ตอนที่ 13
นรีพาอัมราไปห้องเยี่ยมญาติที่เรือนจำ ขอเยี่ยมนางนงนารถ ซื่อโกศล บอกให้อัมรานั่งรอข้างนอก ตัวเองเดินเข้าไปในห้องเยี่ยมญาติเมื่อเจ้าหน้าที่ประกาศถึงรอบเยี่ยม
พอเจอหน้านงนารถ นรีแนะนำตัวเองว่าเป็นตำรวจที่เคยทำคดีของเจ้าสัวไพศาล นงนารถหน้าตึงบอกว่าตนให้การไปหมดแล้วไม่มีอะไรจะพูดอีก
นรีบอกว่าตนเป็นเพื่อนนักเรียนของอินทิราด้วย หวังให้นงนารถรู้สึกดีขึ้น นงนารถถามว่า
“คุณต้องการอะไร”
นรีถามว่าอินทิราเกี่ยวข้องกับคดีเจ้าสัวไพศาลด้วยใช่ไหม นงนารถบอกว่าตนเบื่อที่จะพูดเรื่องนี้แล้ว
“ระหว่างทำคดี...อินทิราโทร.มาถามข้อมูลกับดิฉันบ่อยๆ ตอนนั้นดิฉันไม่คาดว่าอินทิราจะมาเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ ก็เลยให้ข้อมูลไปฐานะเพื่อนที่สนิทกัน...และสิ่งที่ดิฉันทำลงไป มันทำให้ตอนนี้ดิฉันต้องออกจากราชการ...ดิฉันเลย...”
“ไม่มีอะไรเกี่ยวกับฉันเลย...ขอตัวนะ” นงนารถตัดบทแล้วหันหลังจะกลับเข้าไป นรีชิงพูดขึ้นก่อนว่า
“รถของทนายมาโนชญ์ที่เกิดอุบัติเหตุ ทะเบียน ภม 617!!!” นงนารถชะงักถาม...เธอว่าอะไรนะ “ดิฉันไม่รู้ว่าอินทิราเกี่ยวข้องยังไงกับคดีเจ้าสัวไพศาล
แต่ที่รู้แน่ๆเธอน่าจะเกี่ยวข้องกับคดีของนายพิรุณหลานคุณครูแน่นอน”
“รถทะเบียนอะไรนะ?!”
“ภ.สำเภา...ม.ม้า...671”
นงนารถโกรธแค้น ตะโกนและยกเก้าอี้ทุ่มอย่างคลุ้มคลั่ง
“นังอินทิรา...ฉันจะฆ่ามัน...ฉันจะฆ่ามัน...” เจ้าหน้าที่สองคนต้องวิ่งเข้ามาล็อกตัวแต่สู้แรงนงนารถไม่ได้ นงนารถตะโกนบอกนรีว่า “มันเป็นคนวางแผนทั้งหมด นังอินทิรามันเป็นคนวางแผนทุกอย่าง...ฉันจะฆ่ามัน”
อัมราตกใจรีบเข้ามาดู แม้นรีจะตกใจกับความจริงและความคลุ้มคลั่งของนงนารถแต่ก็พอใจที่ได้รับคำตอบที่ต้องการแล้ว
ออกมาขึ้นรถที่ลานจอดรถของเรือนจำแล้ว นรีบอกอัมราว่าเป็นอย่างที่ตนคิดจริงๆ อินทิราเกี่ยวข้องกับคดีฆ่าเจ้าสัวไพศาลและคดีฆ่าพิรุณทั้งสองคดี และบางทีอาจเกี่ยวข้องกับทุกคดีของจิรการพาณิชย์ด้วย อัมราถามว่าแล้วเธอแกะรอยเรื่องนี้ได้ยังไง
“ก็ตอนเป็นนักศึกษา ฉันเคยเห็นอินทิราขับรถกระบะมาเรียนบ่อยๆ แต่ก็ไม่เคยใส่ใจจดจำอะไรมาก จนมารู้ตอนหลังว่าอินทิราเป็นหลานทนายมาโนชญ์ แล้วทนายมาโนชญ์ก็เคยมีข่าวขับรถตกเขา ฉันก็เลยหาภาพเก่าๆมาดู จนพบว่าเป็นรถคันเดียวกัน...แถมทะเบียนยังขึ้นต้นด้วย ภ.สำเภา ม.ม้า เหมือนกับอักษรปริศนาที่นายพิรุณเขียนไว้ก่อนตาย ทุกอย่างเลยกระจ่าง”










