ตอนที่ 5
แต่ผ่านไปไม่นานนักหญิงสาวก็กระจ่างใจเมื่อนาบุญนำปืนมาส่งให้ เขาต้องการให้เธอหัดใช้ปืนให้เป็น
“ปืนอาจจะอันตราย แต่ก็จะเป็นเพื่อนที่ดีที่สุด ถ้าคุณใช้มันเป็น ลองยิงดู”
รัตตวัลย์มองปืนในมือนาบุญอย่างลังเล พูดอึกๆอักๆไม่กล้า จนเขาต้องย้ำเสียงเข้มว่า
“ไม่มีใครคุ้มครองคุณได้ตลอดเวลาหรอกนะ นอกจากตัวคุณเอง”
คำพูดของนาบุญทำให้รัตตวัลย์ตัดสินใจรับปืนมา
“ถือให้มั่นคง ไม่ต้องกลัว เล็งไปที่เป้า ไม่ต้องเกร็ง จับให้แน่น ระวังให้ดี”
รัตตวัลย์จับปืนเล็งไปที่เป้าหมาย แต่พอจะเหนี่ยวไกปืนก็ลดมือลงแล้วร้องไห้อย่างขมขื่น สับสน และหวาดกลัว
“ฉันทำไม่ได้ ฉันไม่กล้ายิง”
นาบุญมองด้วยสีหน้าเคร่งขรึม หยิบปืนมาจากมือเธอ...รัตตวัลย์ทรุดลงนั่งร้องไห้ด้วยความอัดอั้นตันใจกับปัญหาที่เกิดขึ้นกับตัวเอง ชายหนุ่มอย่างเข้าใจและเห็นใจแต่ไม่รู้จะสรรหาคำพูดใดมาปลอบประโลม
“ทำไมต้องเกิดเรื่องแบบนี้กับฉันด้วย ทำไม?”
“ถึงขนาดนี้แล้ว บอกได้รึยังว่าคุณเป็นใคร”
นาบุญถามอย่างเคร่งขรึม รัตตวัลย์เงยหน้าสบตาเขาครู่หนึ่งก่อนตัดสินใจพูดความจริงออกไปอย่างหนักแน่น
“ฉันชื่อรัตตวัลย์ พาณิชสมบรูณ์รัตน์ เป็นลูกคุณรักษา”
นาบุญอึ้งอย่างคาดไม่ถึง รัตตวัลย์สบตาเขาจริงจัง เธอไม่มีอะไรต้องปิดบังเขาอีกแล้ว...
ในเวลาเดียวกันนั้นที่ห้องพักของไอ้แผนหัวหน้าโจรร้าย ชุมพลนำแผนผังเกาะถ้ำที่ได้จากเอิบเอามาให้แผนเพื่อทำความเข้าใจกันก่อนที่จะบุกไปปล้นรังนกของนาบุญ
“จุดที่เราจะเข้าออกคือด้านหลังของเกาะถ้ำ”
“ตรงนั้นเป็นหุบเขา”
“ใช่ แต่ช่วงน้ำลงมันจะมีทางที่เรือเล็กเข้าออกได้”
แผนพยักหน้ามองชุมพลอย่างถูกใจในความละเอียด ขณะที่ชุมพลยังคงอธิบายต่อไปอย่างรู้จริง
“ตรงนี้เป็นจุดวางเวรยาม เฝ้าทั้งวัน แต่มีช่วงเปลี่ยนกะ”
“แผนผังละเอียดดี คนวาดคุ้นเคยกับพื้นที่มาก”
ชุมพลไม่เฉลยว่าคนคุ้นเคยนั้นเป็นใคร แต่ย้ำว่า “ผมก็ต้องทำงานให้คุ้มกับส่วนแบ่งที่จะได้หนึ่งในสาม”
“กำหนดเก็บรังนกหมดเมื่อไหร่”
“อีกสองอาทิตย์”
“งั้นอีกสองอาทิตย์เราจะบุกเกาะถ้ำกัน” แผนสรุปด้วยรอยยิ้มสุดเหี้ยม!
ooooooo










