ตอนที่ 7
“เป็นตำรวจแต่ถือศีลกินเพล แล้วอย่างงี้ผู้ร้ายที่ไหนมันจะเกรงใจ”
“สงสัยถ้าจับผู้ร้ายได้ คงจะให้พระมาเทศน์สั่งสอนแล้วค่อยปล่อยตัวออกมา”
อเนกกับทรัพย์อนันต์พูดแล้วหัวเราะนำ คนอื่นๆ ขำกลิ้ง ใหญ่นั่งนิ่งอดทน
พิเชษฐ์ข้องใจเอ่ยปาก “ขอโทษนะสารวัตร แล้วอย่างนี้สารวัตรจะเข้าสังคมกับคนอื่นยังไงกันครับ เพราะอย่างที่รู้ๆกัน ในทุกสังคมมันต้องใช้เหล้าเป็นตัวนำกันทั้งนั้น”
“ผมคงไม่เข้าสังคมแบบนั้นหรอกครับถ้าไม่จำเป็น”
“ไม่เป็นไรๆ ถ้าสารวัตรไม่ดื่ม ผมก็ไม่บังคับยังไงดูแลเรื่องน้ำดื่มให้สารวัตรด้วยนะอรไท”
อรไทรับคำเสี่ยน้อยแล้วรินน้ำดื่มให้สารวัตรเธอแอบสบตาเขาและยิ้มให้น้อยๆเหมือนจะให้กำลังใจ
เมื่ออาหารเต็มโต๊ะพร้อมแล้ว แต่กำนันฉลองโชคก็ยังหาเรื่องกระเซ้าเย้าแหย่อรไทไม่เลิก โดยคนอื่นๆ ก็ผสมโรงพูดจาน่าเกลียดออกแนวลวนลามลามกจนอรไทต้องพยายามสะกดความรู้สึกไม่พอใจเอาไว้ แต่ถ้าหนักหนาก็มีบ้างที่ตอบโต้ออกไป แต่พวกนั้นกลับยิ่งหัวเราะชอบใจ
อรไททั้งเบื่อหน่ายและอึดอัดจึงหาทางเลี่ยง “เดี๋ยวขอตัวไปดูโต๊ะอื่นก่อนนะคะ ตามสบายค่ะ”
เธอเดินออกไปแต่ไม่วายแอบมองใหญ่ที่อยู่เงียบๆ ไม่ร่วมวงสนทนากับคนอื่น ส่วนเสี่ยน้อยก็ยังพยายามเอาใจสารวัตรใหญ่โดยการตักอาหารใส่จานให้และชวนคุย
“ทานจานนี้สิครับ อร่อยมาก”
“ขอบคุณมากครับ”
“ปกติสารวัตรชอบอาหารประเภทไหนครับ”
“ผมทานได้ทุกอย่างครับ ไม่ได้ชอบอะไรเป็นพิเศษ”
“สงสัยวันหลังคงต้องเชิญไปทานที่บ้านผมดูบ้าง”
“อย่าดีกว่าครับ ผมไม่สะดวก”
เสี่ยน้อยชะงัก คนอื่นๆแอบเหล่กันไปมา รู้สึกไม่พอใจอย่างมากแต่ข่มใจไว้เพราะกลัวไก่ตื่น
“ทำไมครับ ผมก็แค่ถูกชะตา ผมว่าสารวัตรกับผมน่าจะคบหากันได้” เสี่ยน้อยตื๊อ
“คบผมไว้ในฐานะที่ผมเป็นผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ คอยปราบปรามคนที่ทำผิดกฎหมายน่าจะดีกว่าครับ ผมไม่สะดวกที่จะให้คบในฐานะอื่น”
คำตอบของใหญ่สร้างความไม่พอใจให้ผู้ว่าฯ พิเชษฐ์ถึงขนาดทนนิ่งเฉยไม่ได้ เตือนกึ่งปรามว่า
“คุณใหญ่...คนอย่างเสี่ยไม่ได้ถูกชะตาใครง่ายๆ เลยนะ ตั้งแต่ผมอยู่จังหวัดนี้ ผมก็เพิ่งเห็นเสี่ยเขาชวนคุณไปทานข้าวที่บ้านคนแรกนี่แหละ”
“รู้สึกเป็นเกียรติครับ แต่ผมขอทุ่มเทเวลาให้กับเรื่องงานก่อนน่าจะดีกว่า...วันนี้ก็เย็นมากแล้ว ยังไงผมคงต้องขอตัวก่อนนะครับ”










