ตอนที่ 10
ผาณิตาที่แวะมาร่วมงานศพของชาญโผล่มาพอดี หริทธ์ร้องทักเสียงหยัน
“นั่นไง...คนที่มันทำให้พี่ชายผมแปลงร่างเป็นแมงดาปีกทอง”
คำพูดถากถางของหริทธ์ทำให้ผาณิตาเหลืออดตอกไม่ไว้หน้า
“เธอมันก็เห็นแก่ตัว เขายอมเสียสละเพื่อพ่อเพื่อน้องชายทุกอย่างแต่เธอไม่เคยมองเห็น หรือเพราะเห็นพี่ชายตัวเองได้ดีกว่าก็เลยทนไม่ได้ เงินจากบ่อนพนันที่เธอได้มามันก็สกปรกพอๆกับใจของเธอนั่นแหละ”
ผาณิตาจี้แทงใจดำ หริทธ์โมโหจะทำร้ายเธอ เหมันต์ร้องห้าม
“อย่านะริท...อะไรที่มันผ่านไปแล้วก็ให้มันผ่านไป เริ่มกันใหม่เถอะ อย่าทำให้วิญญาณพ่อเสียใจไปมากกว่านี้”
“พี่เลิกเสแสร้งได้แล้ว เขาไม่ใช่พ่อพี่ ผมก็ไม่ใช่น้องพี่ เราไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันทางสายเลือดแม้แต่นิดเดียว ไม่จำเป็นต้องมานับญาติกันอีก!”
“พี่ไม่ให้แกกลับไปทำงานชั่วๆอย่างนั้นอีกแล้ว ...มากับพี่”
เหมันต์จะลากน้องชายกลับบ้านแต่หริทธ์สะบัดตัวออกและต่อยเขาเต็มแรง เอมตะลึงแหวลั่น
“แกบ้าหรือไง ทำร้ายพี่เหมันต์ทำไม เขาเป็นพี่แกนะ”
“ก็เพราะฉันมันเลวไง แต่เขาเป็นคนดี เป็นคนดีที่ทำให้พ่อตาย!”
ooooooo
หริทธ์ผลุนผลันออกจากวัด เหมันต์สะเทือนใจหมดแรงจะตาม ผาณิตาต้องคอยปลอบแต่ไม่วายสมเพช เพราะไม่เข้าใจที่อีกฝ่ายยอมให้น้องชายกดดันขนาดนี้
“นายยอมเสียสละเพื่อเขาทุกอย่างทั้งๆที่...แล้วยังนายชาญที่ไม่ใช่พ่อแท้ๆ นายมันบ้า!”
เหมันต์นิ่งไม่ตอบโต้ ผาณิตายิ่งสะท้อนใจเมื่อคิดถึงครอบครัวตัวเอง
“บ้านฉันก็ไม่ใช่คนที่มาจากสายเลือดเดียวกัน พวกเราถึงจะอยู่กันอย่างครอบครัวเดียวกันแต่กลับใส่หน้ากากหากันตลอดเวลา ใครมีโอกาสก็คอยจ้องซ้ำเติม แม้แต่ฉันเองก็ไม่เคยมีความหวังดีกับพวกเขา เลย แล้วนายทำได้ยังไงกัน...เสียสละเพื่อพ่อกับน้องที่ไม่ใช่สายเลือดกันเลย”
“มันเริ่มจากการให้...”
เรื่องราวในอดีตผุดในหัวเหมันต์อีกครั้ง เขาเล่าให้ผาณิตาฟังถึงความเป็นมาที่ทำให้เหมวัตพ่อแท้ๆ ของเขารู้จักชาญ ทั้งสองช่วยเหลือกันตั้งแต่ชาญประสบอุบัติเหตุจนพิการเดินไม่ได้ เหมวัตสอนเย็บรองเท้าให้ชาญใช้เป็นวิชาเลี้ยงชีพและส่งเสียเหมันต์กับหริทธ์
ถึงวันนี้
เหมันต์ร่ำไห้เมื่อคิดถึงพ่อทั้งสอง “เขาต่างให้ซึ่งกันและกัน และการให้นั้นก็ส่งต่อมาที่ผม...การให้ทำให้พวกเรากลายเป็นครอบครัวเดียวกัน ผมเชื่อว่า
ทุกคนทำให้บ้านกลายเป็นครอบครัวได้ด้วยวิธีนี้”
ผาณิตาน้ำตาซึมเริ่มเข้าใจความรักของคนในครอบครัวแม้ไม่รู้ว่าจะมีโอกาสเจอกับตัวเองเมื่อไหร่...










