ตอนที่ 4
“ตลกไหมล่ะคุณ เขาเชื่อว่าที่เขาต้องมาทำละครเรื่องนี้ก็เพราะถูกลิขิตให้กลับมาแก้กรรมที่นี่ มันก็คล้ายๆพล็อตละครไทยทั่วไปอะไรแบบนี้แหละ เฮ้อ...ฉันว่าพี่ณุคงอินละครมากไป คิดทั้งยามตื่นยามหลับก็เลยหมกมุ่นแบบนี้ แถมยังเอาพระมาให้ฉันใส่จนฉันซวยเนี่ย ตั้งแต่มาฉันยังไม่เคยเห็นผีสักตัว”
“ไม่เคยเจอไม่ได้แปลว่าไม่มีนี่คุณ”
รินยังไม่เคยเจอกับตัวเองทั้งเรื่องผีและเรื่องระลึกชาติได้แล้วจะให้เชื่อได้อย่างไร ปาลสรุป การที่เธอไม่เชื่อเรื่องผี อาจเป็นเพราะเธอไม่เคยเจอ และอีกหลายเรื่องที่เธอไม่เชื่อไม่ใช่ว่ามันไม่มีอยู่จริง
“มึงอยากรู้นักใช่ไหมว่ากูมีจริงรึเปล่า...ได้” ผีหยดที่ยืนฟังอยู่ต้องการเอาคืนปาล รอจนเขาหลบไปต่อบทคนเดียว เข้าไปหัวเราะที่ข้างหู ปาลเหลียวมองไปรอบๆแต่ไม่เห็นใคร อึดใจมีเสียงหัวเราะดังขึ้นอีก คราวนี้ดังมาจากในตึกวนาเทพ เขาหลงกลเดินตามเสียง ผีหยดที่ยืนมองอยู่ยิ้มสะใจที่เขาเดินเข้ามาหากับดัก
ที่หน้าตึกวนาเทพซึ่งถูกเซตให้เป็นฉากที่จะถ่ายทำต่อไป วิษณุสรุปคร่าวๆให้ทุกฟังว่านี่เป็นฉากที่นายปั้นมาคุมงานแล้วเจอหยาด พูดคุยกัน ปะทะคารมกันและมีการตัดพ้อกันอีกด้วย ทีมงานพร้อม พายซึ่งรับบทหยาดพร้อม กล้องพร้อม แต่ปาลในบทนายปั้นยังไม่โผล่ วิษณุสั่งให้บอลโทร.ตามตัวมาที
ที่ห้องแต่งตัว เดือนกำลังเก็บภาพคู่พระคู่นางต้นกับกิฟท์จะเอาไปลงข่าว ได้ยินเสียงเรียกเข้ามือถือของปาลดังขึ้น ไม่เห็นเจ้าตัวอยู่ในห้องจึงรับสายแทน
“พี่ปาลลืมโทรศัพท์ไว้ค่ะพี่บอล...อ้าวเหรอคะ” เดือนวางสายแล้วหันมาบอกกับต้นและกิฟท์ว่าพี่ปาลหายไปไหนไม่รู้...
ปาลเดินตามเสียงหัวเราะลงไปตามทางเดินมุ่งสู่ห้องใต้ดินที่มืดมิด กระทั่งมาถึงหน้าห้องที่หยดเคยถูกขัง อยู่ๆประตูเปิดออก เขาลังเลอึดใจก่อนเดินเข้าไป ผีหยดห้อยหัวลงมาจากเพดานกระซิบข้างหูเขาว่าอย่ายุ่งกับริน ปาลหน้าตาตื่นถามว่านั่นใครออกมาเดี๋ยวนี้ ผีสาวประกาศตัวว่าชื่อหยด
“หยด!! ไม่ใช่นางหยาดหรือ”
“กูบอกว่ากูชื่อหยด”
“หยดเหรอ...แล้วต้องการอะไร” สิ้นเสียงปาล ผีหยดหัวเราะดังโหยหวนชวนขนลุก เขามั่นใจว่าโดนผีหลอกจะวิ่งหนี ประตูปิดปัง เขาทั้งทุบทั้งร้องตะโกนให้คนช่วยแต่ประตูไม่ขยับเหมือนถูกลั่นดานจากด้านนอก
ooooooo













