ตอนที่ 10
“ในฐานะที่ผมทำข่าวในพื้นที่มาเป็นสิบปี ผมอยากจะบอกกับสารวัตรว่าผมเองก็เคยมีเรื่องกับผู้การอเนกมาเหมือนกันครับ”
“มีเรื่องอะไรกันครับ”
“ผมมีข้อมูลเรื่องทุจริต เรื่องเก็บส่วยของแก แล้วก็รู้ด้วยครับว่าแกโยงใยกับใครบ้างในพระลาน”
“แล้วทำไมไม่ทำข่าวเรื่องนี้ล่ะครับ”
“ผมทำไปแล้วครับ ส่งข่าวไปให้ส่วนกลางแล้วด้วย แต่ข่าวไม่เคยได้ลงเลย แถมวันนึงยังโดนเอาระเบิดมาแขวนไว้ที่หน้าบ้านด้วย ตั้งแต่นั้นมาผมก็เลยต้องเงียบ จนกระทั่งผมมาเจอสารวัตรนี่แหละผมจึงกล้าที่จะมาเปิดเผย”
“ขออนุญาตนะครับ อย่าโกรธกัน...ผมจะยังไม่เชื่อสิ่งที่คุณพูดมานะครับ จนกว่าจะเห็นหลักฐาน ในฐานะตำรวจผมต้องให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย”
“ผมเข้าใจครับว่านิสัยของสารวัตรเป็นแบบนี้ แล้วผมก็รู้สึกชื่นชมด้วย ถ้าไม่รังเกียจ กรุณารับผมเป็นเพื่อนด้วยนะครับ” มนัสพูดจากใจ ใหญ่ยิ้มรับไมตรี...
ooooooo
คำแพงกับเมียตำรวจหลายคนนำครีมแตงกวามาวางขายที่ตลาดและได้รับความสนใจจากชาวบ้านเป็นอย่างดี โดยเฉพาะเจ๊พรแม่ค้าขายข้าวแกงอุดหนุนมากกว่าใคร ซื้อเอาไปฝากเพื่อนช่วยกันทดลองใช้เพราะอยากสนับสนุนบรรดาเมียตำรวจชั้นผู้น้อยให้มีรายได้เสริมเลี้ยงครอบครัวตามเจตนารมณ์ของคำแพง
ความดีของคำแพงเป็นที่ประจักษ์ไม่แพ้สารวัตรใหญ่ที่มุ่งมั่นเปลี่ยนแปลงชาวพระลานให้อยู่ดีมีสุข บุญเชิดยอมรับสองคนผัวเมียอย่างหมดใจ ขณะที่ประณตซึ่งไม่เคยชอบสารวัตรใหญ่ก็เริ่มเอนเอียงมาบ้างแล้ว
แต่แน่นอนว่าการกระทำของใหญ่ที่ไม่ยอมอ่อนให้กับอำนาจของผู้มีอิทธิพลในพระลานทำให้โดนหมายหัวทั้งจากผู้การอเนกกับกำนันฉลองโชคและพวกหุ้นส่วน ซึ่งทุกคนพากันมาถกปัญหานี้ที่บริษัทของเสี่ยน้อย
“ไอ้สารวัตรคนนี้มันกล้าดียังไง ถึงกล้าขัดคำสั่งของผู้การแบบนี้”
“มันคงคิดว่ามันแน่ นี่ขนาดผมเป็นผู้บังคับบัญชา มันยังไม่ไว้หน้าเลย”
“มือปืนของเสี่ยคัคมันไม่น่าทำงานพลาดเลย” นวคุณบ่น
“แต่เอ็งก็ไม่น่ารีบไปตัดตอนมือปืนของคนอื่น เรื่องของใครควรให้คนนั้นดูแลกันไป”
“อ้าวกำนัน ถ้าผมไม่รีบลงมือ แล้วเกิดมันโดนจับได้ขึ้นมาไม่พังกันหมดเหรอครับ”
“พอๆ ผมว่าเราอย่าเถียงกันเรื่องนี้เลยครับ ถ้าความแตกยังไงก็โดนกันทั้งหมดนี่แหละ” อเนกตัดบทแล้วให้ช่วยกันคิดหาวิธีแก้ปัญหาดีกว่ามาทะเลาะกันเอง
หลังจากนั้นไม่นานนวคุณนำกระดาษเปล่าไปแจกพนักงานในบริษัทพร้อมประกาศให้ได้ยินกันอย่างทั่วถึง










