ตอนที่ 7
“งั้นเดี๋ยวผมพาจ่าบุญเชิดไปโรงพักเองครับ” พิทยาธรอาสา ส่วนคนอื่นแยกย้าย ปราการยืนมองอยู่ห่างๆ ผิดหวังที่แผนกำจัดสารวัตรใหญ่ไม่สำเร็จ
ooooooo
เช้าวันถัดมา ตำรวจทำหน้าที่ตั้งด่านตรวจตามปกติ แต่พบรถบรรทุกคันหนึ่งไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียนจึงมีการตรวจค้นทำให้คนขับไม่พอใจและใช้ชื่อเสี่ยน้อยผู้เป็นนายมาอ้าง
รถของเสี่ยน้อยทางตำรวจเคยเตือนหลายครั้งแล้วเรื่องติดแผ่นป้าย จเรซึ่งเป็นหัวหน้าตำรวจจราจรจึงให้ลูกน้องเขียนใบสั่ง แต่คนขับก็ยังกร่างว่าเดี๋ยวตนโทร.เข้าบริษัทกริ๊งเดียวก็เรียบร้อย
นวคุณรับสายแล้วขอคุยกับจเร ถามด้วยน้ำเสียงฉุนๆว่า “ทำไมวันนี้มาถามหาใบอนุญาตล่ะครับ รถบริษัทผมก็ขนส่งกันอย่างนี้ทุกวัน สติกเกอร์โนบิตะก็ซื้อมาติดกันแล้ว ทำไมต้องมีปัญหาอะไรด้วย”
“สติกเกอร์โนบิตะอะไร ผมไม่รู้เรื่อง”
“งั้นก็ลองถามพวกลูกน้องที่โรงพักดูสิครับ โดยเฉพาะดาบหมู”
“เรื่องนั้นไว้ผมจะเคลียร์เอง แต่ตอนนี้ถ้าคุณ
ไม่มีใบอนุญาตมาแสดง ผมคงต้องดำเนินคดีตามกฎหมาย”
“ถามจริงๆนะ อยู่พระลานมาเป็นชาติแล้ว ทำไมจู่ๆถึงได้ลุกขึ้นมามีปัญหากับบริษัทผม ไม่รู้หรือไงว่าบริษัทนี้เป็นของใคร”
“ผมทราบครับว่าพวกคุณใหญ่โตแค่ไหน แต่ตอนนี้คงอะลุ่มอล่วยให้ไม่ได้แล้ว เพราะสารวัตรท่านสั่งมา”
จเรวางสายไป นวคุณฉุนขาด รีบรายงานเสี่ยน้อยก่อนจะเตรียมเงินสดจำนวนมากเพื่อไปติดสินบนสารวัตรใหญ่ตามคำสั่ง
เวลานั้นใหญ่กำลังสอบสวนทวนความลูกน้องเรื่องสติกเกอร์เจ้าปัญหาอยู่ในห้องทำงานที่โรงพัก
“ผมไม่สนใจนะว่าที่แล้วมามีการจ่ายเงินค่าสติกเกอร์กันยังไง แต่ผมขอบอกเอาไว้ตอนนี้เลยว่าทุกคนต้องยกเลิกให้หมด ห้ามมีเรื่องแบบนี้อีก พวกเราคือตำรวจมีหน้าที่ต้องดูแลความสงบให้กับสังคม ไม่ใช่มาทำตัวเป็นเจ้าพ่อมาเฟียซะเอง”
“ผมขอโทษทุกคนด้วยครับ ต่อไปจะไม่ทำแบบนี้อีกแล้ว” ดาบหมูสำนึกผิด
“แล้วอีกเรื่องนะที่อยากจะเตือนไว้ เราเป็นตำรวจจราจรมีหน้าที่กวดขันไม่ให้คนทำผิดกฎ ฉะนั้นอย่าทำผิดกฎซะเอง ผมเห็นอยู่บ่อยๆนะพวกตำรวจที่ขี่มอเตอร์ไซค์ย้อนศร พาคนซ้อนท้ายไม่ใส่หมวกกันน็อก ขี่รถบนทางเท้า... ถ้าคุณจับชาวบ้านได้คุณก็ต้องกล้าจับพวกเดียวกันในเรื่องนี้ได้เหมือนกัน”










