ตอนที่ 5
“มูลนิธินี้ประตูไม่เคยล็อกเพราะมีเด็กเข้ามาขอความช่วยเหลือตลอด ทีนี้ก็เลยมีคนติดยาเข้ามาขโมยของบ่อย”
“คนมาที่ตู้เย็นแปลว่าเขาหิว หนูต้องสงสารเขานะ ทำร้ายเขาแบบนี้ไม่ถูก” ครูอารีสอนเสียงอ่อน
“ครูน่ะใจดีอย่างนี้ทุกที คุณแฟรงค์คะ...ครูอารีเคยโดนคนติดยาตีที่หัวจนหมดสติ ครูเข้าไปช่วยเอาข้าวให้เขาแท้ๆ เจ็บเกือบตายยังไม่โกรธเขาสักนิด ครูไม่ค่อยระวังแบบนี้หนูก็ต้องระวังให้แทนสิคะ”
“สังคมที่มีแต่ความกลัวและความเกลียดชัง อย่างนี้ไงขโมยกับโจรถึงเยอะ คนติดยาคนนั้นพอฟื้นจากอาการหลอนเขารู้สึกผิดเขาก็เลิกยาได้ ตอนนี้ไปทำงานขายของที่ตลาดนัดได้ดีไปแล้ว”
“แต่ส่วนใหญ่ก็เยียวยาไม่ขึ้นขโมยเงินเราซ้ำซากทุกปี ครูก็ไม่ให้แจ้งตำรวจ เงินก็หายจนไม่มีเงินซ่อมมูลนิธินี่ไง”
“นั่นเพราะครูเก็บเงินไม่ดีเองต่างหาก รอบหลังๆ พอครูเก็บดีขึ้นเขาก็ได้แค่ของเล็กๆน้อยๆ มีคนหนึ่งเขายังกลับมาขอบคุณที่ไม่แจ้งตำรวจ ครูยังชวนเขามาเรียนหนังสือสำเร็จเลย”
เหตุผลของครูอารีทำให้ดาวเหนือเถียงไม่ออก ได้แต่พึมพำงอนๆจนแฟรงค์อดขำไม่ได้
“ไม่มีใครเกิดมาแล้วอยากเป็นคนเลวหรอก ไปทำร้าย ใช้กำลังกับเขา มีแต่บีบให้เขาใช้กำลังโต้กลับ เราต้องพูดคุยแยกแยะคนที่พอจะเปลี่ยนแปลงให้ได้ก่อน แล้วสั่งสอน ให้โอกาส ให้การศึกษา เราถึงจะแก้ปัญหาโจรขโมยได้”
“ครูอารีมีใจเมตตาอย่างที่เขาลือกันจริงๆ ผมคิดไม่ผิดที่อุปถัมภ์ที่นี่”
ดาวเหนือถอนใจยาวและเผลอหลุดปากแขวะถึงเยี่ยมยุทธ
“หนูไม่ใช่พระโพธิสัตว์แบบครูนี่ ทำใจไม่ได้จริงๆค่ะ ผิดก็คือผิด โกหกหลายใจยังไงก็ผิด”
ครูอารีคาใจคำว่าหลายใจตั้งท่าจะถามแต่ดาวเหนือก็เฉไฉกลบเกลื่อนเอาตัวรอดไปได้อย่างหวุดหวิด
ooooooo
นอกจากเป็นประธานธนาคารเจ้าพระยาคู่แข่งธนาคารธนานุวัตร แฟรงค์มีความสามารถอีกหลายอย่างไม่ว่าจะเป็นนักกีฬาหรือเชฟขนมหวาน และเพราะความสามารถพิเศษนี้เองทำให้เขาตัดสินใจใช้วิธีทำขนมให้เด็กๆไปขายเพื่อนำเงินรายได้ทั้งหมดกลับมาช่วยซ่อมแซมอาคารของมูลนิธิ
เงินรายได้จากการขายขนมฝีมือแฟรงค์ดาวเหนืออาสานำไปฝากที่ธนาคารธนานุวัตร เยี่ยมยุทธขับรถผ่านมาเห็นพอดีแต่สะดุดตาแฟรงค์มากกว่าเพราะรู้ดีว่าอีกฝ่ายคือใคร
เยี่ยมยุทธยอมรับว่าแปลกใจเพราะแฟรงค์ที่เขารู้จักไม่ใช่แค่นักบริหารธนาคารที่เก่งกาจแต่เป็นเสือผู้หญิงที่น่ากลัวด้วย การพบอีกฝ่ายพร้อมดาวเหนือทำให้เขาไม่ไว้ใจและตัดสินใจตามสังเกตการณ์เงียบๆ













