ตอนที่ 5
เปรมจิตยังไม่เชื่อใจเพราะโครงการนี้เป็นเรื่องใหม่ที่เหล่าคณะกรรมการรุ่นเก่าไม่คุ้นเคย เยี่ยมยุทธจับจุดได้อาสาเป็นหัวหน้าโครงการดูแลทุกอย่าง เหล่าคณะกรรมการได้ยินชื่อเสียงของเยี่ยมยุทธมาไม่น้อยจึงอยากให้โอกาสคนรุ่นใหม่ เปรมจิตกับพีระเลยทำอะไรไม่ได้นอกจากปล่อยให้เยี่ยมยุทธรับความดีความชอบไป
เยี่ยมยุทธลำพองใจที่ได้ทำโครงการเอสเอ็มอี เปรมจิตขัดใจมากสั่งให้เขาเขียนแผนปฏิบัติงานเพื่อนำเสนอคณะกรรมการอีกรอบ พ่อมดการเงินไม่สะทกสะท้านสายตาปรามาสของเธอพลิกสถานการณ์ให้เป็นต่อด้วยซ้ำเมื่อได้ยินว่าเธอสั่งให้พีระสรุปรายงานการประชุม
“หน้าที่เขียนสรุปผลการประชุมมันเป็นหน้าที่ของเลขาไม่ใช่หรือครับ ทำไมท่านประธานถึงใช้คุณพีระเขียน เอ...ท่าทางพวกคุณสองคนดูจะสนิทกันมากเป็นพิเศษเลยนะครับ ผมเห็นตัวติดกันตลอดเลย”
คำพูดแทงใจดำของเยี่ยมยุทธทำให้เปรมจิตหน้าเจื่อนเล็กน้อยก่อนตั้งสติตอกกลับ “คุณพีระกับฉันสนิทกันตั้งแต่สมัยเรียน แล้วฉันก็เป็นนายจ้าง ฉันมีสิทธิ์ใช้ลูกจ้างคนไหนทำอะไรก็ได้...จริงไหมคุณพีระ”
พีระแอบช้ำใจ แม้ตระหนักถึงความสัมพันธ์อันคลุมเครือของตัวเองกับเปรมจิตดีแต่ก็อดน้อยใจไม่ได้เมื่อเธอแสดงท่าทีเย็นชา...สุดท้ายเขาก็เป็นแค่พนักงานคนหนึ่งที่เธอไว้ใจมากเท่านั้น
เปรมจิตเห็นอาการพีระก็รู้สึกผิด เธอรู้ว่าเขารักและจงรักภักดีแค่ไหนแต่ภาพลักษณ์ประธานธนาคาร ชื่อเสียงและหน้าตาทางสังคมทำให้เธอเผยทุกอย่างจากใจไม่ได้ เยี่ยมยุทธจับสังเกตท่าทีระหว่างเปรมจิตกับพีระ...มั่นใจว่าทั้งสองต้องเป็นมากกว่าท่านประธานและผู้จัดการใหญ่ของธนาคารแน่ๆ
ooooooo
จินดาตัดใจจากเยี่ยมยุทธไม่ได้เพียรโทร.หาแต่เขาไม่รับสาย ธนูทนเห็นผู้หญิงที่ตนรู้สึกดีด้วยทุกข์ใจไม่ไหวตัดสินใจเตือนสติตรงๆ
“ผู้ชายไม่ค่อยกล้าทำร้ายจิตใจผู้หญิง จะเรียกว่าขี้สงสารหรือจะเรียกว่าไม่กล้าทำร้ายน้ำใจอะไรก็ตามแต่ผู้ชายบางครั้งเขาก็ใช้ความเงียบเพื่อตอบปฏิเสธครับ”
“ฉันรับไม่ได้ ฉันทนไม่ได้ ฉันทนไม่ได้จริงๆ”
น้ำตาของจินดาทำให้ธนูสะเทือนใจแต่ก็ทำได้แค่ปลอบ “คุณจินดา...นี่คุณชอบคุณเยี่ยมมากขนาดนี้เลยหรือครับ โอ๋ๆ...อย่าร้องเลยนะครับ คุณร้องไห้แบบนี้แล้วผมต้องทำไงล่ะเนี่ย”
เยี่ยมยุทธหมดความสนใจเรื่องจินดาเพราะปักใจว่าเธอไม่ใช่น้องสาวแต่เป็นลูกสาวแท้ๆของพีระกับเปรมจิต เขาเดินหน้าหาเบาะแสใหม่จนรู้ว่าองอาจคือเจ้าหน้าที่ตำรวจซึ่งดูแลคดีเพลิงไหม้บ้านพ่อแม่เมื่อหลายปีก่อน













