ตอนที่ 2
เช้าสดใส ขณะลินินเดินอยู่ในซอยเล็กๆกลางกรุงลอนดอนเพื่อไปเรียนภาษา โจรคนหนึ่งปั่นจักรยานมาวิ่งราวกระเป๋า ระหว่างที่เธอยืนเก้ๆ กังๆไม่รู้จะทำอย่างไร มีชายสวมหมวกกับแว่นดำขี่จักรยานมาจอดเทียบ
หญิงสาวคิดว่าเขาเป็นคนต่างชาติส่งภาษาอังกฤษขอความช่วยเหลือว่าถูกกระชากกระเป๋า ชายคนนั้นชี้ให้เธอไปนั่งซ้อนท้าย เธอทำตามและด้วยความตกใจทำให้เธอไม่ทันสังเกตว่าชายคนนี้คือชายสวมแว่นดำนั่นเอง เขาพาเธอไล่ตามโจรไปยังซอยลัดดักหน้าโจรไว้ ต่อสู้กับมันเอากระเป๋าของเธอมาคืนจนได้
ครั้นชายคนนั้นส่งเธอลงตรงที่ปลอดภัย เธอขอบคุณเขาเป็นภาษาอังกฤษ เขาตอบกลับมาเป็นภาษาไทยว่าไม่ต้อง เธอถึงได้รู้ว่าเป็นคนไทยแต่ยังไม่ทันจะว่าอะไร ชายคนนั้นพุ่งจักรยานออกไปไม่สนใจอะไรเธออีก ลินินเพิ่งตระหนักว่าเขาคือชายสวมแว่นดำที่เจอในร้านอาหารหรูเมื่อคืนนี้นั่นเอง...
ในวันต่อมา ทินภัทรกำลังกินมื้อเช้าอยู่ในห้องพัก อรนุชที่นั่งเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามกินแซนด์วิชไปพลางอ่านข่าวของลินินจากในมือถือไปด้วย อ่านเสร็จก็เล่าให้พี่ชายฟังที่แท้ลินินก็มาเรียนภาษาที่นี่ช่างรักดีจริงๆ เขากลับบอกว่ารักดีกับอยากได้ใคร่ดีไม่เหมือนกัน ผู้หญิงบางคนไม่ใช่แค่สร้างเสน่ห์จากความสวย
“แต่สร้างภาพดูดีด้วยเพื่อสนองความอยากได้ใคร่ดีให้สมหวังง่ายขึ้น”
“พี่ทินไม่ชอบเขา”
“เปล่า พี่ไปก่อนเจอกันตอนเย็น” ทินภัทรว่าแล้วคว้าหนังสือจะไป อรนุชเห็นเขานอนจามทั้งคืน หันไปคว้าหน้ากากอนามัยมาให้เขาสวมกันไว้ก่อน...
ทางฝ่ายลินินเรียนภาษาเสร็จเดินออกมาหน้าตึก หวนนึกถึงเรื่องที่คุยกับเทวีก่อนหน้าจะเดินทางมาเรียนภาษาที่นี่ เทวียังพยายามเชียร์เสี่ยบัณฑูรว่าที่ยอมทุ่มให้ลินินขนาดนี้เพราะชอบเธอมาก ลินินจะตกลงปลงใจกับใครต้องด้วยความรักไม่ใช่แค่ความชอบ เทวีสมมติว่าถ้าเขามาบอกรัก เธอจะยอมไหม เธอตั้งข้อแม้หากเขายอมหย่าเมีย แล้วมาขอเธอแต่งงานเป็นเรื่องเป็นราว บางทีเธออาจจะสนใจก็ได้ แล้วหยิบซองเงินยื่นให้เทวี
“หนึ่งแสนบาทตอบแทนน้ำใจน้าเทวีที่ช่วยลินินออกมาจากการโดนย่ำยีหยามเหยียด”
“ขอบใจมาก น้าจะเอาไปเก็บสะสมไว้ซื้อแหวนเพชรให้ลูกชายไปขอหมั้นผู้หญิง”
“ผู้หญิงที่ไหนคะ”
เทวีเล่าว่าผู้หญิงคนนั้นเป็นลูกสาวโง่ๆของแม่เลี้ยงที่เชียงใหม่มาหลงรักลูกชายของตน พยายามมาขอให้รีบหมั้นกลัวจะมีใครมาแย่งลูกของตนไป ลินินสงสัยทำไมต้องกลัวด้วย เทวีคุยโม้ว่าตอนนี้ผู้หญิงคนนั้นไปเรียนอยู่ลอนดอน ลูกชายของตนก็เลยว่างที่สำคัญเขาหล่อมากๆ หล่อแบบเลือกได้
“เออ ถ้าลินินเจอคนที่รักแล้วกล้าบอกรักเขา แต่เขาไม่รักตอบลินินต้องเสียใจมากๆ”
“ลินินจะไม่เสียใจในสิ่งที่ทำลงไปค่ะ อย่างน้อยชีวิตนี้ไม่มีใครรักลินิน แต่ลินินก็ยังได้พบเจอคนที่ลินินรัก ไม่เสียใจที่หน้าไม่อายไปบอกรักเขา”
ooooooo
เสียงดีดกระดิ่งของจักรยานปลุกให้ลินินตื่นจากภวังค์ มองไปรอบๆถึงกับมึนตึบ เพราะหลงทางไม่รู้ว่าเดินใจลอยมาถึงตรงนี้ได้อย่างไร พยายามมองหาป้ายบอกทางก็ไม่เห็นสักป้าย ก็เลยลองหาในกูเกิล
มัวแต่ก้มหน้าดูมือถือไม่ทันมองทาง เธอชนกับทินภัทรที่สวมหน้ากากอนามัยปั่นจักรยานมาตามถนน ทั้งที่เขาร้องเตือนเป็นภาษาอังกฤษแล้วว่าให้ระวัง เขาไม่เป็นอะไรแต่เธอล้มก้นจ้ำเบ้า
มือถือกระเด็น เขารีบเข้ามาดูแล ครั้นเห็นอีกฝ่ายชัดๆ ลินินดีใจมากมั่นใจว่าเป็นชายสวมหน้ากากที่มาช่วยเธอหนีจากออร์เรนจ์คาเฟ่










