ตอนที่ 5
ด้านรัตตวัลย์ที่วิ่งกลับไปเอาของเล่นให้มันปู เพิ่งสังเกตว่ามีคนตามมา เธอซุ่มดักจนเห็นหน้าชัดแต่ไม่ใช่เอิบกับชา เขาคือไข่แดง หญิงสาวไม่ไว้ใจเตะถีบเขาก่อนจะลากตัวไปหานาบุญกับสนยังจุดสังเกตการณ์
“กลับมาทำไม” นาบุญถามเสียงแข็ง
“ไข่แดงตามดูฉันค่ะ สงสัยว่าเอิบกับชาจะส่งมา ถามเท่าไหร่ก็ไม่ยอมบอก”
“ผมเป็นคนให้ไปเอง”
“เห็นมั้ย บอกไม่ใช่ไอ้สองคนนั่น นายหญิงก็ไม่เชื่อ” พูดจบไข่แดงรีบชิ่งเดินหายไปอย่างเร็ว
รัตตวัลย์มองหน้านาบุญอย่างนึกไม่ถึง แปลกใจและเริ่มไม่พอใจ อยากรู้ว่าเขาให้คนตามดูตนทำไม
“คอยคุ้มกัน เผื่อมีเรื่องอะไรจะได้ช่วยทัน”
รัตตวัลย์สีหน้าอ่อนลง ท่าทีผ่อนคลายหายเครียด “แล้วก็ไม่บอกกันก่อน เมื่อกี้ฉันกลัวแทบตาย กระโดดถีบเขาแรงสุดขีดเลย สงสัยจะเจ็บไปเหมือนกัน”
“ดี ซ้อมขาไว้จะได้ไม่ลืมการต่อสู้ที่เรียนไป”
รัตตวัลย์ค้อนเขาแต่นึกขำตัวเองเหมือนกันที่ระแวงจนขึ้นสมอง สนที่กำลังส่องกล้องหันมาบอกนายหัวว่ามีเรือเข้ามาใกล้แล้ว
สีหน้านาบุญเปลี่ยนเป็นเคร่งเครียด เป็นงานเป็นการทันที หยิบกล้องอีกอันมาส่องก็เห็นจริงอย่างสนพูด
เมื่อยามใช้โทรโข่งสอบถาม ปรากฏว่าคนที่มาคือญาติของนายหัวชื่อชุมพล นาบุญแปลกใจว่าชุมพลมาทำไม รีบไปซักไซ้ไล่เลียงตรงหมู่บ้านคนงาน ส่วนรัตตวัลย์มุ่งหน้าไปที่บ้านเพื่อเอาของเล่นให้มันปู
เมื่อเผชิญหน้ากันชุมพลอ้างว่าจิราให้ตนเอาเอกสารมาให้นาบุญเซ็น
“มากับเรือใคร”
“พรรคพวกกัน เป็นพวกนักวิชาการมาสำรวจปะการังน้ำลึก เลยขอติดมาด้วย ทีแรกว่าจะชวนให้ขึ้นเกาะ แต่เห็นพี่บุญไม่ชอบให้คนแปลกหน้าขึ้นมา เลยไม่กล้าชวน”
นาบุญรับเอกสารมาดูก่อนเซ็น ชุมพลมองรอบทิศเห็นสนที่ยืนห่างไปก็ยิ้มให้ แต่สนมองตอบหน้าเฉยเมย
“จะมาทำไมไม่บอกล่วงหน้า”
“อ๋อ มันกะทันหัน”
“คราวหน้ากะทันหันแค่ไหนก็ต้องแจ้งก่อน มันเป็นกฎของที่นี่ นายก็รู้”
นาบุญตำหนิอย่างเอาจริง ชุมพลขอโทษว่าตนลืมคิดไป พอนาบุญก้มอ่านเอกสารต่อ ชุมพลลอบมอง เขาด้วยแววตาไม่พอใจ แต่เห็นสนมองมาก็รีบตีหน้าซื่อเหมือนไม่มีอะไร
ooooooo
ที่บริษัทเกิดปัญหามากมาย มีบรรดาผู้เช่าที่เช่าตึกมาร้องเรียนเรื่องขึ้นค่าเช่า แต่ละคนพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าเศรษฐกิจไม่ดียังจะขึ้นค่าเช่า ไม่เห็นใจกันเลย
ทุกคนส่งเสียงประท้วงเซ็งแซ่ ถามหารัตตวัลย์ว่าอยู่ไหน เคยรับปากว่าจะชะลอขึ้นค่าเช่าแต่ทำไมถึงผิดคำพูด เสียแรงเช่ากันมาเป็นสิบปี
รสสุคนธ์จนปัญญาแก้ปัญหา ทำให้ไฉนต้องมาช่วยไกล่เกลี่ยกับผู้เช่า แต่ไม่เป็นผลจนตรีสุคนธ์ต้องออกโรงเอง บอกว่าตนรับรู้ปัญหาของทุกคน เอาเป็นว่าช่วงนี้จะยังไม่มีการขึ้นค่าเช่าอะไรทั้งสิ้น คงราคาเดิมไปก่อนจนถึงสิ้นปี แล้วต้นปีหน้าค่อยว่ากันใหม่ แต่ถ้าเศรษฐกินยังไม่ดีก็จะยังคงราคานี้ต่อไป










