ตอนที่ 2
โรมกลับจากบ้านนาดาลเดินเรื่อยเปื่อยมาถึงโรงพยาบาลเวทมนตร์ ดวงจันทร์ส่องสว่างทำให้เขาเห็นเงาในสระน้ำเป็นป้ายชื่อโรงพยาบาลอัครเดชฤทธิ์ สักพักกลับเป็นชื่อโรงพยาบาลเวทมนตร์ตามเดิม เขารู้สึกแปลกใจ ครุ่นคิดสักพักตัดสินใจก้าวลงไปในน้ำ
โรมโผล่ขึ้นมาในเมืองมนุษย์ เขาเสกให้ทุกคนบริเวณนั้นหยุดนิ่ง แล้วเดินขึ้นจากสระถึงทำให้ทุกอย่างกลับเหมือนเดิม...โรมเดินเข้าไปในโรงพยาบาล ระหว่างนั้นณิศรามาเพื่อเข้าเวร มธุรสเห็นรีบบอกว่าเป็นถึงหลานสาวผู้ถือหุ้นใหญ่ จะให้คนอื่นมาอยู่แทน
“ไม่ต้องค่ะ ขืนทำอย่างนั้นคุณย่ากับคุณแม่ดุตายเลย คุณพ่อยังไม่ค่อยเท่าไหร่”
มธุรสมองลอดแว่นที่เห็นโรมเดินมา ณิศรามองตามแล้วประหลาดใจจำได้ มธุรสเห็นว่าทั้งสองรู้จักกันจึงปลีกตัวขอกลับไปหาสามี...ณิศราต่อว่าโรมรู้ได้อย่างไรว่าตนทำงานที่นี่
“โอ๊ะ! คุณนี่ ผมจะรู้ได้ยังไง”
“คุณรู้เพราะคุณเป็นพ่อมด!”
“โฮ้ย! ดูแฮรี่ พ็อตเตอร์มากไปแล้วมั้ง”
ณิศราให้เขาสาบาน โรมทำทีถามเชื่อหรือว่าโลกนี้มีพ่อมด หญิงสาวตอบว่าเชื่อเพราะครอบครัวตนเป็นนักล่า แล้วขู่ว่าจะฟ้องย่าว่ามีพ่อมดมาเดินเพ่นพ่านที่นี่และที่บ้าน ให้จับไปเผา
“คุณไม่ทำหรอก” โรมเพ่งดวงตาสีเขียวเปล่งแสงเข้าดวงตาณิศรา “คุณจะไม่บอกอะไรใครเกี่ยวกับผมทั้งนั้น เมื่อใดที่คุณจะพูดจะไม่มีเสียงออกมา”
ณิศราชะงักไปชั่วครู่ แล้วเหมือนตื่นจากภวังค์ เธอกดโทรศัพท์ฟ้องตลับ แต่พอจะเล่าเรื่องกลับไม่มีเสียงดังออกมา ตลับงงว่าหลานสาวเล่นตลกอะไร ณิศรามองสบตาโรมอย่างสงสัย วางสายจากตลับแล้วต่อว่าเขาเป็นคนทำ โรมพูดขำๆ
“ไปกันใหญ่แล้วคุณ ถ้าผมเป็นพ่อมดจริงๆ ผมคงสาปให้คุณเป็นอะไรต่อมิอะไรไปแล้ว ไม่ปล่อยให้คุณมาเอะอะโวยวายกับผมอย่างนี้หรอก”
“แต่อยู่ดีๆคุณก็เข้ามาปรากฏตัวอยู่ในห้องฉัน แล้วก็ยัง...”
“ไม่คิดเหรอว่าคุณอาจเปิดประตูทิ้งไว้”
โรมเดินเข้าลิฟต์ ณิศราตามไม่ลดละเถียงว่าตนไม่มีทางเปิดประตูทิ้งไว้ โรมขี้เกียจเถียงต่อจึงบอกเธอว่าตนเป็นหมอจะมาสมัครงานที่นี่ หญิงสาวสวนทันควันว่าไม่รับ ลิฟต์เปิด ณิศราเดินออก โรมกดลิฟต์ลงจะกลับ เธอสะบัดหน้าไม่สนใจ แล้วก็เห็นว่าที่ตัวเองออกมาเป็นชั้นดาดฟ้า จึงหันกลับด้วยความโมโห แต่แล้วต้องตะลึงไม่พบอะไรเพราะชั้นนี้ไม่มีลิฟต์ขึ้นมาถึง
ooooooo
โมนาเดินหาโรมทั่วโรงพยาบาล มาเจอเขายืนอยู่ริมสระน้ำ เธอแปลกใจเพราะเดินผ่านแถวนี้หลายครั้งไม่เห็นเขา จึงซักไซ้ว่าเขาไปไหนมา จะไปไหนก็ควรบอกกันบ้าง โรมหงุดหงิด
“เราเป็นแค่เพื่อนกันนะโมนา! ผมเป็นอิสระที่จะไปไหนมาไหนได้ตามที่ผมต้องการ”










