ตอนที่ 7
ความใกล้ชิดทำให้หนุ่มสาวต่างตะลึงกันไปครู่หนึ่ง พอมัทนีได้สติก็รีบผลักพิทยาธรออก แล้วได้ยินเจ๊จวบส่งเสียงเอะอะโวยวาย จึงพากันวิ่งออกมา
เจ๊จวบชี้มือไปหน้าร้านที่สองหนุ่มหน้าเหี้ยมขึ้นรถกระบะเร่งเครื่องออกไป
“มันไปโน่นแล้วๆ”
พิทยาธรเสียดายที่ช้าไป แต่ทันได้เห็นท้ายรถมีสติกเกอร์รูปดาว เขาถามเจ๊จวบว่า
“มันยังไม่ได้ทำอะไรใช่มั้ย”
“ยังๆ มันแค่เข้าไปหลังร้าน จะไปขอไลน์นังมัท”
พิทยาธรเหลียวหาผู้หญิงหัวโล้นหลานของ
เจ๊จวบแต่ไม่เจอ บ่นอย่างข้องใจว่า “ขอไลน์ไอ้โล้นเนี่ยนะ แล้วนี่ไอ้โล้นอยู่ไหน”
สองน้าหลานงุนงง พิทยาธรตะโกนลั่นพลางหันซ้าย หันขวา
“ไอ้โล้น...ออกมา...หน้าอย่างงี้เหรอจะมีคนมาจีบ ออกมาคุยกันหน่อยซิ”
“หมวด...หมวดตะโกนเรียกใคร”
“ก็ไอ้โล้นไงเจ๊ ไหนครับ ไอ้โล้นอยู่ไหน”
“ก็ยืนนี่ไง” เจ๊จวบชี้มัทนีทันที พิทยาธรถึงกับสะดุ้งตกใจ
“หา!! นี่คุณคือ...”
“ใช่ ฉันนี่ไงไอ้โล้น”
พิทยาธรอึ้งและเหวอ รู้สึกตัวเองหน้าแตกละเอียด
ooooooo
ครู่ต่อมา หมวดหนุ่มนั่งหน้าเจื่อนชำเลืองมองมัทนีที่ไปเอาน้ำมาเสิร์ฟ ส่วนเจ๊จวบนั่งเผชิญหน้ากับหมวดอย่างขำๆ
มัทนีเดินหน้าหงิกมาพร้อมแก้วน้ำ วางกระแทกบนโต๊ะอย่างไม่สบอารมณ์นัก
“เอ้าน้ำ ดื่มซะ เดี๋ยวจะหาว่าไม่ต้อนรับ”
พิทยาธรยังมองหน้าเธอยิ้มๆ ไม่ค่อยอยากเชื่อสายตาว่าจะเป็นคนเดียวกับยัยหัวเหม่ง
“นี่...จะมองอีกนานมั้ย”
“ก็ไม่อยากจะเชื่อเลยน่ะสิว่าเธอจะสวยเบอร์นี้”
“สวยเหมือนเจ๊ไง ตอนสาวๆเจ๊ก็สวยแบบนี้แหละ”
“แสดงว่าถ้าแก่ก็จะหน้าตาแบบนี้ใช่มั้ย”
“ใช่...ยิ่งแก่ยิ่งสวย” เจ๊จวบตอบอย่างภูมิใจมาก
พิทยาธรรีบเปลี่ยนเรื่องไม่อยากต่อความยาว ถามมัทนีว่า
“แล้วตกลงไอ้สองคนนี่มันก็แค่จะมาจีบ แต่ยังไม่ได้ทำอะไรใช่มั้ย”
“ยัง...แค่เอาโทรศัพท์ฉันไปส่องไลน์”
“แต่ท่าทางมันไม่น่าวางใจนะหมวด ครั้งก่อนตอนที่มันมากินข้าว มันพกปืนพกระเบิดมาด้วย”
“แสดงว่าเคยมาที่นี่ ครั้งนี้เป็นครั้งที่สอง”
“ใช่ ครั้งแรกมันก็มากันสองคนแบบนี้แหละ มากินข้าวแต่พกปืนพกระเบิดมาด้วย รถกระบะก็ขับคันนี้ มา เจ๊จำได้ข้างหลังรถมีสติกเกอร์รูปดาว”
“ที่มือมันก็มีลายสักเป็นรูปดาวเหมือนกัน”
“รูปดาวเหรอ”
พิทยาธรครุ่นคิดในคำบอกเล่าเรื่องสติกเกอร์รูปดาว เนื่องจากคุ้นๆว่าเคยผ่านตาเรื่องนี้จากที่ไหน
หลังจากนึกได้หมวดพิทยาธรรีบกลับมาที่โรงพัก ตรงไปหาจ่าพจนารถที่กำลังง่วนกับงานเอกสารอยู่
“จ่าพอจะจำได้ไหมว่ามีคดีไหนบ้างที่คนร้ายใช้รถกระบะ แล้วมีสติกเกอร์รูปดาว”
“เดี๋ยวนะ พอดีมันเยอะ ขอผมนึกดูก่อน”










