ตอนที่ 10
เหมันต์โกรธจัด เหมทองไม่เพียงทำร้ายจิตใจลูกชายอย่างเหมวัตยังโกหกหน้าตายเรื่องจับตัวอาคมและชาญเพื่อผลประโยชน์ส่วนตัว อาคมนัดแนะเหมันต์ให้ไปเจอกันอีกในป่าช้าข้างวัดเพราะอยากเล่าเรื่องพวกเสี่ยที่ใส่ร้ายเหมวัตอย่างเลือดเย็นเพื่อสมบัติ เหมันต์ยอมเพราะตัวเองต้องกลับไปร่วมงานแถลงโครงสร้างผู้บริหารใหม่ของบริษัท
เหมทองไม่รู้ตัวว่าความจริงถูกอาคมแฉเรียบร้อย เล่าอย่างหมดเปลือกให้คณะกรรมการเข้าใจเรื่องปรับเปลี่ยนตัวผู้บริหารกะทันหันโดยเฉพาะตำแหน่งทายาทเหมทองกรุ๊ปที่ต้องเป็นของหลานชายแท้ๆ
“เขาคือเหมันต์ บุญญาฉัตรพงษ์...ลูกของเหมวัตและอุษา เขาจะเป็นทายาทของเหมทองกรุ๊ปคนต่อไป”
เหมันต์กลับมาทันร่วมงาน ยืนนิ่งงันมองหน้าทุกคนด้วยอารมณ์ซังกะตาย เหมทองคิดว่าหลานชายคงตื่นเต้น กระซิบสั่งข้างหู “เธออาจจะช็อกอยู่แต่เดี๋ยวเรา ค่อยกลับไปคุยที่บ้าน กล่าวขอบคุณทุกคนสั้นๆก็พอ”
ปราการรับไม่ได้ ไม่อยากเชื่อหูทั้งเรื่องเหมันต์เป็นทายาทตัวจริงและตัวเองจะพลาดตำแหน่งบริหารที่รอคอย เหมทองไม่ยี่หระเรียกให้เหมันต์ตอบรับตำแหน่งแต่หลานชายหมาดๆกลับทำตรงข้าม
“ผมไม่กล้ารับนามสกุลอันยิ่งใหญ่ของประธานเหม หรอกครับ...พ่อของผมมีชื่อว่าชาญศักดิ์ ช่ำชองกิจ เป็นช่างซ่อมรองเท้าข้างถนน ขาพิการเดินไม่ได้ และถูกผู้ชายคนนี้ลักพาตัวไป...ทำให้พ่อผมต้องตายอย่างน่าอนาถ!”
เหมทองตาเหลือก ไม่พอใจมากแต่เหมันต์
ไม่สนประกาศกร้าว “ผมต้องการแค่พ่อผมคืน ไม่ได้ต้องการสมบัติบ้าบออะไรของท่านสักนิด เหมือนที่ลูกชาย ของท่านก็ไม่ต้องการมรดกอะไรนอกจากให้ท่านเข้าใจความรักของเขาเท่านั้น ท่านเป็นต้นเหตุให้ลูกชายต้องตาย เป็นคนฆ่าพ่อชาญของผม คนที่เห็นแก่ตัวอย่างท่านจะเป็นปู่ของผมได้ยังไง!”
จบคำเหมันต์ก็เดินลงเวที สวนกับผาณิตาที่ทำท่าเหมือนอยากขอโทษเต็มแก่แต่เขาไม่เปิดโอกาส
“เพราะเหตุนี้ใช่ไหมคุณถึงขอให้ผม...อย่าเกลียดคุณ”
เหมันต์พรวดพราดออกจากงาน ทิ้งผาณิตาให้มองตามทั้งน้ำตา...รู้สึกผิดกับเขาเหลือเกิน
ooooooo
คำประกาศกร้าวของเหมันต์ปฏิเสธตำแหน่งทายาทเหมทองกรุ๊ปและความเป็นหลานทำให้
เหมทองช็อกเกร็งทั้งตัว ผาณิตาตกใจมากถลาประคองจึงทันได้ยินประโยคสุดท้ายจากปู่ว่าชาญยังไม่ตาย!
เหมทองถูกนำส่งโรงพยาบาลอย่างเร่งด่วนหลังจากนั้น กมลจะตามไปดูแลแต่ต้องชะงักเมื่อลูกน้องมารายงานเรื่องพบตัวอาคม ปราการแอบได้ยินทุกอย่าง กลัวความลับ ในอดีตถูกแฉเลยตัดหน้าปิดปากอาคม
อาคมรู้ตัวว่าปราการคงไม่ปล่อยให้ตนรอด
แต่กระนั้นก็ไม่ยอมทำผิดอีก










