ตอนที่ 4
วิษณุที่ถูกผีหยาดพาย้อนกลับไปในอดีตตื่นจากภวังค์รู้สึกชิงชังตัวเองมาก ทรุดตัวลงไปหาผีหยาดที่หมอบกับพื้น ขอโทษเธอสำหรับเรื่องที่เกิดขึ้น เธอไม่ถือโทษโกรธเขา เรื่องก็ผ่านมาเนิ่นนานแล้ว
“มันคงเป็นกรรมของบ่าวที่ต้องชดใช้ในชาตินั้น คุณพระอย่าพูดถึงมันอีกเลยเจ้าค่ะ” สิ้นเสียงผีหยาด มีลมพัดกระโชกเข้ามาจนกิ่งไม้ไหวลู่ลม ผีหยดปรากฏตัวขึ้น มองทั้งคู่ด้วยแววตาแดงก่ำ
“หน็อย อีนังตัวดี ลับหลังข้ามิทันไรก็มาหาคุณพระอีกแล้วรึ อีหยาด อย่าคิดว่าเอ็งจักทำให้คุณพระวนาเทพหลงหัวปักหัวปําได้อีกครา ข้ามิยอมดอก”
ผีหยาดหันมองพี่สาวไม่พูดอะไรหายตัววับไป ผีหยดเข้าไปหาวิษณุ ออดอ้อนให้รอเธอสักนิด อีกไม่นานเธอจะมีร่างมาหาเขาในชาตินี้แล้ว พูดจบผีหยดหายตัวไปโผล่ตรงที่รินกำลังคุยอยู่กับหน่อยเรื่องเงินค่าจ้างตัวประกอบ บริกรรมคาถาบางอย่างแล้วพุ่งเข้าหาหวังจะสิงร่างริน สร้อยพระที่เธอห้อยคออยู่เปล่งแสงเรืองรองออกมา ผีหยดถึงกับผงะถอยออกมาแทบไม่ทัน
“กูจะทำเยี่ยงไรดี ให้ร่างมึงเป็นของกู” ผีหยดมองหาตัวช่วยเห็นเดือนคุยโทรศัพท์อยู่ไกลๆพร้อมกับมองมาทางรินด้วยสายตาไม่เป็นมิตร จึงคิดจะใช้ร่างเดือนไปถอดพระเครื่องออกจากคอริน ผีหยดท่องมนต์สะกดจิตใส่เดือนแค่อึดใจแววตาเธอเปลี่ยนเป็นว่างเปล่า
“มึงจงไปถอดสร้อยพระมาจากอีริน...แค่สะกดจิตให้อ้ายอีพวกนี้ไปถอดสร้อยพระให้ ข้าก็จักได้ร่างอีรินแล้ว คุณพระจักต้องเป็นของข้า” ผีหยดหัวเราะชอบใจ
ooooooo
เดือนซึ่งถูกสะกดจิตตรงไปหารินที่กำลังง่วนอยู่กับการทำงาน จะคว้าสร้อยพระที่ห้อยคอ รินหลบทันทำให้คว้าพลาด เดือนสั่งให้ถอดสร้อยพระให้ รินไม่ยอมดิ้นหนี แต่เธอแรงเยอะจนน่าตกใจ
“ฉันบอกให้เอาสร้อยพระมาให้ฉัน” เดือนพยายามดึงรินเข้ามาใกล้ๆจะได้ถอดสร้อยถนัด เธอสู้สุดฤทธิ์ ถีบอีกฝ่ายกระเด็น เดือนลุกขึ้นมาได้ผลักรินกระแทกกับโต๊ะจนทรุดแล้วบีบคออย่างแรง ก่อนที่รินจะขาดอากาศหายใจ ปาลผ่านมาพอดี เข้าไปช่วยไว้ทัน จับเดือนเหวี่ยงสุดแรงล้มกระแทกพื้น มนต์สะกดหลุดไปด้วย ผีหยดแค้นใจมากที่เขาแส่ไม่เข้าเรื่อง...
หลังจากทุกอย่างสงบ รินเดินไปล้างตัวโดยมีปาลตามมาช่วยเป็นบอดี้การ์ด เธอขอบใจเขามากที่ช่วยเอาไว้ เขาอดถามไม่ได้ว่าช่วงนี้วิษณุเป็นอะไรหรือเปล่า เมื่อเช้าเห็นพูดคนเดียวใต้ต้นไม้อยู่นานสองนาน แถมยังจุดธูปอีกด้วย เธอตัดสินใจเล่าเรื่องที่วิษณุบอกว่าตัวเองเป็นคุณพระวนาเทพกลับชาติมาเกิดให้ฟัง













