ตอนที่ 1
คมยินยอมแต่ไว้เชิงด้วยการโยนผ้าเช็ดรถให้สิงขร บอกว่าใครไปรับก็ต้องเช็ดรถเอง...ท่าทีไม่กลัวเกรงของคมนั้นทำให้สิงขรยิ่งชังน้ำหน้าเขามากขึ้นไปอีก
ooooooo
ใกล้ค่ำ ปลิวกับคิมหันต์นั่งกินข้าวและพูดคุยกันเรื่องกำนันเกชากับลูกชายที่ไม่ว่าจะกี่ปีผ่านไปสองคนก็ยังอวดเบ่งใหญ่คับอำเภอโดยไม่สนหน้าอินทร์หน้าพรหม
คิมหันต์จากที่นี่ไปเกือบหกปี เขาฟังตาปลิวเล่าเรื่องสองพ่อลูกแล้วยิ่งรับไม่ได้
“ไม่มีใครกล้าไปแหยมกับมันสักคนนี่ ยิ่งตอนนี้มันซื้อข้าราชการทั้งอำเภอเป็นพวก มันยิ่งเหิมเกริมใหญ่”
“แล้วผู้หญิงที่นำชาวบ้านมาล่ะตา”
“อ๋อ แสงฉาย มาบรรจุเป็นครูที่นี่ได้ 5 ปีแล้วมั้ง”
“มิน่าล่ะ ฉันไม่เคยเห็น”
“แสงฉายน่ะเขาชอบเดินป่า มาอยู่ไม่กี่ปีเดินไปทั่วหมด ไปยันฝั่งโน้นแน่ะ ขนาดข้าเคยเป็นพรานยังสู้เขาไม่ได้เลย”
“ขนาดนั้นเลยหรือตา”
“เออ...แต่ระยะหลังมานี่กำนันเกชาเริ่มมารุกป่า ลามมาถึงป่าชุมชนของพวกเรา แล้วเอาเงินฟาดหัวให้เจ้าหน้าที่ที่ดินออกโฉนดให้ แสงฉายเลยทนไม่ได้เพราะชาวบ้านเริ่มไม่มีที่ทำกิน เลยปลุกระดมชาวบ้านให้ลุกขึ้นสู้”
“เท่าที่เห็นวันนี้ไม่น่าจะสู้ได้ เหมือนกับเอาไม้ซีกไปงัดไม้ซุง ยิ่งเป็นผู้หญิงด้วยก็ยิ่งน่าเป็นห่วง”
“ก็เรื่องนี้แหละที่ข้าเป็นห่วง ถึงต้องรีบไปห้ามทัพไง เอ็งมาบ้านเที่ยวนี้ข้าคิดว่าเอ็งคงไม่ได้กลับมาเยี่ยมข้าเฉยๆหรอกนะ”
“ใช่จ้ะ ฉันมาทำงาน”
“งานอะไร”
“ฉันยังคิดไม่ออกเลยว่าจะทำงานอะไร”
“โธ่...เอ็งก็บอกมาตรงๆเลยว่าตกงาน แล้วจะกลับมาหางานทำที่บ้าน”
คิมหันต์แสร้งยิ้มรับ ในใจนึกถึงแสงฉายที่น่าจะมีข้อมูลข่าวที่เขาต้องการ...เวลานั้นแสงฉายอยู่ที่บ้านพักครูของเธอ สักครู่ได้ยินเสียงสังเวียนมาร้องเรียก เขานำอาหารฝีมือเมียมาให้ครูแสงฉายตอบแทนความดีที่เธอเสียสละเพื่อชาวบ้านที่นี่เสมอมา
“เรื่องนั้นมันเป็นหน้าที่ค่ะน้าสังเวียน การรักษาผืนแผ่นดินไทยเป็นของพวกเราทุกคน ผืนป่าเป็นของพวกเราทุกคน ไม่ใช่ของใครคนใดคนหนึ่ง”
“ได้ยินครูพูดแบบนี้ใจผมมันฮึกเหิมขึ้นเยอะ อยากจะออกไปซัดกับพวกมันอีกซักตั้ง”
แสงฉายยิ้มขำ แล้วสังเวียนก็ขอตัวกลับ โดยไม่ลืมกำชับครูสาวให้ระวังตัวด้วย แสงฉายบอกว่า ไม่ต้องห่วง ตนระวังตัวทุกลมหายใจอยู่แล้ว
ooooooo
เนตรดาวออกจากบ้านพักมาวิ่งออกกำลังกาย โดยไม่รู้ตัวว่าเมฆาแอบจับตามองเธออยู่ห่างๆ กระทั่งตอนกลับเมฆาเห็นชายคนหนึ่งสะกดรอยตามเธอไปที่บ้านก็คิดว่าเป็นคนร้ายจึงจะไปช่วย
แต่กลายเป็นชายคนนั้นคือสารวัตรเพทาย เมฆาจึงหยุดนิ่งไม่เผยตัวได้แต่เฝ้ามองจากนอกบ้าน เพทายทำให้เนตรดาวตกใจไม่น้อยทั้งที่เขาเจตนาดีอยากตามคุ้มครองเธอเพราะที่นี่ไม่ค่อยปลอดภัย
“แสดงว่าที่เขาพูดกันถึงเรื่องตำรวจที่ถูกเก็บไปทีละคนสองคนนั่นก็เรื่องจริง”
“ใช่ แต่บางคนก็เสียชีวิตขณะยิงต่อสู้กับคนร้าย”
“ฉันคิดว่าสารวัตรน่าจะรู้ตัวการ”
“มันก็ได้แต่คิด ไม่มีหลักฐาน”
“แล้วสารวัตรยังรอดอยู่ได้ยังไง ฉันแค่ถามเล่นๆนะ”
“ไม่รู้สิ พวกมันอาจจะอยากเก็บผมไว้ดูเล่นมั้ง”
เนตรดาวหมดคำถาม ตัดบทขอตัวอาบน้ำ เพทายจึงต้องบอกลากลับไปพร้อมความพึงพอใจในตัวหมวดสาว ส่วนเมฆาที่ยังแอบจับตามองทั้งคู่อยู่นอกบ้านก็รู้สึกได้ว่าสารวัตรเพทายน่าจะเป็นคนดี










