ตอนที่ 13
ที่มุมหนึ่งของโรงพยาบาล ขจรแอบโทรศัพท์รายงานเสธ.เป้าที่บ้านว่า ชิดชัยตายแล้ว เสธ.เป้ายิ้มพูดคำเดียวว่า “ดี” แล้วอุ้มแมวลูบไล้เล่นอย่าง
อารมณ์ดี...
ooooooo
เช้านี้ หลังจากใส่บาตรแล้ว ภามกับศจีไปนั่งพักที่ห้องรับแขก ภามกุมมือแม่เล่าอย่าง
มีความสุข
“บ้านหลังนี้...ผมทำงานเก็บเงินซื้อมันมาด้วยน้ำพักน้ำแรง ผมรู้ดีว่าคนในจิรการพาณิชย์เขาไม่ได้ยินดีต้อนรับให้ผมมาร่วมชายคาบ้าน ผมเลยแอบเตรียมการเอาไว้ ผมฝันมาตลอดว่าสักวันจะตามแม่จนเจอและขอให้แม่มาอยู่กับผม...แล้ววันนี้ก็เป็นจริง”
“จ้ะ...จากนี้แม่จะไม่หนีภามไปไหนอีกแล้ว แม่จะอยู่กับลูก คอยดูแล ทำหน้าที่ของแม่เพื่อชดเชยช่วงเวลาที่หายไป แม่รักภามมากนะลูก”
“ผมก็รักแม่ครับ...”
แม่ลูกกอดกันแนบแน่นอย่างโหยหากันมานาน ครู่หนึ่งทนายวิวัฒน์เดินเข้ามาบอกว่า
“ผมมาคุยเรื่องคดีเก่าที่ค้างของคุณศจี ตอนนี้มีแนวทางในการสู้คดีแล้วครับ” ภามถามอย่างสนใจมากว่ายังไงหรือ “คือเราจะใช้เหตุบรรเทาโทษตามกฎหมายมาใช้เป็นแนวทาง ผมเชื่อว่ายังไงซะ
ศาลก็น่าจะปราณีลดโทษให้ หรือไม่ก็กำหนดโทษแต่ให้รอลงอาญานะครับ”
ทนายวิวัฒน์อธิบายเรื่องคดีความและขั้นตอนการดำเนินงานให้สองแม่ลูกฟังอย่างละเอียด
ooooooo
อินทิราพาอัณศยาเข้าพักรีสอร์ตที่ชานเมือง รุ่งเช้าอัณศยาออกมานั่งอ่านหนังสือพิมพ์ที่มุมหนึ่ง สีหน้าท่าทีเธอหม่นหมองกลัดกลุ้ม
ครู่หนึ่งอินทิราขับรถเข้ามาพร้อมอาหาร
ลงจากรถแล้วเธอมองไปรอบๆอย่างระแวดระวังก่อนเข้าไปหาน้องสาว
อัณศยาบ่นว่าเมื่อคืนนอนไม่ค่อยหลับ
เลยตื่นสายไปหน่อย ขอโทษที่ไม่ได้ไปช่วย อินทิราบอกว่าอย่าคิดมาก ให้รีบกลับเข้าห้องดีกว่า อัณศยาถามว่าทำไม อินทิราเตือนว่าอย่าลืมเรื่องหมายจับ กลับเข้าห้องดีกว่า
เมื่อเข้าห้องไปจัดอาหาร อินทิรายังเตือนน้องว่า
“ทีหลังถ้าจะออกไปไหน พี่อยากให้อัณใส่แว่น หรือไม่ก็รวบผมใส่หมวกให้มันดูแตกต่างจากภาพในหมายจับ ยังไงก็ป้องกันไว้ก่อนนะอัณนะ”
อัณศยารับคำหงอยๆ อินทิราให้กำลังใจว่าให้อดทนหน่อยอย่าเพิ่งท้อ อัณศยารับคำน้ำตาคลอพยายามอดกลั้นเอาไว้เพราะรู้ว่าถ้าร้องไห้พี่สาวจะต้องไม่สบายใจ อินทิรายิ่งสงสารน้องเพราะสาเหตุของปัญหามาจากการกระทำของตัวเธอเอง ได้แต่ปลอบ...
“ถ้าอยากร้องไห้ก็ปล่อยออกมาเถอะอัณ...พี่อยู่ตรงนี้แล้ว...” อัณศยาบอกว่าตนเป็นภาระทำให้พี่อินต้องเป็นห่วงตลอดเวลา “อัณเป็นน้องสาวพี่...
อัณไม่ใช่ภาระ”










