ตอนที่ 2
“คุณนั่นเอง”
ทินภัทรทำตีเนียนว่าตัวเองไม่ใช่คนไทย พูดกับเธอด้วยภาษาอังกฤษ ลินินผิดหวังมาก ตั้งสติได้บอกเขาว่าตัวเองหลงทางหวังจะให้เขาช่วย เขากลับพยักหน้าทำท่าจะปั่นจักรยานต่อ เธอวิ่งไปขวางหน้าขอร้องเขาเป็นภาษาอังกฤษให้ช่วยบอกหน่อยว่าจะไปถนนเคนซิงตันอย่างไร เขากำลังจะไปหาเพื่อนที่นั่นพอดี ชี้ให้เธอไปนั่งซ้อนท้าย ไม่นานนักทินภัทรขี่จักรยานมาจอดริมถนนแห่งหนึ่งแล้วชี้ให้ดูป้ายถนนเคนซิงตัน
หญิงสาวลงจากรถยังไม่ทันจะขอบคุณ เขาปั่นจักรยานออกไปเสียก่อน เธอตะโกนด่าไล่หลัง
“ไอ้บ้านี่ กวนประสาท” ลินินด่าไม่ทันขาดคำ ทินภัทรเบรกรถหันมาด่ากลับ
“ยู แบด วูแมน...วันหลังอย่าเที่ยวไปด่าใครภาษาไทยสุ่มสี่สุ่มห้าจำไว้” ด่าเสร็จ ทินภัทรปั่นจักรยานต่อไป ลินินตระหนักในทันทีว่าเขาคือชายสวมหน้ากากกันฝุ่นพิษที่ออร์เรนจ์คาเฟ่...
จบคอร์สเรียนภาษา ลินินเรียนอย่างอื่นต่อ ทั้งลงคอร์สเป็นเรื่องเป็นราวและเรียนด้วยตัวเองทางเน็ต ไม่ว่าจะเป็นการเรียนเต้นรำ หรือเต้นเพื่อออกกำลังกาย การจัดโต๊ะอาหาร การใช้ช้อนส้อมสำหรับการกินอาหารแบบฝรั่ง ทุกอย่างที่เธอเรียนรู้ มีเป้าหมายเพื่อลบคำดูถูกและเย้ยหยันของธัญญา ดารณีและพัดชา อีกทั้งยังตั้งใจมั่นจะกลับไปหัก
ปีกหงส์ของพวกนั้นเพื่อแก้แค้น
เธอไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกัน ระหว่างที่คิดแค้นธัญญากับพวก อยู่ๆมีภาพชายสวมแว่นดำที่มาช่วยจัดการกับโจรเอากระเป๋าคืนให้ผุดขึ้นมาในหัว สักพักภาพชายสวมหน้ากากอนามัยปั่นจักรยานไปส่งที่เคนซิงตันผุดตามขึ้นมา เธอคิดว่าเป็นคนละคนกัน ด่าลั่นราวกับทั้งคู่มาอยู่ตรงหน้า
“ไอ้บ้าทั้งสองคน”
ooooooo
ช่วงวันหยุดยาว ทินภัทรและอรนุชเดินทางกลับเมืองไทยพร้อมของฝากแม่และปรางทิพย์เต็มกระเป๋า โดยไม่รู้เลยว่าลินินกลับมาเมืองไทยเช่นกัน...
ลินินเข็นรถใส่กระเป๋าเดินทางออกมาทางประตูทางออกของสนามบินสุวรรณภูมิ เมียงๆมองๆ
เจอแมคกับเสี่ยบัณฑูรกำลังฮึดฮัดใส่กันเพราะต้องการมาชิงตัวเธอไปส่งบ้าน เธอรีบเข็นรถหลบด้วยใบหน้ากระหยิ่มใจที่มีชายหนุ่มแย่งกันมารับ แต่เธอไม่เลือกไปกับใครสักคน ตัดสินใจไปที่เคาน์เตอร์รถลิมูซีนเช่าของสนามบินให้ไปส่งบ้าน จ่ายเงินค่ารถเสร็จ เธอโทร.บอกทั้งแมคและเสี่ยบัณฑูรว่าไม่ต้องรอรับ เธอกลับเองแล้ว
ทั้งคู่ต่างผิดหวังและเซ็งจัด ก่อนจะเมินหน้ากันไปคนละทาง...
วางสายจากสองหนุ่ม ลินินเข็นรถใส่กระเป๋าเดินทางไปยังรถลิมูซีน แต่กระเป๋าสูงท่วมหัวทำให้ไม่เห็นทาง คนขับรถลิมูซีมรีบเดินมาจะช่วยเข็นรถเข็นให้ เธอดันรถเข็นไปให้เขาแต่รถเสียหลักไปชนกับรถเข็นใส่กระเป๋าเดินทางของทินภัทรกับอรนุช กระเป๋าทั้งหมดกระเด็นไปคนละทิศละทาง ลินินรีบยกมือไหว้ขอโทษ
“ไม่เป็นไรค่ะ ไม่เป็นไร” อรนุชยิ้มหวานให้
“ขอบคุณมากค่ะ คือกระเป๋ามันสูงบังสายตาค่ะ” ลินินว่าแล้วหันไปทางทินภัทรที่สวมแว่นดำ
ถึงกับทำอะไรไม่ถูกจำได้ว่าเขาเป็นคนช่วยเธอเอากระเป๋าคืนจากโจรที่ลอนดอน อ้าปากจะทักแต่เขาทำเมินไม่สนใจหยิบกระเป๋าตัวเองเดินลิ่วไปเลย อรนุชงงกับท่าทางของพี่ชายไม่แพ้ลินิน คนขับรถรีบเข้ามาช่วยเก็บกระเป๋าให้ลินิน อรนุชคว้ากระเป๋าตัวเองได้ก็ส่งยิ้มให้อีกฝ่ายแล้วเดินตามพี่ชายจนทัน










