 11
“ผมจะระวังหลังให้ เพราะผมก็อยากเป็นตำนานเหมือนกัน”
“ฉันจะติดต่อนายยังไง”
“ผมจะติดต่อคุณเอง”
“กลับไปได้แล้ว ฉันจะพักผ่อน”
เมฆาจากไปทั้งที่ยังเจ็บกล่องดวงใจ เนตรดาวยิ้มขำ แล้วเตรียมตัวอาบน้ำโดยใส่หูฟังฟังเพลงไปด้วยอย่างเพลิดเพลิน
เมฆากำลังจะออกไปที่รถของตน ยามคนที่ตาจุ้นฝากกระดาษจดหมายไว้รีบมาดักถามว่า
“คุณเป็นเจ้าของมอเตอร์ไซค์นั่นใช่ไหม”
“ใช่ครับ มีอะไร”
“มีคนฝากนี่ให้คุณ แล้วบอกว่าอ่านก่อนที่จะไปที่รถ”
เมฆารับกระดาษมาแกะอ่าน “รถถูกวางระเบิด มีชายสองคนซ่อนตัวอยู่มุมตึกด้านข้างพร้อมกดระเบิด...จากพี่ชายผู้อาภัพ”
อ่านจบเมฆาเคลื่อนตัวไปมุมตึก แล้วเห็นชายสองคนซุ่มอยู่จริงๆ และเมื่อเขาเผยตัวมันก็ตกใจ แต่ไม่ทันได้พูดอะไรเมฆาก็วางมวยใส่มันสองคนก่อน
คมกับตาจุ้นยังจอดรถแอบสังเกตการณ์อยู่ฝั่งตรงข้าม ตาจุ้นถามคมว่าไม่คิดจะไปช่วยน้องหน่อยหรือ
“ฉันช่วยแล้วไง ไปเถอะ สำหรับเขาแค่นี้สบายมาก” พูดจบคมออกรถไปทันที
เมฆาเล่นงานสองคนร้ายได้ไม่ยาก แต่มันก็พยายามกระเสือกกระสนหนีพร้อมกดรีโมตทำให้รถมอเตอร์ไซค์ระเบิดตูมไฟลุกท่วม เมฆาเสียจังหวะจึงไม่ตามมันไป แต่หยิบกระดาษจากผู้หวังดีออกมาดูอีกครั้ง...สงสัยว่าใครคือพี่ชายผู้อาภัพ
ooooooo
เล่าปายังคงถูกคุมขังอยู่ที่เดิมและมีลูกน้องของแคทเธอลีนเฝ้าไว้ สักพักเชนก้าวเข้ามาทักทาย สร้างความประหลาดใจให้กับเล่าปาที่คาดไม่ถึงว่า เชนจะร่วมมือกับแคทเธอลีน
“สวัสดีเล่าปา”
“เชน...แกก็เอากับเขาด้วยหรือ”
“ฉันก็อยากเป็นใหญ่เหมือนแกนั่นแหละแต่เสียดาย...โอกาสของแกหมดแล้ว”
เชนหยิบโทรศัพท์ออกมาโยนให้เล่าปาโทร.บอกกำนันสิงห์ว่าจะนัดส่งของที่แก่งช้างข้าม แต่เล่าปาแสยะยิ้มสวนว่า
“ทำไมฉันต้องเชื่อแก”
“เพราะถ้าแกโทร. แกอาจจะรอด”
“ยังไงพวกแกก็ต้องฆ่าฉันอยู่ดี”
“ฉันไม่เคยฆ่าคนที่มีประโยชน์...ทำตัวให้เป็นประโยชน์ซะ”
เชนต่อรอง เล่าปามองโทรศัพท์แล้วตัดสินใจต่อสายไปที่กำนันสิงห์ พูดคุยเหมือนกับว่างานของเขาสำเร็จเรียบร้อย นัดกำนันมารับของได้ที่แก่งช้างข้าม
“ทำไมต้องที่นั่น”
“ฉันจะไม่เข้าไปในเมืองแล้ว จบงานนี้ฉันขอลา”
“ได้ ไม่มีปัญหา ฉันจะเอาเงินไปให้”
“แล้วเจอกัน”
เชนยิ้มพอใจ พูดกับเล่าปาทันทีที่เขาวางสายจากกำนันสิงห์ “แกก็ยังมีประโยชน์อยู่นี่” แล้วผละไปอย่างพอใจ
ooooooo
ด้านคมที่แอบไปช่วยเมฆาให้รอดตายจากระเบิด เวลานี้เขาอยู่ที่บ้านตาจุ้น กำลังนั่งดูรูปถ่ายครึ่งใบที่เก็บเอาไว้ตั้งแต่เด็ก ตาจุ้นนั่งดื่มเหล้าพร้อมเมียงมองคมอยู่ครู่หนึ่งก่อนถามขึ้นอย่างไม่เข้าใจ










