ตอนที่ 3
จากนั้นเรื่องโป้ปดก็พรั่งพรูออกจากปากผจญ เขาเล่าให้ฟังว่าวันนั้นเขาวิ่งตามผู้กองนักรบขึ้นไปบนเรือ สิ่งที่เขาเห็นคือผู้กองใช้ปืนยิงคนร้ายจากข้างหลังสองนัด คนร้ายยังไม่ตายทันที หันกลับมายิงผู้กองสองนัดแล้วโยนระเบิดลงพื้น ตอนนั้นเขาไม่ทันดูว่าผู้กองเป็นอย่างไร คิดแค่ว่าต้องกำจัดระเบิดลูกนั้นให้ได้ก็เลยพยายามเอามาทิ้งให้ไกลที่สุดแต่มันคงหลุดมือ สิ่งเดียวที่เขาทำได้คือโดดออกจากเรือ
“โกหก ผู้กองไม่เคยยิงคนข้างหลัง” สมุทรโวยจบลุกขึ้นจะเอาเรื่อง ผจญลุกตาม
“หมวดยอมรับความจริงไม่ได้ใช่ไหม ผิดหวังมากใช่ไหม”
นาวินเห็นท่าไม่ดีสั่งคนของตัวเองให้พอได้แล้วทั้งที่เขาเองอยากต่อยหน้าผจญแทบแย่...
ในเมื่อไม่มีหลักฐานแน่นหนา นาวินจำต้องปล่อยให้ผจญกลับไป สมุทรเข้ามาต่อว่าเจ้านายว่าปล่อยมันไปได้อย่างไรทั้งๆที่รู้ว่ามันใส่ความผู้กอง นาวินปรามถ้าเขายังไม่หุบปากตนจะสั่งขัง
“เชื่อผม ถ้าคุณรักผู้กองนักรบ สิ่งสุดท้ายที่คุณควรใช้คืออารมณ์”
“แล้วตอนนี้พวกผมพอจะช่วยอะไรได้บ้าง”
“เอานี่ไปดู” นาวินยื่นแฟ้มเอกสารให้ สมุทรเปิดดูข้างในเป็นภาพถ่ายหลักฐานทั้งปืน ซากเรือรวมทั้งประวัติของป๊อกและรูปภาพใบหน้าตรง นาวินอธิบายว่านั่นคือคนที่เราเชื่อว่าเป็นคนยิงผู้กองนักรบ
“ทุกคนฟังนะ ขอให้ทุกคนใจเย็นๆแล้วก็รอให้ผู้กองหายจากไอ้โรคความจำเสื่อมแล้วมีโอกาสพูดบ้าง”
ooooooo
เหิมรู้ตัวว่าเรื่องราวต่างๆกำลังสาวมาถึงตัวเอง รีบเก็บเงินยัดใส่กระเป๋าให้ได้มากที่สุด พร้อมกับสั่งสมุนให้เก็บข้าวของและเอกสารทั้งหมดบนโต๊ะจะได้รีบเผ่น
ครั้นเก็บเสร็จ เหิมคว้ากระเป๋าเงินขณะที่สมุนถือกระเป๋าเอกสาร ค่อยๆยื่นหน้าออกมาดูที่ถนนเห็นทางโล่งไม่มีตำรวจ เดินนำสมุนออกมา อารามรีบร้อนไม่ทันเห็นส้มจี๊ดที่เดินถือถุงกับข้าวสดจากตลาด
ชนอย่างจังข้าวของสดตกกระจาย เขาเห็นส้มจี๊ดสาวที่ตัวเองแอบรักก็ชะงัก สมุนสะกิดเตือน
“พี่ รีบไปก่อนตำรวจจะมา”
ส้มจี๊ดไม่ยอมให้ไปคว้าแขนเหิมไว้ สั่งให้บอกมาว่าเอาตัวพี่ยอดรักไปซ่อนที่ไหน เขาปัดมือเธอออกแล้วผลักอย่างแรงจนล้ม ก่อนเดินหนีไปขึ้นรถที่สมุนสตาร์ตเครื่องรออยู่ ส้มจี๊ดโมโหมากลุกขึ้นได้เอากับข้าวสดที่เพิ่งซื้อมาปาใส่รถ พร้อมกับตะโกนไล่หลังให้เขาเอาตัวพี่ยอดรักของเธอคืนมา เหิมไม่สนใจสั่งให้สมุนขับรถออกไป เธอได้แต่มองตามทั้งแค้นใจและเป็นห่วงความปลอดภัยของยอดรัก...
ที่บ้านของครูสมัย ชบาเริ่มโมโหหิวที่ป่านนี้ส้มจี๊ดยังไม่กลับจากตลาดมาทำกับข้าวให้กิน บ่นไม่ทันขาดคำส้มจี๊ดเดินหน้าบอกบุญไม่รับเข้ามาพร้อมผักบุ้งสองต้นกับไข่ไก่หนึ่งฟอง ชบากำลังโมโหหิวก็เลยมีปากเสียงกัน ส้มจี๊ดรำคาญคว้าไข่ที่เหลือฟองเดียวมาบีบใส่หัวแม่เลี้ยง สองคนทะเลาะกันใหญ่โต ครูสมัยได้ยินเสียงเอะอะเข้ามาถามว่าเกิดอะไรขึ้น ชบาฟ้องถูกส้มจี๊ดกลั่นแกล้งทำไข่แตกใส่หัว
“แค่ฉันบ่นว่าพี่หิว ทำไมกลับมาช้าแถมจ่ายกับข้าวมาน้อย มันก็โมโหฉัน”
“โกหก ส้มจี๊ดไม่ได้เหลวไหลแต่ตอนกลับส้มจี๊ดบังเอิญไปเจอไอ้เหิมมันกำลังหนี ส้มจี๊ดเลยถามมันว่ามันเอาพี่ยอดรักไปไว้ที่ไหน” ส้มจี๊ดเล่าไม่ทันจบ ครูสมัยตบผัวะโทษฐานบ้าผู้ชายไม่เลิกห่วงมันมากกว่าคนที่บ้าน ส้มจี๊ดเสียใจวิ่งขึ้นห้องไปทั้งน้ำตา ชบาอยากรู้เรื่องยอดรักจัดแจงแต่งเรื่อง
“พี่ก็แรงไป...ไปลงไม้ลงมือกับมัน เดี๋ยวชบาไปดูมันหน่อยดีกว่า ขอตัวแป๊บ” ชบารีบตามลูกเลี้ยงไป
“ช่างหัวมันชบา อยากไปรักไอ้คนเลวอย่างไอ้ยอดรักก็ช่างหัวมัน” ครูสมัยตะโกนไล่หลังอย่างหัวเสีย
ครู่ต่อมาส้มจี๊ดเห็นชบาเข้ามาในห้องก็โวยวายว่านี่ห้องของตนเข้ามาทำไมไล่ตะเพิดไปให้พ้น ชบาขอให้เธอใจเย็นๆ ตนมาดี เธอไม่เชื่อว่านังอสรพิษอย่างชบาจะดีกับใครเป็น
“เออจะด่าก็ด่าเถอะ แต่ไอ้เหิมมันบอกไหมว่าพี่ยอดรักอยู่ที่ไหน”
“มันไม่บอก แต่คอยดูนะ ต่อให้มันเอาพี่ยอดรักไปซ่อนไว้สุดหล้าฟ้าเขียวแค่ไหน ฉันจะต้องตามหาพี่เขาจนเจอ” ส้มจี๊ดประกาศหนักแน่น
ooooooo
ยอดรักในคราบนักรบเห็นกับข้าวที่ทางโรงพยาบาลจัดให้ก็เบือนหน้าหนีไม่ยอมกินเนื่องจากมีแต่กับข้าวจืดๆ ทั้งแกงจืดผักกาดขาวทั้งไข่พะโล้ ชลดาแปลกใจมากเพราะปกติเมนูเหล่านี้เป็นของโปรดของนักรบ
เธอพยายามคะยั้นคะยอให้เขากิน เขาส่ายหน้าไม่ยอมกิน เธอไม่อยากฝืนใจถามว่าอยากกินอะไรให้บอกจะไปสรรหามาให้ จังหวะนั้นมีกลิ่นอาหารอีสานลอยมาเเตะจมูก เขาคว้ามือชลดาเดินตามกลิ่นไป ไม่นานนักทั้งคู่มาถึงโรงอาหารของโรงพยาบาล เดินมาหยุดหน้าร้านขายอาหารอีสานตามสั่งของมะลิกับมาลัย เห็นที่ร้านกำลังตำส้มตำปลาร้าอยู่ ยอดรักยืนมองน้ำลายไหล มะลิกับมาลัยเห็นเขาก็ร้องทักหายดีแล้วหรือ










