ตอนที่ 7
ช่อแพรตอบแทนศิวัช “คุณลืมหรือไงคะว่าสองคนนี้เขาหลงป่าด้วยกัน ออกมาแล้วก็คงจะสนิทกัน...ใช่ไหม”
ศิวกรพยักหน้ายิ้มๆ แกล้งทำเออออ ดาวประดับเสียอีกเต้นผาง
“ใครเชิญนายมา!”
“ฉันเอง พอดีฉันเพิ่งนึกได้ว่าเราควรเลี้ยงขอบคุณศิวัชเขาที่ช่วยดูแลดาวตอนที่อยู่ในป่าไง”
ช่อแพรถือวิสาสะตอบแทน แววตาเป็นประกายเมื่อเห็นขวดไวน์ในมือเขา
“ของดีซะด้วย...ค่อยเหมาะกับโอกาสพิเศษอย่างนี้หน่อย”
ดาวประดับทนไม่ไหว โพล่งลั่น “ไม่เป็นไรค่ะ ให้เขาเอากลับไปเถอะค่ะ ดาวไม่ได้ต้องการอะไรเพราะชีวิตดาวมีครบแล้ว ส่วนถ้ามันจะมีอะไรเพิ่มมา...มันก็ไม่ต่างจากขยะ”
ศิวกรแอบสะเทือนใจที่ได้ยินดาวประดับพูดแบบนั้น กระนั้นก็ทำเหมือนไม่ยี่หระ
“ก็ดีครับ คุณดาวพูดอย่างนี้ผมจะได้สบายใจ” พูดจบก็หันหาช่อแพร “ขอบคุณนะครับที่ชวนผมมา ที่จริงคุณช่อไม่ต้องเลี้ยงขอบคุณผมก็ได้เพราะเรื่องที่ผมช่วยคุณดาวไว้ในป่าผมก็แค่ทำไปตามหน้าที่ของมนุษย์คนนึงเท่านั้น”
“อ้าวเหรอ...พวกเธอสองคนคงไม่ได้เล่นละครหลอกพวกเรากันใช่ไหม”
ช่อแพรวกเข้าประเด็นสำคัญของแผนครั้งนี้ ปราณนท์ยังจับต้นชนปลายไม่ได้ โพล่งถาม
“หมายความว่าไง”
“ไม่มีอะไรหรอกค่ะ พอดีเมื่อตอนกลางวันฉันเห็นยัยดาวออกไปกับศิวัชก็เลยคิดว่าเธอสองคนอาจจะไปฉลองวันเกิดล่วงหน้ากันมาแล้วก็ได้”
คำพูดของน้าสาวทำให้ดาวประดับหน้าซีด ธาดาสงสารเลยออกตัวแทนเธอ “ผมคิดว่าคงไม่มีอะไรหรอกครับ เพราะนายศิวัชเองก็ทำงานด้านดูแลภาพลักษณ์องค์กร เขาคงรู้ว่าอะไรที่มันเหมาะสมหรือไม่เหมาะสม”
ศิวกรในคราบศิวัชผงะ รู้ตัวว่าถูกแขวะแต่ไม่ทันโต้ดาวประดับก็โพล่ง
“ไม่หรอกธาดา ของอย่างนี้บางทีมันก็อยู่ที่จิตสำนึก ไม่ได้อยู่ที่หน้าที่การงาน”
ดาวประดับเคืองไม่หายที่ถูกเขาจูบเธอเมื่อกลางวัน ศิวกรรู้ดีแกล้งแหย่
“คุณดาวพูดก็ถูกนะครับ มันก็คงเหมือนผู้หญิงบางคนที่สวยแต่รูปจูบไม่หอม!”
ooooooo
คำพูดของศิวัชทำให้ทุกคนช็อก โดยเฉพาะช่อแพรกับธาดาที่ร้อนรนอย่างหนักอยากรู้เรื่องระหว่างศิวัชกับดาวประดับ ปราณนท์งงมากอ้าปากจะถามแต่ดันมีสายสำคัญโทร.เข้ามาเสียก่อน
“ขอโทษนะทุกคน พอดีมีเรื่องสำคัญต้องคุย... ขอตัวก่อนนะ”
ดาวประดับหน้าเสีย “สำคัญมากเหรอคะ”
“ไม่มีอะไรสำคัญไปกว่าวันเกิดลูกหรอก แต่พ่อต้องคุยสายนี้จริงๆ มีความสุขมากๆนะ”
พูดจบก็จะผละไปพร้อมเดชา ดาวประดับทนไม่ไหวแหวใส่ศิวัช
“นายคือคนที่ควรจะไป ไม่ใช่พ่อฉัน!”
ศิวัชยักไหล่ไม่สะทกสะท้าน ขอตัวไปเข้าห้องน้ำก่อนกลับ ดาวประดับมองตามด้วยความแค้นใจแต่ทำอะไรไม่ได้ เช่นเดียวกับธาดากับช่อแพรที่ต้องทนเก็บความสงสัยไว้ทั้งที่ในใจพลุ่งพล่านด้วยความอยากรู้
ปราณนท์ไม่ได้สนใจเรื่องใครอีก มัวคุยธุระสำคัญกับใครบางคน เดชาเห็นเจ้านายวางสายก็จะพากลับเข้างานแต่ปราณนท์ปฏิเสธอยากอยู่เงียบๆมากกว่า
“แต่คุณดาวน่าจะอยากให้คุณท่าน...”
“ฉันไม่อยากนั่งร่วมโต๊ะกับผู้ชายที่ใครๆ ก็รู้ว่าเป็นชู้กับเมียฉัน”
เหตุผลของเจ้านายทำให้เดชาค้านไม่ออกได้แต่ผละไปหลังจากนั้น ทิ้งปราณนท์ให้ครุ่นคิดลำพังว่าจะจัดการเช่นไรกับเรื่องที่ช่อแพรก่อ










