ตอนที่ 8
“ฉันไม่ได้แย่งคุณพระไปจากพี่ ฉันมิได้คิดเยี่ยงนั้นเลย”
“ฮึ ทั้งเอ็งและแม่รู้ความจริงก็คงปรี่ไปบอกคุณกำไลกับคุณพระ ทุกวันนี้ที่ฉันมีชีวิตอยู่ได้ก็เพราะลูก ทั้งความรักทั้งศักดิ์ศรี ฉันก็พึ่งลูกคนนี้จนหมดสิ้น ยิ่งตอนนี้คุณกำไลมีลูกชายแล้ว คุณพระก็มีเอ็งปรนนิบัติพัดวี หากมีผู้ใดเทียวไปบอกเรื่องลูกฉัน คราวนี้เอ็งกับแม่คงสมใจ”
หยาดใจอ่อนตามเคยทนเห็นพี่เสียใจไม่ได้รับปากจะไม่บอกเรื่องพี่แท้งลูกให้ใครฟัง แม่เยื้อนตกใจทำอย่างนั้นเท่ากับช่วยหยดหลอกคุณพระ หยดเห็นแม่ทำท่าจะไม่ช่วยปิดเรื่องแท้งลูก คร่ำครวญทั้งน้ำตาว่าแม่ไม่เคยรัก ไม่เคยทำอะไรเพื่อเธอเลย อยากเห็นเธอเป็นแค่เมียทาส แม่เยื้อนสงสารลูกจับใจ
“หากเอ็งคิดว่าแม่อย่างข้ามิเคยทำอะไรเพื่อเอ็งบ้างเลย นี่จักเป็นครั้งเดียวที่ข้าจักทำเพื่อเอ็ง ข้าจักถือว่าข้าไม่รู้ไม่เห็นเรื่องนี้” พูดจบแม่เยื้อนเดินจากไปทั้งน้ำตา...
ผีหยาดนึกถึงอดีตแล้วอดน้ำตาไหลไม่ได้ หากแม่ไม่ปดเพื่อพี่ในวันนั้น พี่ก็คงต้องถูกแขวนคอไปนานแล้ว
“ฮึ คงจะสุมความแค้นไว้มานานสิหนา สุดท้ายต้องลงมือฆ่าข้าด้วยตัวเอง”
“พี่หยด พอได้แล้ว พี่หยดตรองดูดีๆเถิดหนาว่าทุกอย่างเกิดจากความตั้งใจของแม่หรือ”
ผีหยดรู้ทั้งรู้ว่าเป็นอุบัติเหตุแต่ก็ไม่ยอมรับ ยังคงตัดพ้อต่อว่าแม่เยื้อนที่ทำให้ตัวเองตาย ผีหยาดไม่รู้จะอธิบายอย่างไรว่าแม่รักพี่มากแค่ไหน และตนเชื่อเหลือเกินว่าครั้งนี้ท่านอาจจะมาเพื่อช่วยปลดปล่อยพี่
“คนที่ทำลายชีวิตกูครั้งหนึ่ง จักช่วยกูได้อย่างไร”...
ขณะที่ผีหยดยังแค้นแม่ตัวเองข้ามภพข้ามชาติ ยุพดีที่ยังคุยอยู่กับวิษณุตัดสินใจเล่าความลับเรื่องตัวเองฝันแปลกๆก่อนจะมาที่บางบาปให้ฟัง เธอฝันเห็นตัวเองถือมีดพร้าไว้ในมือ แทงผู้หญิงคนหนึ่ง เดือนกลับเข้ามาพร้อมกระติกน้ำร้อน ทั้งยุพดีและวิษณุจึงต้องหยุดการสนทนาไปโดยปริยาย เดือนเห็นหน้าทั้งคู่ก็ตกใจ
“แม่ ทำไมแม่หน้าซีดแบบนั้นล่ะ พี่ณุก็อีกคน เป็นอะไรกันคะเนี่ย”
“คงมีไข้นิดหน่อยน่ะ ไม่มีอะไรหรอกเดือน”
วิษณุถือโอกาสลาเลย ยุพดีจะได้พักผ่อน แล้วนึกอะไรขึ้นมาได้ ชวนท่านไปไหว้พระก่อนกลับกรุงเทพฯ ท่านเป็นสายบุญอยู่แล้วจึงรับคำชวนโดยไม่ต้องคิดให้เสียเวลา
ooooooo
เช้าวันถัดมา วิษณุพายุพดีมากราบหลวงพ่อที่วัดบางบาปแล้วเล่าเรื่องที่เกิดในกองถ่ายให้ท่านฟัง
“เมื่อวานคุณแม่เขามาเยี่ยมกองแล้ว มีสภาวะบางอย่างที่เกิดขึ้นคล้ายๆกับเคยเกิดขึ้นกับผมมาก่อน ผมไม่คิดว่าเรื่องทั้งหมดคือความบังเอิญ”
“ไม่มีความบังเอิญบนโลกนี้หรอก การที่โยมได้มาเจอกัน การที่อาตมามานั่งอยู่ตรงนี้ทุกอย่างถูกกำหนดไว้แล้ว กรรมเพียงแต่รอเวลาของมันที่จะปรากฏขึ้นให้เรารับรู้”













