ตอนที่ 4
อัสดมเลือกทางที่ถวิกาเสนอ เขาโอบกอดเธอพามาบ้านพักรับรอง โดยโทร.สั่งแม่บ้านจัดไวน์ไว้ให้เรียบร้อย ถวิกาต้องทำทียอมจิบไวน์ ยอมให้เขากอด แต่พอเขาจะจู่โจมก็ปัดป้อง
“ให้หนูตั้งตัวก่อนสิคะ อยู่ๆก็จู่โจม” อัสดมเดินหนี “คุณโกรธหนูหรือคะที่หนูไม่ให้จูบ”
“ฉันจะโกรธทำไมล่ะจ๊ะ อีกเดี๋ยวขี้คร้านหนูจะเป็นฝ่ายมาจูบฉันเอง” อัสดมมั่นใจในเสน่ห์ของตัวเอง มองหญิงสาวอย่างลูกไก่ในกำมือ
“แล้วถ้าเกิดหนูเปลี่ยนใจ อยากกลับบ้านล่ะคะ”
“ฉันก็จะพาหนูไปส่งบ้าน ผู้ชายอย่างฉันไม่เคยบังคับผู้หญิง หนูนั่งเล่นไปนะ ฉันต้องไปจัดการบางอย่าง” อัสดมเดินไปอีกห้อง ถวิกาใจไม่ดี พอดีโจโทร.มาจึงรีบออกไปคุยหน้าบ้าน
โจเป็นห่วงให้กลับ แต่เธอรู้สึกว่าอัสดมเป็นคาสโนว่า หว่านเสน่ห์ให้ผู้หญิงเป็นฝ่ายต้องการไม่บังคับฝืนใจ ไม่เหมือนผู้ชายเจ้าชู้ยับยั้งความต้องการตัวเองไม่ได้ เชื่อว่าตนจะปลอดภัย
ด้านสาทินีนั่งรออัสดมอยู่นาน อยากโทร.ถามก็ไม่กล้าจึงโทร.เข้าเบอร์บ้านเพื่อถามแม่บ้านแทน แม่บ้านบอกว่าอัสดมยังไม่กลับ ชลิตาเดินมาได้ยิน พอรู้จากแม่บ้านว่าเป็นผู้หญิงโทร.ถามไม่บอกชื่อ ก็เริ่มเอะใจเพราะอัสดมโทร.มาบอกว่ามีลูกค้าบินมาด่วน จึงต้องไปรับและพาไปพักที่บ้านรับรอง คิดแล้วก็โทร.ปรึกษาโสภา โสภานึกได้ว่าอัสดมมาขอกุญแจบ้านพักจริง
“งั้นสามีฉันก็อยู่บ้านพักรับรองจริง แต่ไม่ได้อยู่กับลูกค้า เมื่อกี้เมียน้อยโทร.มาป่วน เยาะเย้ยฉันที่สามีไม่อยู่บ้าน”
โสภาเป็นเดือดเป็นร้อนแทน อาสาจะไปดูให้ ชลิตาบอกตนสามารถดูได้ที่บ้าน...เพราะได้ให้ช่างติดกล้องวงจรปิดที่บ้านพักรับรอง แล้วลิงก์เข้าไอแพดของตัวเองไว้
ระหว่างนั้นอัสดมกับถวิกานั่งโต๊ะดินเนอร์กันอยู่ อัสดมส่งซองให้เธอเปิดดู เป็นรูปถ่ายเด็กผู้ชาย เธอแปลกใจ เขาอธิบายว่าเป็นรูปเขาตอนเด็กถ่ายที่บ้านปู่ และเล่าว่า ปู่เขาเป็นผู้ดีเก่าสืบเชื้อสายมาจากเจ้าพระยา...
อัสดมให้ถวิกาดูรูปถัดไป เป็นรูปเขาในชุดมัธยม และเล่าว่าตอนนั้นพ่อกับแม่เสียชีวิต เขาต้องร่อนเร่ไปอาศัยตามบ้านญาติ เป็นช่วงชีวิตที่ยากลำบาก
รูปใบที่สามเป็นรูปตอนรับปริญญา “พอจบปริญญาตรี ฉันก็ไปต่อโทการตลาดที่อเมริกา ทำงานส่งตัวเองเรียนจนจบ” ถวิกาแปลกใจให้ดูทำไม “รูปถ่ายพวกนี้บอกเล่าเรื่องราวในชีวิตฉัน ฉันอยากให้หนูเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตฉันจ้ะ” อัสดมส่งสายตาหลงใหล
ถวิกาเห็นแล้วคิดในใจ “ฉันก็เข้ามาในชีวิตนายแล้วไง ฉันเข้ามาทำลายชีวิตนาย...”










