ตอนที่ 2
เยี่ยมยุทธอึ้งไปอึดใจ แกล้งอือออตามน้ำว่ารักปิ่นมุกจริง ดาวเหนือพยักหน้าทวนคำพูดของเขา
“ความรักคือการฟังที่ได้ยิน...ทั้งตั้งใจและไม่ได้ตั้งใจ ฉันนึกว่าพ่อฉันเมาจนไม่เคยได้ยินความทุกข์ของฉัน แต่นี่พ่อจงใจตามออกไปช่วย แกคงได้ยินตอนฉันเปิดประตูบ้านออกไปหาคุณ”
เหตุผลนึงที่ดาวเหนือตัดสินใจช่วยเยี่ยมยุทธกับปิ่นมุกเพราะเชื่อคำพูดเขา พ่อของเธอก็คงคิดเหมือนกันจึงตามไปช่วยเธอจากพวกทวงหนี้นอกระบบ เยี่ยมยุทธแอบรู้สึกผิดเพราะความรักของเขาหมายถึงเธอมากกว่าปิ่นมุก
“คุณช่วยผมเพราะประโยคนั้นเหรอ”
ดาวเหนือพยักหน้า “ฝากคุณปิ่นมุกด้วย...ทำให้เธอกลับมาเป็นเด็กดีของท่านประธานนะคะ พวกเราฝากชีวิตไว้กับธนานุวัตร ถ้าคุณปิ่นมุกทำงานอย่างตั้งใจเราสามคนพ่อแม่ลูกก็จะสบายไปด้วย”
เปรมจิตไม่ได้นิ่งนอนใจเรื่องปิ่นมุก หลังจากข่มขู่ดาวเหนือก็ส่งพีระไปสืบความเคลื่อนไหวจากบัตรเครดิตของลูกสาว ปิ่นมุกรู้จักนิสัยแม่ตัวเองดีเลยแกล้งทำเฉยไม่ยี่หระและไม่ใส่ใจงานธนาคารเหมือนเคย พร้อมประกาศกร้าวจะไม่ทำอะไรทั้งสิ้นระหว่างที่แม่กับพีระไปสัมมนาที่ต่างประเทศ
ปิ่นมุกคิดว่าตบตาแม่สำเร็จแต่ที่เธอคิดไม่ถึงคือเปรมจิตแผนสูงกว่านั้นมากตามติดดาวเหนือเพื่อสืบ
อีกทาง ดาวเหนือไม่รู้เรื่องด้วยมัววุ่นวายขึ้นโรงพักเพื่อแก้ปัญหาหนี้นอกระบบให้พ่อ
ดาวเหนือเก็บคำแนะนำของเยี่ยมยุทธไปคิดและเตรียมตัวอย่างดีเพื่อเจรจากับเจ้าหนี้แทนพ่อโดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจกับเยี่ยมยุทธช่วยเป็นพยาน จนในที่สุดเธอก็เจรจาผ่อนผันการชำระหนี้สำเร็จ
“เฮ้อ...โล่งเลย ต่อไปนี้เดินกลับบ้านดึกๆก็ไม่ต้องผวาอีกแล้ว ขอบคุณมากเลยนะคะที่ยุให้ฉันสู้”
“อย่าลืมตอบแทนผม ผมหวังผล...คำว่าฟรีไม่มีในโลก!”
เยี่ยมยุทธทวงข้อเรียกร้องเรื่องปิ่นมุกทันที ดาวเหนืออึดอัดใจมากเช่นเดียวกับเดือนเพ็ญที่กลัวลูกสาวจะเดือดร้อนเพราะเปรมจิตคงไม่อยู่เฉยหากรู้เรื่อง เยี่ยมยุทธทิ้งสองแม่ลูกให้ถกเถียงกันตามลำพัง ส่วนตัวเองแอบลากแดนไปซักไซ้เรื่องพ่อแม่ที่น่าจะเป็นสมาชิกก่อตั้งธนาคารธนานุวัตรรุ่นแรกๆ
ooooooo
เยี่ยมยุทธเอาภาพบนมือถือที่ตนแอบถ่ายจากห้องอนุสรณ์ของธนาคารให้แดนดู ในภาพ ประกอบด้วยสมาชิกก่อตั้งรุ่นแรกทั้งนนท์ สุดา โตมร เปรมจิต พีระ แดนและสุนทร แดนจำนนท์ได้แต่ไม่มีข้อมูลอะไรนอกจากที่อยู่บ้านที่เกิดไฟไหม้เมื่อหลายปีก่อนเพราะเขาเคยนำเอกสารไปส่ง
แดนพาเยี่ยมยุทธไปบ้านเก่าของนนท์ แต่ทุกอย่างเปลี่ยนไปแทบไม่เหลือซากบ้านหลังเก่า
เยี่ยมยุทธรำพึงเซ็งๆ “กลายเป็นสนามเด็กเล่นไปแล้ว”










