ตอนที่ 7
เยี่ยมยุทธคร้านจะอธิบายธนู แค่นี้จิตใจเขาก็บอบช้ำแทบแย่เพราะไม่เคยคิดว่าปิ่นมุกจะรู้สึกกับเขารุนแรงขนาดนี้ ที่ผ่านมาใช่ว่าเขาไม่รู้สึกผิดแต่ภารกิจสืบคดีของพ่อแม่ก็ทำให้เขาถอยไม่ได้
ธนูไม่ได้ตอบคำถามเจ้านายหนุ่มเพราะไม่กล้ายอมรับความจริง เยี่ยมยุทธถอนใจยิ้มเยาะ
“นายก็เป็นทาสของเงินจำพวกหนึ่งเหมือนกัน”
“ทาสของเงิน...คุณพูดเรื่องอะไร”
“นายเป็นเด็กวัดเคยจนมาก่อน พอทำงานได้ก็เอาแต่เก็บในธนาคาร เสื้อผ้า อาหารดีๆก็ไม่ยอมซื้อ แม้แต่บ้านสักหลังนายยังไม่กล้าซื้อ เรื่องหุ้นที่ฉันแนะไปกี่ตัวๆนายก็ไม่เคยซื้อ...นายมันพวกขี้งก!”
“ผมควรได้รับการยกย่อง ผมเก็บเงินเก่ง ผิดด้วยหรือ”
“ถ้านายแก่แล้ววิธีนี้ไม่ผิด แต่นายยังหนุ่มแน่นนายยังมีโอกาสกู้เงินซื้อบ้าน ยังมีโอกาสลงทุนเพราะถ้าพลาดนายก็หาเงินใหม่ได้ เงินมีเอาไว้เป็นทาสรับใช้มีเอาไว้งอกเงย หรืออย่างน้อยไว้หาความสุขใส่ตัวก็ยังดี”
“แล้วเรื่องนี้มันเกี่ยวอะไรกับคุณจินดา”
“เงินมันเกี่ยวทุกเรื่องนั่นแหละ เงินคือความมั่นใจ ความภูมิใจของลูกผู้ชาย นายไม่กล้าไปจีบสาว ไม่กล้าบอกความในใจกับคุณจินดาเพราะไม่มั่นใจในตัวเองว่าจะดีพอสำหรับลูกคนรวยอย่างเธอใช่ไหม เพราะฉะนั้น...ไปแก้ไขตัวเองมาใหม่ แทนที่จะมาด่ามายุ่งกับชีวิตฉันไปจัดการตัวเองดีกว่าไหม...ไอ้ปอดแหก!”
ปิ่นมุกตรอมใจที่ถูกเยี่ยมยุทธปฏิเสธคำขอแต่งงาน ดาวเหนือพยายามปลอบใจและดูแลแต่เพื่อนรักกึ่งเจ้านายก็อาการไม่ดีขึ้น เยี่ยมยุทธมีสภาพไม่ต่างกัน ความเครียดที่กักเก็บไว้ทำให้เขาปวดหัวและอาเจียนไม่หยุด กระนั้นเขาก็ไม่คิดหยุดหลอกใช้ปิ่นมุกเพื่อสืบคดีพ่อแม่
“ชีวิตจะปกติได้ไงในเมื่อฉันไม่รู้ว่าน้องอยู่ไหน สิ่งที่เกิดกับพ่อแม่เป็นอุบัติเหตุหรือฆาตกรรม ฉันยังหยุดไม่ได้!”
ooooooo
เยี่ยมยุทธเดินหน้าสืบคดีพ่อแม่ มุ่งหน้าหาเจี๊ยบเพื่อขอดูรอยสักเสือคาบแก้ว ปิ่นมุกไม่ปล่อยวางจ้างวินมอเตอร์ไซค์สะกดรอยตามแต่เยี่ยมยุทธก็รู้ทันและสลัดหลุดจนได้
เจี๊ยบเอาอู่รถไปค้ำประกันให้เพื่อนเลยต้องเปลี่ยนอาชีพเป็นคนงานก่อสร้างและงานแรกของเขากับลูกน้องคือซ่อมแซมอาคารมูลนิธิเจ้าพระยา เยี่ยมยุทธตามสืบจนรู้และตามมาเพื่อขอดูรอยสักแต่ไม่ทันได้เริ่มก็ต้องเปลี่ยนมาเป็นเตือนสติเจี๊ยบเมื่อรู้ว่าเขาช่วยค้ำประกันให้เพื่อนจนเสียอู่รถ
“นี่พี่เจี๊ยบ...จริงๆแล้วผมชื่นชมนิสัยรักพวกพ้องของพี่นะ แต่พี่เข้าใจไหม...ให้ปลาเขาเขาก็กินได้แค่วันเดียว แต่ให้เบ็ดตกปลาสิถึงจะเป็นการให้ที่ถูกต้อง”










