นิยายไทยรัฐ

ข่าว

    ประกาศิตกามเทพ

    SHARE
    • แนว
    • :
    • โรแมนติก-ดราม่า
    • บทประพันธ์โดย
    • :
    • รจเรข
    • บทโทรทัศน์โดย
    • :
    • กฤติญา สัมฤทธิ์ประสงค์
    • กำกับการแสดงโดย
    • :
    • อนุวัฒน์ ถนอมรอด
    • ผลิตโดย
    • :
    • บริษัท ดีวัน ทีวี จำกัด
    • ช่องออกอากาศ
    • :
    • สถานีโทรทัศน์ช่อง 3
    • นักแสดงนำ
    • :
    • พงศกร เมตตาริกานนท์,พิจักขณา วงศารัตนศิลป์

    ประกาศิตกามเทพ ตอนล่าสุด

    ตอนที่ 1

    ณ ย่านคนทำงานกลางเมือง ผาณิตา หรือน้ำตาล สาวสวยสุดเปรี้ยว รองผู้จัดการฝ่ายการตลาดบริษัทเหมทองกรุ๊ป จำกัด เจ้าของแบรนด์รองเท้ามนตรากำลังทดสอบคุณภาพรองเท้าคอลเลกชันใหม่

    รองเท้าส้นสูงสีแดงสดออกแบบได้อย่างงดงาม สะดุดตา ผาณิตาเดินบนฟุตปาทอย่างมาดมั่น ค่อนข้างพอใจกับคุณภาพรองเท้ารุ่นนี้ แต่จู่ๆรองเท้าก็พลิกสาวมั่นล้มแปะกับพื้น!

    ตอนที่ 2

    ผาณิตาหรือน้ำตาลจัดการเคลียร์ปัญหาให้ประกิตหรือเสี่ยหนึ่งจบก็แยกไปขึ้นรถ จังหวะเดียวกับที่ผกาแม่จอมเจ้ากี้เจ้าการโทร.หา บ่นเรื่องพ่อของเธอที่จนป่านนี้ยังไปไม่ถึงบริษัท

    “ลูกเห็นพ่อไหม แม่มาที่บริษัทไม่เห็นเจอหน้าเลย เห็นแต่อาๆของลูกประจบประแจงคุณปู่ เมื่อไหร่นะพ่อของลูกจะคิดอะไรได้เองโดยที่แม่ไม่ต้องจ้ำจี้จ้ำไช ถ้าเราชวดมรดกก็เพราะพ่อของลูกนั่นแหละ ลูกต้องพูดกับพ่อเขาบ้าง”

    ตอนที่ 3

    ลาวัลย์ตัดสินใจโกหกหริทธ์เพื่อเอาตัวรอด ไม่อยากให้ใครรู้ตัวตนแท้จริงตอนนี้เพราะยังไม่อยากกลับบ้านให้พ่อบงการชีวิต หริทธ์เชื่อสนิทและเกือบได้พากลับบ้านแต่ดันเกิดเรื่องเมื่อทศนาถมาดักรอเหมันต์

    ทศนาถแค้นใจเหมันต์และอยากเอาชนะผาณิตาจึงพาพวกไปดักรอหวังจับตัวเหมันต์ไปให้ปู่ จังหวะเดียวกับที่หริทธ์พาลาวัลย์มาถึงบ้านและเอมพาชาญกลับจากร้านซ่อมรองเท้า ทุกอย่างเลยชุลมุนหลังจากนั้น

    ตอนที่ 4

    สมรภรรยาของทัศนัยหรือเสี่ยสามช่วยสร้อยสาวใช้เก่าแก่ซึ่งหูตึงดูแลมนตราอย่างใกล้ชิด มนตราเพ้อถึงเหมวัตจนใครก็เอาไม่อยู่ สมรต้องใช้ชื่อเหมวัตหลอกล่อให้ยอมกินข้าวกินยาและพักผ่อน

    เมื่อเหมทองรู้ว่าสมรใช้ชื่อเหมวัตหลอกล่อมนตราก็ไม่ชอบใจ ไม่อยากให้ภรรยามีความหวังกว่านี้เพราะตนเองไม่มีปัญญาจะไปตามหาตัวลูกชายที่ไหน แม้ลึกๆจะอภัยให้แล้วแต่ยังทิฐิไม่ยอมรับความจริงกับใคร

    เรื่องย่อละคร ประกาศิตกามเทพ

    เหม บุญญาฉัตรพงษ์ (นพพล โกมารชุน) อัครมหาเศรษฐีเจ้าของธุรกิจผลิตรองเท้าบริษัท เหมทอง จำกัด ภายใต้แบรนด์ดัง "มนตรา"  มีทายาทเพียงคนเดียวคือ เหมวัต(ธัญนพ ตระกูลโชคดี) จึงหวังจะมอบกิจการทุกอย่างให้สืบทอด แต่เหมวัตกลับไปรักใคร่ชอบพอกับอุษา(สลิตา กลิ่นจันทร์)  ที่เป็นเพียงลูกกำพร้าที่ยากจน  คุณเหมกีดกันทุกวิถีทางจนเหมวัตต้องพาอุษาหนีหายไป คุณเหมโกรธมากถึงขั้นตัดขาดเหมวัตจากตระกูลบุญญาฉัตรพงษ์ โดยไม่คิดตามหา และคิดจะยกมรดกพร้อมกิจการทั้งหมดให้แก่ลูกบุญธรรมที่ขอมาเลี้ยงก่อนเหมวัตเกิด 3 คน นั่นคือ...

    1. ประกิต(กรุณพล เทียนสุวรรณ) หรือ เสี่ยหนึ่ง  ต่อมาแต่งงานกับผกา(ชนกวนันท์ รักชีพ)        
    มีลูกสาว 1 คน ชื่อ ผาณิตา หรือน้ำตาล (พิจักขณา วงศารัตนศิลป์)
    2. ปราการ(ศุภกิจ ตังทัตสวัสดิ์) หรือ เสี่ยสอง  ต่อมาแต่งงานกับอรทัย(เสียชีวิต)
    มีลูกสาว 1 คน ชื่อ ลาวัลย์ (ชนกสุดา รักษนาเวศ)
    3. ทัศนัย(อภินันท์ ประเสริฐวัฒนกุล) หรือ เสี่ยสาม  ต่อมาแต่งงานกับสมร(ชไมพร สิทธิวรนันท์) มีลูกชาย 1 คน ชื่อ ทศนาถ (ณัฐรัฐ โมริส เลอกรอง)

    ทั้งสามครอบครัวต่างแก่งแย่งแข่งขันเพื่อช่วงชิงทรัพย์สมบัติของเหม แต่เหมก็เขี้ยวลากดินพอที่จะไม่ยกมรดกให้กับลูกบุญธรรมง่ายๆ ส่วน มนตรา(คาร่า พลสิทธิ์) ภรรยาของเหมก็มีอาการเลอะเลือนหลงๆลืมๆเพราะเสียใจที่เหมวัตหนีหายไป

    เหมวัตกับอุษาใช้ชีวิตด้วยกันอย่างยากลำบากในชุมชนแออัด ในวันที่อุษาคลอดลูก เหมวัตรู้ข่าวด้วยความดีใจรีบขี่มอเตอร์ไซด์กลับบ้าน แต่โชคร้ายเกิดอุบัติเหตุรถชนเสียชีวิตก่อนจะได้พบหน้าลูกชาย ส่วนอุษาเลือดออกมากจนช็อกและเสียชีวิต ทิ้งลูกน้อยไว้กับ ชาญ(วินัย ไกรบุตร) หนุ่มพิการข้างบ้านที่นับถือกันเหมือนพี่น้อง  ชาญตั้งชื่อเด็กน้อยคนนี้ว่า "เหมันต์" (พงศกร เมตตาริกานนท์)

    ชาญเคยมีชีวิตที่รุ่งโรจน์เป็นนักมวยอาชีพที่ผ่านสังเวียนชนะมาแล้วเกือบทุกเวที แต่โชคชะตาพลิกผันเพราะโดนคนเมาชนแล้วหนีจนพิการนั่งรถเข็นไปตลอดชีวิต แต่ชาญก็เป็นนักสู้ที่ไม่ยอมจำนนกับอุปสรรค เขาฝึกซ่อมรองเท้ากับช่างฝีมือดีจนสามารถนำมาประกอบอาชีพหาเลี้ยงชีวิตได้ แถมยังเป็นคนมีน้ำใจเผื่อแผ่ไปถึงคนในชุมชนสลัมจนเป็นที่รักใคร่ของเพื่อนบ้าน ความดีมีน้ำใจชอบช่วยเหลือผู้อื่นของชาญกลายเป็นต้นแบบที่ดีงามให้กับเหมันต์ ลูกชายต่างสายเลือดที่ชาญรักสุดหัวใจ !!

    เหมันต์เป็นเด็กที่ขยันขันแข็ง เอาเวลาหลังเลิกเรียนไปรับจ้างทำงานสารพัด ทำให้เขาได้รับความรู้มากมายจากวิชาชีพเหล่านั้นตั้งแต่ยังเยาว์วัย เหมันต์อยากเรียนให้จบมหาวิทยาลัยเพื่อออกมาเป็นนักกิจกรรมบำบัด แต่ความฝันนั้นต้องสะดุดลงเมื่อชาญรับเด็กทารกที่ถูกแม่ใจร้ายทิ้งไว้หน้าบ้านมาอุปการะ เหมันต์เกิดความสงสารจึงเต็มใจเลี้ยงเด็กคนนี้เสมือนน้องชายร่วมสายโลหิต และช่วยพ่อตั้งชื่อว่า "หริทธ์" (ณัฐวิญญ์ วัฒนกิติพัฒน์)

    วันหนึ่ง เหมันต์ไปช่วยพ่อซ่อมรองเท้าและได้พบกับผาณิตา หรือน้ำตาล หญิงสาวที่จะนำพาให้เขาได้ไปพบกับครอบครัวที่แท้จริง น้ำตาล(ลูกเสี่ยหนึ่ง)หกล้มส้นรองเท้าพลิก เหมันต์จึงซ่อมให้ด้วยวิธีเย็บมือ และด้วยเทคนิคการเย็บรองเท้าที่หาคนทำได้น้อยมากนี้เอง ทำให้เหมต้องการตัวเหมันต์มาทำงานให้บริษัทเหมทอง แต่จุดประสงค์ที่แท้จริงคืออยากให้เหมันต์ซ่อมรองเท้าคู่หนึ่งที่เหมเก็บไว้เสมือนเป็นตัวแทนของลูกชายที่หายสาบสูญไป เหมจึงให้น้ำตาลไปชักชวนเหมันต์มาทำงาน แต่เพราะทศนาถไปก่อเรื่องทำร้ายชาญและหริทธ์ ทำให้สองครอบครัวเกิดความบางหมางอย่างรุนแรง

    เหมันต์ต้องเจอกับอุปสรรคครั้งใหญ่ เมื่อชาญป่วยเป็นโรคไตเรื้อรัง ต้องรอคิวบริจาคไต หนำซ้ำหริทธ์ยังก่อเรื่องไปช่วยลาวัลย์จากแก๊งขนของหนีภาษี เป็นเหตุให้สินค้าที่ลักลอบมาโดนตำรวจยึดไปหมดมิตร(พศิน เรื่องวุฒิ)หัวหน้าแก๊ง โกรธแค้นหริทธ์เลยไล่ล่าหริทธ์ถึงบ้าน และขู่จะเอาชีวิตถ้าหริทธ์ไม่ชดใช้เงินเหมันต์ยอมเซ็นชื่อเป็นลูกหนี้และรับปากจะหาเงินมาคืนให้ ถ้าเหมันต์เบี้ยว หริทธ์จะกลายเป็นศพทันที เมื่อหัวหน้าแก๊งไปแล้ว เหมันต์เจอลาวัลย์หลบซ่อนตัวอยู่ในบ้าน ลาวัลย์ได้เห็นความเสียสละของเหมันต์จึงหลงรักเหมันต์จับใจ ขณะที่หริทธ์ก็แอบชอบลาวัลย์เช่นกัน 

    น้ำตาลเมื่อรู้ว่าเหมันต์ติดหนี้นักเลง จึงยื่นข้อเสนอ ใช้หนี้ให้ แต่เหมันต์ปฏิเสธเพราะไม่ชอบน้ำตาลและครอบครัวที่ชอบทำตัวเหนือกฎหมายและใช้เงินฟาดหัวคนอื่น น้ำตาลเหม็นขี้หน้าความเป็นคนโลกสวยของเหมันต์จึงเลิกง้อ โชคชะตาทำให้เหมันต์ได้พบกับน้ำตาลอีกหลายครั้ง

    ในงานเลี้ยงอายุครบหกรอบของคุณเหม  น้ำตาลได้ขอให้เหมันต์มาช่วยงานฝ่ายจัดสถานที่ซึ่งเหมันต์ทำได้ดีมาก ที่นี่เหมันต์ได้พบกับคุณเหมเป็นครั้งแรก  คุณเหมรู้สึกถูกชะตาเหมันต์ในทันที  แต่ยังไม่ทันได้ทำความรู้จักกันดีนัก  ก็เกิดเรื่องขึ้นเสียก่อน  นั่นคือ หริทธ์ได้มาร่วมงานกับแก๊งเพื่อนของลาวัลย์  เหมันต์ไม่รู้ว่าหริทธ์ปกปิดฐานะจึงทักทายหริทธ์  ทำให้เพื่อนไฮโซของลาวัลย์ดูถูกหริทธ์จนอับอายออกจากงานไป เหมันต์ต้องรีบตามไปปลอบน้องชาย

    คุณเหมสนใจประวัติของเหมันต์มาก ขอให้น้ำตาลตามเหมันต์มาพบ  แต่ชาญเกิดป่วยหนัก เหมันต์จึงพลาดนัด จนกระทั่งคุณเหมรอไม่ไหวขอให้น้ำตาลพาไปหาเหมันต์ที่บ้าน  และได้เห็นรูปของแม่เหมันต์ คุณเหมจำได้ว่าเป็นเมียจนๆของเหมวัต ถึงกับช็อก  คุณเหมรีบกลับทันทีโดยอ้างกับน้ำตาลว่าไม่สบายกะทันหัน หลังจากนั้นคุณเหมก็หาทางคุยกับชาญ ตอนแรกชาญยืนยันว่าเหมันต์เป็นลูกตน แต่เมื่อรู้ตัวว่าโรคไตที่เป็นอยู่ทำให้มีชีวิตอยู่ได้อีกไม่นานนัก จึงตัดสินใจเล่าเรื่องราวในอดีตให้เหมฟัง และมอบกำไลข้อเท้าของเหมวัตคืนให้กับเหม     

    เหมเห็นกำไลซึ่งตนเคยซื้อให้เหมวัตตอนเป็นเด็ก จึงเชื่อว่าเหมันต์คือลูกชายของเหมวัตจริงๆ  ขณะเดียวกัน เสี่ยสองกับเสี่ยสามก็มีปากเสียงกันรุนแรงเรื่องผลประโยชน์ในบริษัท   ส่วนเสี่ยหนึ่งก็ถูกภรรยาครอบงำทุกอย่างจนเบื่อหน่าย แอบไปมีเมียน้อย น้ำตาลต้องช่วยปกปิดเพื่อไม่ให้ผกาและเหมรู้  ปัญหาความแตกแยกในครอบครัวทำให้คุณเหมตัดสินใจจะรับเอาเหมันต์กลับเข้ามาในตระกูลบุญญาฉัตรพงษ์  แต่เนื่องจากเป็นห่วงความปลอดภัยของเหมันต์  คุณเหมจึงขอให้กมล(พัฒนะ พันธุ์เทวะ)เก็บเรื่องชาติกำเนิดของเหมันต์เป็นความลับ  ที่สำคัญคุณเหมต้องการจะทดสอบเหมันต์ว่าเป็นคนดี คู่ควรกับการเป็นทายาทของบุญญาฉัตรพงษ์หรือไม่

    เหมไม่อยากให้เหมันต์เกี่ยวข้องกับชาญอีก เพราะอยากล้างอดีตที่ต่ำต้อยของเหมันต์ เหมจึงแอบไปพบชาญและมอบเงินก้อนโตให้แลกกับการให้ชาญไปเสียจากเหมันต์  ชาญไล่เหมออกจากบ้าน เป็นจังหวะเดียวกับที่โรคไตของชาญกำเริบหนักขึ้น ชาญไม่อยากเป็นตัวถ่วงของลูก จึงหนีหายไป และทิ้งจดหมายไว้ว่า วันที่เหมันต์ทำงานประสบความสำเร็จ พ่อจะกลับมา

    เหมันต์จึงทำงานในบริษัทของปู่อย่างแข็งขัน เพื่อรอวันที่จะได้พบกับพ่อ ขณะที่หริทธ์ก็ประจบหัวหน้าแผนกไปทั่ว  โดยเฉพาะกับคุณเหมที่หริทธ์หาทางเข้าใกล้ทุกครั้งที่มีโอกาส  ซึ่งคุณเหมก็ทำเป็นเมตตาเอ็นดู ทำให้หริทธ์เข้าใจผิดคิดว่า คุณเหมชื่นชมตนแต่จริงๆแล้วคุณเหมต้องการหลอกถามถึงเหมันต์  ที่นับวันคุณเหมจะรู้สึกรักและผูกพันกับหลานชายมากขึ้นทุกที จนในที่สุด คุณเหมขอให้เหมันต์มาเป็นเลขาส่วนตัว  โดยให้เข้าพักในคฤหาสน์บุญญาฉัตรพงษ์  หริทธ์อิจฉาพี่ชายมาก  อยากเข้าไปอยู่ด้วยแต่ก็ไม่ได้รับอนุญาต

    เหมันต์ได้พบกับมนตราผู้เป็นย่าที่มีอาการเลอะเลือน  มนตราทักเหมันต์ว่าเป็นเหมวัตลูกชาย ซึ่งคุณเหมก็ขอให้เหมันต์ช่วยเออออไปเพื่อความสุขของมนตราที่เฝ้าคิดถึงลูกชายตั้งแต่จากกันไป  เหมพยายามสอนเทคนิคทำธุรกิจแบบมีเล่ห์เหลี่ยม เอาชนะคู่แข่งด้วยวิธีสกปรก แต่เหมันต์กลับไม่เห็นด้วยยังคงยึดมั่นทำธุรกิจแบบมีคุณธรรม ไม่ยอมทำผิดเพื่อผลประโยชน์  ทำให้เหมขัดใจ แต่เหมก็ค่อยๆซึมซับความดีของหลานชายอย่างไม่รู้ตัว  

    ความผูกพันของคุณเหมกับเหมันต์ทำให้ เสี่ยสองรู้สึกไม่พอใจอย่างมาก และยิ่งหงุดหงิดมากขึ้นไปอีกเมื่อรู้ว่า  เหมประกาศให้น้ำตาลหมั้นกับทศนาถ เพราะเสี่ยสองต้องการให้ลาวัลย์ลูกสาวลงเอยกับทศนาถมากกว่า เสี่ยสองจึงคิดแผนการที่จะทำให้น้ำตาลเสื่อมเสียโดยการล่อลวงไป แล้วจัดฉากว่าน้ำตาลตกเป็นเมียของผู้ร้ายแล้ว (เสี่ยสองไม่ได้ต้องการให้ข่มขืนจริง) เมื่อแผนการเริ่มขึ้น....เสี่ยสองให้สมุนโทรไปขู่น้ำตาลว่าจะทำร้ายคุณเหม และขอให้น้ำตาลไปเจรจาที่ที่นัดหมายโดยห้ามแจ้งความ แต่เหมันต์รู้เรื่องเข้า จึงขอตามไปคุ้มกันน้ำตาล  สมุนเห็นว่าผิดแผนจึงทำร้ายเหมันต์จนสลบก่อนจะหนีไป  

    เสี่ยสองรีบพาทศนาถตามไปตามแผน และก็ได้พบว่าน้ำตาลกำลังกอดอยู่กับเหมันต์ ทศนาถเสียหน้าและโกรธมากส่วนเสี่ยหนึ่งกับคุณผกาก็ต้องการแจ้งความเหมันต์ข้อหาล่อลวง  แต่คุณเหมกลับปกป้องเหมันต์ และเอาตัวเองเข้ารับรองว่าเหมันต์ไม่มีวันทำเรื่องเช่นนี้  ซึ่งยิ่งทำให้เสี่ยทั้งสามโกรธมาก เหมันต์ขอไปจากบ้านบุญญาฉัตรพงษ์  ระหว่างโต้เถียงกันมนตราเข้ามาร้องไห้  ไม่ยอมให้เหมันต์ไป คุณเหมจึงได้ทีอ้างความจำเป็นที่จะให้เหมันต์ได้อยู่ในบ้านต่อไป

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    “ริว” อวดกล้ามเฟิร์ม หุ่นฟิต ซิกซ์แพ็กแน่นๆ ส่งท้าย!! ละคร “พฤษภา-ธันวา รักแท้แค่เกิดก่อน”
    26 ต.ค. 2564

    09:00 น.

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันอังคารที่ 26 ตุลาคม 2564 เวลา 18:08 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์