ตอนที่ 8
ท่านขุนทำตาดุก่อนจะพูดดีด้วย “ประเดี๋ยวเหอะ...ข้ารู้ออเจ้ามีเงินมากโขอยู่ แต่เรื่องซื้อของให้บ่าวในบ้านเป็นหน้าที่ของเจ้าของบ้าน”
“ไม่เป็นไรค่ะ ข้า...” เกศสุรางค์พูดไม่ทันจบ ท่านขุนสวนว่าจำปาเรียกหา เธอแกล้งกวน “เรียกข้ารึ...”
“บอกเจ้า...จะให้เรียกใคร”
“เอ๊า คุณพี่บอกเรียกคนชื่อหา ไงคะ” ท่านขุนทำตาดุใส่ เธอหัวเราะเบาๆ “ไปสิคะ รออะไรอยู่...ไปโลด” ว่าแล้วก็วิ่งปรู๊ดออกไป ท่านขุนมองตามอย่างหน่ายใจไม่เข้าใจคำพูด
จำปายื่นห่อเงินให้เกศสุรางค์เป็นค่ามุ้งสองบาท เธอก้มกราบด้วยความซาบซึ้งใจแล้วประจบว่า รักคุณป้า จำปาทำหน้าไม่ถูก โบกมือไล่ให้ไปแต่แอบอมยิ้มนิดๆ...
เกศสุรางค์หันมาเจอขุนศรีวิสารวาจาก็ชะงัก รู้ว่าเขาจัดการให้ ท่านขุนเน้นย้ำ
“ภายหน้าอย่าทำเช่นนี้ บ่าวของข้า ของคุณพ่อ ของคุณแม่ เราจักเป็นคนดูแล”
“แป๊บนะคะเอาตังค์ให้พี่ผินก่อน” เกศสุรางค์ยิ้มแต้ก่อนจะวิ่งออกไป
“กระโดกกระเดกเหลือทน ถึงวันแต่งจะกำราบปราบปรามให้สงบลงได้ฤาพ่อเดช”
“คุณแม่ไม่ต้องเร่งนางนะขอรับ ข้ารู้สึกว่านางยังไม่อยากแต่งกับข้า”
จำปาย้อนถามความรู้สึกของท่านขุน เขากลับบอกว่าไม่พะวงถึงตัวเอง พะวงแต่นาง...เกศสุรางค์แอบฟังรู้สึกหวั่นไหวในใจ
ooooooo
เช้าวันใหม่ ฟอลคอนมาพบออกญาโกษาธิบดีที่เรือน จันทร์วาดแอบได้ยินหลวงสรศักดิ์มาฟ้องออกญาว่า ฟอลคอนสมคบกับฝรั่งอังกฤษโกงบริษัทที่ค้าขายของตัวเอง คุณหญิงนิ่มใคร่รู้
“ฝรั่งสองคนทำงานให้บริษัทค้าขายอังกฤษ มาซื้อสินค้าจากพระคลังสินค้า บอกว่าจะซื้อให้บริษัท นายก็องสตังซ์ก็ขายให้ แต่ฝรั่งสองคนเอาไปขายส่วนตัวเจ้าค่ะ” จันทร์วาดเล่า
แต่แล้วฟอลคอนก็เอาตัวรอดได้ โดยทำทีตกใจเมื่อรู้เรื่องจากออกญาโกษาธิบดี ท่านเชื่อสนิทใจว่าฟอลคอนเป็นคนดีซื่อตรง ฟอลคอนแอบยิ้มกระหยิ่มใจ พอลากลับเห็นชาวบ้านมากันหลายคน หอบเครื่องทองเหลือง แพรพรรณและตะลุ่มใส่ผลไม้มากมายมากำนัลออกญา โดยคุณหญิงนิ่มต้อนรับเชื้อเชิญอย่างดี ก็ยิ้มในหน้า
วันต่อมา เกศสุรางค์คลานเข่าเข้ามานั่งตรงหน้าออกญาโหราธิบดี ขณะที่ท่านกำลังบอกให้ทนายหน้าหอจดงาน ท่านมองอย่างเอ็นดู รู้ว่าเธออยากคุยเรื่องที่ค้างไว้วันก่อน
“เจ้าค่ะ วันนั้นข้าจะเรียนถามคุณลุงว่า เมอซิเออร์ก็องสตังซ์เขาซื่อสัตย์ต่อท่านออกญาโกษาธิบดีหรือไม่เจ้าคะ”
“ออเจ้าถามประหลาด เหตุใดนายก็องสตังซ์ถึงจะไม่ซื่อสัตย์ต่อออกญาโกษาท่าน เขาทำงานกับท่านมานานเป็นสิบปี ท่านออกญาไว้ใจเขา สนับสนุนช่วยเหลือเขาให้เข้าเฝ้าจนเป็นขุนนาง ขุนหลวงก็ทรงเชื่อพระทัยเขาเป็นที่สุด”
ขุนศรีวิสารวาจาที่นั่งอยู่ด้วยมองอย่างสงสัย แอบตามเกศสุรางค์ที่เดินครุ่นคิดกลับห้อง บ่นว่าเป็นคนดีหรือไม่ดี พอหันกลับมาเจอท่านขุนก็สะดุ้ง เขาถามว่าเธอบ่นถึงใคร เธอกวนกลับ
“ใครคะ”
“อย่าไขสือ”
“ไขสือเหรอคะ เปล่าเลยค่ะ เปล่าทำเป็นไม่รู้เรื่องเลยค่ะ”
ท่านขุนย่างสามขุมเข้าใกล้ “แม่การะเกด ออเจ้าถามประหลาดจริงดั่งคุณพ่อท่านว่า เหตุใดจึงถามเช่นนั้น”
เกศสุรางค์ปัดไม่มีอะไร แต่ท่านขุนไม่เชื่อเพราะเห็นถามถึงฟอลคอนบ่อยๆ เธอจึงอ้างว่าเคยทะเลาะกับเขา เห็นเขาพูดจาข่มขู่มีกิริยาไม่ดีต่อพ่อแม่ของมารี แล้วทำไมขุนหลวงถึงว่าเขาเป็นคนดี แปลว่าเขาอาจมีด้านดี ท่านขุนเห็นด้วยเพราะธรรมดาของคน มีทั้งส่วนดีและร้าย สำคัญที่ส่วนร้ายเป็นอันตรายกับผู้อื่นหรือไม่ ไม่นานก็จักรู้ด้วยความไม่ดีปิดบังได้ไม่นาน
เกศสุรางค์มองท่านขุนอย่างเลื่อมใส ท่านขุนเคลิ้มเดินเข้ามาใกล้อย่างลืมตัว พลันมีเสียงดังขึ้นในห้อง ทั้งสองชะงักถอยห่างออกจากกัน เกศสุรางค์ได้ยินเหมือนเสียงคนร้องไห้แต่ท่านขุนไม่ได้ยิน เธอฉุกคิดหันมาซักไซ้ท่านขุนต่อว่า
“คุณลุงบอกว่าออกญาโกษาท่านรักเขาเหมือนลูก”
“ออกญาท่านเคยพูดเช่นนั้น ด้วยว่าเขานั้นได้ดั่งใจทุกอย่าง แม้องค์ขุนหลวง เขาก็สนองพระบรมราช โองการได้ดังพระทัย”
ขณะเดียวกัน ภายในห้องการะเกด วิญญาณของเธอม้วนตัวเป็นสายมีท่าทางเศร้าหมองฟุบหมอบกับพื้น สะอื้นเบาๆเหมือนสายลมพัดแผ่ว
ooooooo










