ตอนที่ 10
เช้านี้คำแพงเข้าเมืองเพื่อติดต่อเรื่องสินค้าโอทอปที่ยื่นเรื่องเอาไว้ เธอบอกกล่าวสามีก่อนจะนั่งรถออกไปกับพิทยาธรโดยไม่รู้ว่าตัวเองได้ทำให้ใหญ่น้อยใจและแอบระแวงอยู่ลึกๆ
เมื่อถึงสำนักงานแห่งนั้น คำแพงเข้าไปติดต่อคนเดียวก่อน เพราะพิทยาธรขอทำธุระสักครู่ และที่นี่เองคำแพงได้พบลักษณาหลังจากเจ้าหน้าที่บอกว่าเครื่องสำอางของเธอไม่ผ่าน ซึ่งคำแพงต้องการทราบเหตุผลว่ามีคุณสมบัติข้อไหนบ้างที่ทำให้ผลิตภัณฑ์ของตนไม่ผ่าน ลักษณายิ้มเย้ย แล้วตอบแทนเจ้าหน้าที่คนนั้น
“ที่มันไม่ผ่านก็เพราะมันไม่ถูกชะตาฉันน่ะสิ... คงคิดไม่ถึงสินะว่าจะเจอฉันที่นี่”
“ค่ะ ฉันขอตัวก่อนนะคะ” คำแพงดูออกว่าลักษณากำลังหาเรื่องจึงพยายามเลี่ยง
“เดี๋ยว จะรีบไปไหน”
“ฉันหมดธุระแล้วนี่คะ”
“เธอยังไปไม่ได้ ถ้าฉันไม่อนุญาต”
คำแพงสะกดอารมณ์ แอบหยิบโทรศัพท์มือถือมาบันทึกเสียงเมื่อคิดว่าอย่างไรเสียก็ต้องเผชิญหน้ากับลักษณา
“คุณนายมีธุระกับฉันเหรอคะ”
“ใช่ ฉันจะบอกเธอให้รู้ไว้นะ ว่าที่สินค้าของเธอไม่ผ่านก็เป็นเพราะฉันไม่ให้ผ่าน”
“คุณนายเป็นหนึ่งในคณะกรรมการด้วยเหรอคะ”
“เปล่า ฉันไม่ได้เป็นกรรมการ แต่พอดีพวกกรรมการมาทานข้าวที่บ้านฉันบ่อยๆ ก็เลยพอจะขอร้องกันได้บ้าง ว่าสินค้าตัวไหนควรผ่าน ตัวไหนไม่ควรผ่าน”
“แสดงว่าไม่ได้ตัดสินกันที่คุณภาพ...”
“สินค้าอื่นน่ะตัดสินด้วยคุณภาพ แต่สำหรับสินค้าของเธอไม่ว่าจะมีคุณภาพแค่ไหนฉันก็ไม่ให้ผ่านเด็ดขาด”
“ทำแบบนี้คุณนายต้องการอะไรคะ”
“ก็ต้องการให้เธอรีบออกไปจากที่นี่ไงล่ะ เมืองนี้มันเป็นเมืองของฉัน ไม่ใช่ทุ่งลาเวนเดอร์ของเธอกับผัว”
“คุณนายรู้ตัวหรือเปล่าว่ากำลังใช้อิทธิพลในทางที่ไม่ชอบ”
“แล้วจะทำไม ฉันไม่รู้หรอกนะว่าเธอกับผัวของเธอเป็นใครมาจากไหน แต่ถ้าอยากอยู่เมืองนี้อย่างสงบสุข ก็ควรจะทำตามสิ่งที่พวกฉันต้องการ”
“คำว่าพวก...คุณนายหมายถึงใครบ้างหรือคะ”
“จะถามทำไม เธอก็รู้ดีอยู่แล้วไม่ใช่เหรอ ว่าที่นี่ใครใหญ่”
“ฉันอยากได้ยินจากปากคุณนายค่ะ จะได้ชัดเจนกันไปเลย...ตอนใช้เบิกความในชั้นศาล” คำแพงชูโทรศัพท์ที่กำลังบันทึกเสียงให้ดู ลักษณาโกรธแทบเต้น แผดเสียงอย่างลืมตัว
“นั่นแกทำอะไร”
“พอดีมือพลาดไปโดนปุ่มบันทึกเสียง คำพูดของคุณนายเมื่อกี้มันน่าจะเข้าข่ายการเป็นผู้มีอิทธิพลอยู่นะคะ”
“แก...นังคำแพง!”
“ฉันไม่เคยล่วงเกินใครก่อน แต่ถ้าใครมาล่วงเกินดิฉัน อย่าคิดว่าฉันจะยอมง่ายๆ”










