ตอนที่ 5
หลังจากผลักไสชุมพลกลับไปขึ้นเรือ นาบุญพารัตตวัลย์มายังจุดสังเกตการณ์ ส่องกล้องทางไกลให้เห็นว่าคนในเรือล้วนเป็นผู้ชาย พวกนั้นพร้อมจะทำเรื่องเลวๆเพราะควบคุมตัวเองไม่ได้
“เคยเห็นข่าวที่เจอศพผู้หญิงที่หายตัวไปในทะเลมั้ย”
รัตตวัลย์สีหน้าไม่ดี ยอมรับว่าเคยเห็นในทีวี
นาบุญเสริมว่ามีที่ไม่ออกข่าวอีก จมหายไปก้นทะเลก็มาก
“มีรอดบ้างไหมคะ หมายถึงพวกผู้หญิงที่โดนจับตัวไป”
“มี...คุณเองก็คงเคยเห็น ที่อยู่ท้ายตลาดไง”
รัตตวัลย์หน้าซีดตกใจเพราะเคยเห็นผู้หญิงแถวท้ายตลาดในสภาพสติไม่ดี ผวาและหวาดกลัวตลอดเวลา
“ไม่รู้ว่าโชคดีหรือโชคร้ายที่ยังมีชีวิตรอดแบบนั้น”
“คุณโชคดีที่ได้มาอยู่ที่นี่ อาจจะคิดถึงพี่น้อง พ่อแม่ หรือใครบางคน แต่สถานการณ์แบบนี้ยอมอดทนดีกว่าไปเสี่ยงบนเรือ”
“ใครบางคนนี่...คุณหมายถึงใครคะ”
“ก็คนของคุณไง ตอนนี้ก็ทนเห็นหน้าผมไปก่อนแล้วกัน” นาบุญกระแทกเสียงใส่...รัตตวัลย์กำมือแน่นนึกอยากจะทุบเขาสักทีสองทีแก้นิสัยช่างประชดประชัน
ooooooo
ปารเมศมารับงานจากตรีสุคนธ์พร้อมทักษิณาโดยแนะนำว่าเธอเป็นเลขาฯ แต่คันธรสจับสังเกตตลอดเวลา เกิดความสงสัยในความสัมพันธ์ของสองคน
ตรีสุคนธ์มอบหมายให้ลูกเขยช่วยเรื่องสัญญาเช่ากับเรื่องขึ้นค่าเช่าที่กำลังมีปัญหา ส่วนเรื่องบัญชีกับการเงินให้รสสุคนธ์ทำตามปกติ ปารเมศไม่พอใจแต่ไม่แสดงออก ปั้นหน้ายิ้มแย้มรับปากช่วยงานแม่ยายเต็มที่...
รัตตวัลย์อยากกลับบ้านเต็มที เธอนั่งคิดทบทวนเหตุการณ์วันที่โดนเอิบกับชาจับตัวมาที่เกาะ เพิ่งนึกได้ว่าวันนั้นชาพูดว่ารับปากเขาแล้วก็ต้องจัดการให้เรียบร้อย
นาบุญตัดสินใจกลับมานอนที่บ้านเหมือนเดิม เป็นจังหวะที่รัตตวัลย์เดินจ้ำอ้าวไปคาดคั้นเอิบที่โรงอาหารว่าใครสั่งให้ฆ่าเธอ แต่เอิบทำไขสือไม่ตอบอะไรทั้งนั้น หญิงสาวคับแค้นจนน้ำตาไหลเดินกลับบ้านมาเจอมันปู เธอบอกลูกว่าเราต้องรอด แม่จะพาลูกกลับบ้านให้ได้ ต่อไปนี้แม่จะเข้มแข็ง ไม่ให้ใครมารังแกเราอีกแล้ว
นาบุญง่วนอยู่กับเอกสารในห้องทำงาน สนมารายงานว่าทางทหารเรือส่งข่าวยืนยันว่าคณะที่มากับชุมพลได้ติดต่อมาสำรวจปะการังน้ำลึกจริงๆ สิ่งที่เรากลัวคงไม่เกิด
“อย่าไว้ใจอะไร ประมาทเมื่อไหร่พังเมื่อนั้น”
สนพยักหน้ารับรู้ ก่อนพูดว่าเมื่อสักครู่บุหรงบอกตนว่าคุณนายไปคุยกับเอิบ ไม่รู้พูดอะไรกันแต่คุณนายหน้าซีดมาก...นาบุญห่วงใยหญิงสาวแต่ยังวางท่าเคร่งขรึมปกปิดความรู้สึก จนกระทั่งเช้าวันใหม่ถึงมาถามเธอว่าเมื่อวานไปหาเอิบทำไม










