ตอนที่ 3
“ผมว่าตอนเด็กๆเขาคงขาดความอบอุ่นนะหมอชล โดยเฉพาะแม่ เขาเลยเอาคุณมาแทนแม่ที่เขาคิดถึง”
ชลดาขวัญเสียที่อยู่ๆคนรักกลายเป็นเด็ก
ขณะที่นาวินวิตกกังวลเรื่องที่ต้องเสียทหารกล้าอย่างนักรบไป พลันมีเสียงตะโกนดังมาจากในห้องตรวจ ร้องเรียกแม่ลั่น ตอกย้ำคำวินิจฉัยของหมอ...
ตกค่ำชลดากลับไปเก็บเสื้อผ้าข้าวของเพื่อมานอนเฝ้าไข้ชายคนรัก น้อยเด็กรับใช้ที่มาช่วยแพ็กกระเป๋าถามเธอว่าจะเอาตุ๊กตาตัวไหนไปด้วยแล้วหยิบตุ๊กตาตัวใหญ่ยักษ์สองตัวมาให้เลือก
“แม่น้อย ตัวใหญ่ใครเห็นได้อายเขาตาย งานนี้ต้องอ๋งเท่านั้น”
น้อยรับคำวิ่งไปหาตุ๊กตาชื่ออ๋ง ภคินียืนหน้าคว่ำอยู่ที่ประตูห้องบอกน้อยว่าอ๋งอยู่ในห้องเก็บของ
ชั้นบนซ้ายมือ ท่านเพิ่งเอาไปอบแล้วเก็บใส่ถุง น้อยวิ่งปรู๊ดไปที่ห้องเก็บของพร้อมตุ๊กตาในมือ ภคินีคว้าตัวตุ๊กตาจากมือเธอมาถือไว้เอง จะแบกไปด้วยทำไมให้เกะกะ เมื่อได้อยู่กันตามลำพังแม่ลูก ภคินีเล่นงานลูกทันที
“ชล แม่ขอสั่งให้หนูเลิกความคิดที่จะไปนอนค้างอ้างแรมกับอีตาผู้กองนั่น”
“ชลขอไม่ทำตามคำสั่งเพราะชลไม่ได้ไปค้างอ้างแรมนะแม่ ชลไปนอนเฝ้าไข้”
“จะอะไรก็เถอะ นี่ถ้าลูกยังคิดว่ามีแม่คนนี้อยู่
...อย่าไป”
“แม่อย่าใจร้ายซิคะ เขากำลังต้องการหนู เขาคิดว่าหนูคือแม่เขาอ่ะ”
“เชอะ บ้าสิ แม่ยังสาวเกินกว่าจะเป็นยาย”
“น่าแม่ ถือว่าทำบุญนะคะ นี่ถ้าชลรับปากแต่งงานกับเขาไปเรื่องมันคงไม่เป็นอย่างนี้หรอก” ชลดารู้ว่าตัวเองเผลอพูดเรื่องนี้ออกไปรีบเอามือปิดปาก ภคินีตกใจแทบลมจับ
“หา!!! ลูกพูดว่าเขาขอลูก...แต่งงาน เขากล้าดียังไงที่ข้ามหัวแม่แล้วไปขอลูกแม่แต่งงาน บอกมานะ เรื่องนี้พ่อของลูกรู้ไหม” ภคินีมองลูกอย่างคาดคั้น ชลดาค่อยๆพยักหน้า ท่านแค้นมากตะโกนเรียกหานาวินลั่นบ้าน แล้วจ้ำพรวดๆออกจากห้องลูกสาว อย่างพร้อมจะมีเรื่อง
ooooooo
นาวินกำลังคุยกับแช่มอยู่ในห้องรับแขก ถึงกับสะดุ้งโหยงเมื่อได้ยินเสียงแปดหลอดของภคินี ก่อนที่เขาจะทันพูดอะไร เธอปรี่เข้ามาพร้อมตุ๊กตาในมือ ชลดาที่วิ่งตามลงมาอดหวั่นใจแทนพ่อไม่ได้
“คุณรู้เรื่องอีตาผู้กองมาขอลูกเราไหม” ภคินีเน้นทีละคำ นาวินตอบด้วยเสียงเกือบกระซิบว่ารู้ ขาดคำเธอฟาดตุ๊กตาใส่เขาไม่ยั้ง เขาต้องวิ่งหนีไปรอบห้อง ภคินีวิ่งไล่ไม่ลดละ
“รอให้ฉันตายก่อนเถอะ เชอะ”
“งั้นลูกคงไม่ต้องรอนานเพราะขืนของขึ้นอย่างงี้เดี๋ยวคงหัวใจวายตาย”
“ไม่ต้องทำพูดดี อ้อ เดี๋ยวนี้คนบ้านนี้ใครจะทำอะไรก็ทำไปเลยไม่ต้องคิดถึงหัวอกคนคนนี้ใช่ไหม ทุกคนเห็นฉันเป็นหัวหลักหัวตอใช่ไหม” ภคินีโวยไปพลางหอบแฮกๆไปด้วย
จังหวะนั้นน้อยเดินแบกกระเป๋าเสื้อผ้าของชลดากับอ๋งตุ๊กตาตัวน้อยลงมาสมทบ ส่งอ๋งให้เจ้าของถือไว้ ภคินีดราม่าทันที เดินไปดูรูปต่างๆที่วางเรียงรายอยู่บนตู้โชว์ ส่วนใหญ่จะเป็นรูปตัวเองกับลูกไล่ตั้งแต่เล็กจนโต มีเพียงรูปเดียวที่เป็นภาพถ่ายครอบครัวพร้อมหน้าพ่อแม่ลูก
“ชล ดูภาพเก่าๆของเราเดี๋ยวนี้ เอาล่ะ ตอบคำถามแม่มาตั้งแต่เล็กจนโตมีภาพไหนที่หนูถ่ายกับพ่อไหม”
ท่านนายพลขอใช้สิทธิที่ถูกพูดพาดพิง อธิบายว่าตลอดเวลาเหล่านั้นท่านไปปฏิบัติภารกิจลับเสี่ยงชีวิตตามที่ต่างๆทั้งในและนอกประเทศ ภคินีมองนาวินแค้นฝังหุ่นแล้วเดินไปโอบคอลูกให้หันไปทางพ่อ บอกให้ลูกดูผู้ชายคนนั้น คนที่เหมือนผู้กองนักรบไม่ผิดเพี้ยน เขาแต่งงานกับกองทัพไปแล้ว กองทัพคือรักแท้ของเขา
“ถึงหนูจะแต่งงานกับเขา เขาก็จะไม่เปลี่ยนเขารักกองทัพมากกว่าเรา เขาจะไม่มีเวลาให้ลูกของแม่หรอก”
“แม่อย่าโกรธชลนะ แต่ชลคิดเป็น ชลโตแล้ว ชลต้องไปแล้ว”
ภคินีมองลูกสาวที่บอกว่าตัวเองโตแล้วแต่ยังติดตุ๊กตาอ๋งงอมแงมแล้วเศร้ามาก “จ้า ดูก็รู้ว่าลูกโตแล้วจ้า จำไว้แม่คนนี้ไม่มีวันโกรธลูก เพราะแม่เอาความโกรธไปลงที่พ่อของลูกหมดแล้ว” ภคินีพูดจบจ้องนาวินราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ “ตราบใดที่ลูกยังคบกับลูกน้องคุณ...คุณก็นอนมันข้างล่างนี่แหละห้ามขึ้นข้างบนเด็ดขาด”
นาวินโวยวายแล้วจะให้ไปนอนตรงไหน ภคินีไม่สนเขาจะนอนตรงไหนก็ช่าง มองสามีแล้วมองลูกสาวก่อนเดินสะบัดขึ้นข้างบน นาวินเห็นลูกหน้าจ๋อยเดินเข้าไปปลอบว่าไม่ต้องเป็นกังวล เดี๋ยวแม่ก็เป็นปกติ ให้ลูกไปทำธุระตามสบาย เธอพยักหน้ารับคำเดินออกจากบ้าน แช่มหิ้วกระเป๋าเสื้อผ้าของเธอตามไป...
Powered by Froala Editor










