ตอนที่ 6
คำรณอาสาพากฤตย์กับนัทธมนไปท่องราตรี
คืนเดียวกันนั้นเอง เขาพาสองเจ้านายเลขาฯไปร้านดังซึ่งเต็มไปด้วยนักเที่ยวท้องถิ่นและชาวต่างชาติ เสียงดนตรีพื้นเมืองและบรรยากาศคึกคักทำให้กฤตย์กับนัทธมนรู้สึกผ่อนคลายและอารมณ์ดีมากพอจะไปเต้นกลางฟลอร์ตามคำเชิญของคำรณ
สถานการณ์อึมครึมระหว่างกฤตย์กับนัทธมนดีขึ้นมากหลังใช้เวลาร่วมกันบนฟลอร์เต้นรำ นัทธมนสอนเขาเต้นระบำแบบพื้นเมืองซึ่งคำรณถ่ายทอดให้อย่างไม่ขัดเขิน เช่นเดียวกับกฤตย์ที่ยอมทำอะไรสนุกๆในแบบที่ตัวเองไม่เคยทำมานานจนรู้สึกแปลกใจตัวเอง
กฤตย์มอบผ้าซิ่นทอมือเป็นของขวัญให้เลขาฯสาวก่อนแยกย้ายหน้าห้องพัก นัทธมนปลื้มใจมากและหยิบมาใส่ในเช้าวันต่อมาเพื่อไปใส่บาตรข้าวเหนียวร่วมกับเจ้านายหนุ่มและคำรณ
นัทธมนในชุดผ้าซิ่นดูสวยแปลกตาจนกฤตย์กับคำรณอ้าปากค้าง โดยเฉพาะรายแรกจ้องเธอตาเป็นประกาย จนเธอเขินหนักต้องออกตัวแก้เก้อ
“ดิฉันกลัวว่ากลับไปแล้วจะไม่มีโอกาสได้ใส่ชุดแบบนี้ก็เลยเอามาใส่วันนี้ซะเลย”
“ดีแล้วล่ะเพราะคุณสวมชุดนี้แล้วสวยมาก”
คำชมของเจ้านายหนุ่มทำให้นัทธมนถึงกับตาพร่า กว่าจะตั้งสติได้คำรณก็ขับรถมาถึงที่ใส่บาตรข้าวเหนียวประเพณีดังแห่งหลวงพระบางที่นักท่องเที่ยวชอบมีส่วนร่วม ผู้ช่วยสีหนาทยื่นผ้าเบี่ยงให้ตามธรรมเนียม นัทธมนรับมาพาดบ่าง่ายๆก่อนหันไปช่วยเจ้านายหนุ่มที่ทำท่าเงอะๆงะๆจนเธอทนไม่ไหวต้องช่วยผูก
ความใกล้ชิดแบบไม่ทันตั้งตัวทำให้สองหัวใจเต้นแรงก่อนที่นัทธมนจะเป็นฝ่ายรวบรวมสติได้ก่อนและก้มหน้าก้มตารับพรพระและอธิษฐานถึงวรดาในใจ
“วรดา...บุญกุศลในวันนี้ฉันขอยกให้เธอ ฉันจะตามสืบให้ได้ว่าใครกันแน่ที่พรากชีวิตเธอไป”
กฤตย์ก็ตั้งใจรับพรไม่แพ้กันและอธิษฐานถึงวรดา
“ข้าพเจ้าขออุทิศส่วนบุญนี้ให้กับวรดาและขอจงโปรดอโหสิกรรมให้กับข้าพเจ้าด้วยเถิด”
ต่างคนต่างอธิษฐานโดยไม่รู้ว่ากำลังคิดถึงคนเดียวกันอย่างวรดา คำรณไม่รู้ความนัยระหว่างสองเจ้านายเลขาฯสาว หลังใส่บาตรข้าวเหนียวก็พาทั้งสองไปเดินตลาดยามเช้า
นัทธมนชอบบรรยากาศในตลาด อาหารพื้นเมืองมากมายถูกวางขายจนเลือกซื้อไม่ถูก กฤตย์ได้แต่เดินตามเลขาฯสาวกระทั่งเธอหยุดตรงหน้าร้านขายขนมจอกขนมพื้นเมืองของหลวงพระบาง
กฤตย์ควักเงินซื้อขนมจอกให้ นัทธมนจึงแบ่งให้กินด้วย สถาปนิกหนุ่มจะหยิบเข้าปากแต่เลขาฯสาวร้องเตือนชวนให้เขาคิดถึงวรดาที่เคยเตือนเขาตอนกินขนมตาลร้อนๆ
“จะเตือนว่ามันร้อนใช่ไหม”
“ใช่ค่ะ...ของเพิ่งขึ้นจากเตาเมื่อกี้เอง กินเข้าไปเลยได้ปากพองกันพอดี เป่าก่อนสิคะ”
“คุณบ่นซะอย่างกับผมเป็นเด็กๆ”
“ก็แค่หวังดีไม่อยากให้คุณปากพอง”










