ตอนที่ 1
ทันใดนั้นปลิวโผล่พรวดมาขอร้องตำรวจอย่าใช้กำลังรุนแรงเลย คิมหันต์จ้องปลิวเขม็ง เช่นเดียวกับเนตรดาวที่อยากรู้ว่าชายสูงวัยคนนี้เป็นใคร
“ไอ้ปลิว!!” กำนันเกชาคำราม ขณะที่ผู้กำกับก็ชะงัก รำพึงชื่อตาปลิวออกมาเหมือนกัน
ปลิวหันไปที่แสงฉายแล้วพูดพอได้ยินแค่สองคน “พาพวกเรากลับไปก่อนเถอะแสงฉาย ทำแบบนี้เสียเปรียบมันเปล่าๆ”
“ลุงปลิว แต่ว่า...”
“จะพาพี่น้องเราบาดเจ็บล้มตายทำไม ดูสิ พวกเรามือเปล่า พวกนั้นมีอาวุธเต็มมือ แถมยังถือกฎหมายในมืออีกด้วย”
แสงฉายนิ่งไปนิดก่อนยินยอมพาชาวบ้านกลับไปโดยดี ไม่มีใครเลือดตกยางออก
ooooooo
ที่ร้านเจ๊กเฮง...หมวยทายาให้เมฆาที่โดนนักเลงประจำถิ่นซัดฟกช้ำดำเขียว เมฆาแกล้งบ่นเพื่อความสมจริงในอาชีพเซลส์แมนของตน
“ทำไมถึงซวยแบบนี้ ของก็ขายไม่ได้ ถูกรุมกระทืบ แถมยังถูกผู้หญิงตบอีก”
“ผู้หญิงที่ไหน นั่นมันทอมชัดๆ” หมวยจีบปากจีบคอ ครั้นทายาเสร็จก็ยังนั่งคลอเคลียหนุ่มหล่ออย่างพึงพอใจ ตาจุ้นมองรู้ทันแต่ไม่ขัดคอ ชวนชายหนุ่มคุยไปประสาคนช่างพูด
“ข้าว่าเอ็งมาใหม่ต้องเซ่นไหว้เจ้าที่ถึงจะมีสิริมงคลแคล้วคลาดปลอดภัย”
“จริงด้วย ฉันต้องทำยังไงล่ะลุง”
“เอ็งไม่ต้องทำอะไร แค่นั่งเฉยๆแล้วจ่ายเงิน เดี๋ยวข้าจัดการให้...เฮ้ย ไอ้เฮงเอาเหล้าฝรั่งมาขวดนึง โซดาน้ำแข็งกับแกล้มอย่างดีพร้อม”
เจ๊กเฮงรับคำแล้วเดินหายเข้าไปในร้าน เมฆาสงสัยถามตาจุ้นว่าจะไหว้เจ้าที่ต้องขนาดนี้เลยหรือ
“เถอะน่า เลี้ยงข้าสักมื้อ เอ็งอยากรู้อะไรที่นี่ ข้าบอกได้หมด”
เข้าทางเมฆาทันที!! เขาเริ่มถามซอกแซก “เขาว่าที่นี่นายเรืองเดชใหญ่ มีอิทธิพลมากจริงหรือ”
“จริง ไอ้คนที่รุมกระทืบเอ็งนั่นก็คนของนายเรืองเดช ส่วนไอ้หัวหน้าที่เข้ามาทีหลังนั่นมันชื่อไอ้สิงขร เป็นมือขวาของเรืองเดช เหี้ยมมาก ที่นี่น่ะพวกมันจะทำอะไรยังไงกับใครก็ได้ ไม่มีใครกล้าหือ”
“แล้วทำไมตำรวจไม่เอาพวกมันเข้าคุกให้หมดเลยล่ะ”
เจ๊กเฮงกลับออกมาได้ยิน ตอบเสียงดังฟังชัด “ตำรวจที่นี่น่ะหัวหดจะตาย กล้าที่ไหน ตำรวจคนไหนมีปากมีเสียงหรือไปขวางทางพวกมันก็ถูกยิงทิ้งหมด เอ็งดูสิ ตำรวจที่นี่มีกี่คนกัน ไม่มีใครอยากย้ายมาที่นี่ นอกจากกะเทยคนเมื่อกี้ สงสัยอีจะไม่รู้เรื่องว่าที่นี่ เป็นยังไง”
“เตี่ย...เขาเรียกทอม” หมวยท้วงขึ้นมา เมฆาไม่ได้สนใจประเด็นนี้ อยากรู้เรื่องเรืองเดชต่อ
“แล้วนายเรืองเดชล่ะ”
“นายเรืองเดชก็เป็นนักธุรกิจใหญ่ มีกิจการมากมาย...” ตาจุ้นน้ำลายแตกฟองเล่าเรื่องเรืองเดชต่อไปอย่างออกรส
ooooooo
ปลิวกลับมาที่บ้านของตนได้ไม่นาน คิมหันต์ตามมาอย่างเงียบๆ สองคนประฝีมือกันเล็กน้อยก่อนที่คิมหันต์จะสวมกอดตาปลิวด้วยความคิดถึง จากนั้นสองตาหลานก็ซักถามทุกข์สุขของกันและกันหลังจากไม่ได้เจอกันนาน...
ที่บาร์ของเรืองเดช สิงขรเข้ามาพร้อมสมุนสามคนแล้วเห็นใครคนหนึ่งนั่งสวมหมวกในมุมมืด สิงขรสีหน้าไม่พอใจเพราะยังไม่ถึงเวลาบาร์เปิดทำไมถึงมีแขกเข้ามาได้ แต่เมื่อเขาเดินมาใกล้พร้อมชักปืนออกจากเอว ปรากฏว่าอีกฝ่ายเร็วกว่าจ่อปืนใส่สิงขรพร้อมขึ้นนกเสียงดัง
แค่นี้สิงขรก็แสยะยิ้ม ทักผู้มาเยือนอย่างจำได้ “มีคนเดียวที่ทำแบบนี้ได้...เชน เวียงทอง”
เชนถอดหมวกเผยให้เห็นใบหน้าคมเข้มค่อนไปทางดุดัน
“สบายดีนะสิงขรเพื่อนรัก”
“สบายดี แต่ดูท่าทางแกจะไม่สบายสินะ ถึงได้แจ้นมาหาฉันถึงที่นี่”
“ฉันมีปัญหานิดหน่อย งานที่แล้วมันไม่จบ แถมไปเจอตอใหญ่เข้าให้”










