ตอนที่ 8
ค่ำคืนนั้น ฟอลคอนนอนแช่น้ำในอ่าง มีบ่าวสาวสองคนคอยถูหลังถูแขนให้ เมื่อขึ้นจากอ่างก็เช็ดเนื้อตัวให้อีก จากนั้นเขาก็นุ่งผ้าโสร่งผืนเดียวเข้ามากอดมารีถามว่าคิดอะไร มารียังไม่คุ้นกับวิถีชีวิตของฟอลคอน เปรยว่ามีผู้หญิงหลายคนมองตนอย่างไม่ชอบ นางพวกนั้นเป็นใคร ฟอลคอนฮึดฮัดถามว่าใครบ้าง พรุ่งนี้จะจัดการให้ มารีรีบปรามแค่อยากรู้เพื่อทำตัวให้ถูก
“ข้าเป็นผู้ชาย ดอกไม้รายทางขึ้นอยู่ที่ใดก็เก็บได้... เก็บได้ทั้งๆที่มันก็ไม่สวยไม่หอมหรอก แต่เวลานี้ข้ามีดอกไม้ทั้งสวยทั้งหอม ที่ข้าตั้งใจเด็ดมาไว้สูงที่สุดในเรือนข้า ให้ใหญ่เหนือใครๆหมด ดอกไม้อื่นจะขยี้ทิ้งเมื่อไหร่ก็ได้ สงสัยอะไรอีกฤา”
มารีฟังด้วยสีหน้าไม่ชอบใจเท่าไหร่ เปรยว่าเขาพูดเก่ง ไม่น่าเชื่อว่าไม่ใช่คนไทย ฟอลคอนเล่าว่าตนพยายามหนักมากถึงทำให้ขุนหลวงนารายณ์มั่นใจในตัวตนก็เพราะตนพูดไทยได้ ฟอลคอนโอบกอดมารี
เอนลงนอน หอมแก้มเธอแล้วกล่าวว่า ขอลูกชายให้ตน...
ooooooo
เกศสุรางค์เห็นผินกับแย้มกำลังพับผ้ากองโต จึงให้ทั้งสองไปกินข้าวเดี๋ยวจะเอาผ้าใส่หีบเอง สองบ่าวไม่รู้จักหีบ บอกมีแต่เตียบ เกศสุรางค์รีบแก้ตัวว่าลืมแล้วเรียกใหม่ว่าเตียบ
พอสองบ่าวออกไป เธอก็หันมาเขียนบันทึก “ตอนเรามา 1044 เอา 1181 บวกเข้าไปเป็น พ.ศ.2225... เจ้าพระยาโกษาเหล็กต้องโทษโดนโบยจนตาย” แล้วคิดถึงที่อาจารย์เล่าถึงวิธีโบยอย่างโหดมาก เพราะที่หวายจะมีเชือกแข็งพันอยู่ เมื่อผู้ถูกเฆี่ยนไม่ได้สวมเสื้อ หวายจะถลกเนื้อติดออกมาด้วย ท่านได้รับความอับอายมาก เนื่องด้วยท่านเป็นลูกชายแม่นมของพระนารายณ์ และยังเป็นเพื่อนเล่นกันมาแต่เด็ก เป็นขุนศึกคู่พระทัย เป็นเสนาบดีกรมคลังหนึ่งในจตุสดมภ์
เกศสุรางค์จดบันทึกลงสมุด พยายามทบทวนความจำว่า ออกญาโกษาธิบดีโดนโบยด้วยความผิดคอร์รัปชัน ท่านเสียใจถึงกับล้มเจ็บ จะเป็นความจริง
แค่ไหนไม่รู้ได้ แต่ท่านตายในปี 2226
“คอร์รัปชัน...ขี้โกงหรือ คนอย่างออกญาโกษาเหล็กจะขี้โกงจริงเหรออาจ๊าน...อาจารย์ มันเป็นประวัติศาสตร์ อาจจะถูกเขียนสมัยหลังก็ได้ ความจริงคืออะไร...” เกศสุรางค์บ่นแล้วนึกต่อที่อาจารย์เล่าว่า สาเหตุที่ท่านต้องอาญาโบยจนตาย คือมีผู้ไปทูลพระนารายณ์ว่าท่านรับสินบนพวกไพร่ที่ไม่อยากสร้างป้อมปราการตามรับสั่งให้สร้าง แต่ใครเป็นคนไปทูลไม่ปรากฏข้อมูลในประวัติศาสตร์ ...คิดแล้วให้อยากรู้ยิ่งนัก
ขณะที่ออกญาโหราธิบดีนั่งทำงานอยู่หอกลาง มีขุนศรีวิสารวาจาและจ้อยช่วยอยู่ข้างๆ เกศสุรางค์ถือสมุดที่จดเดินฉับๆออกจากห้องมานั่งตรงหน้าออกญา ทำเอาท่านสะดุ้งลูบอก
“ลุงแก่แล้วหนาออเจ้า กะพรวดกะพราดเข้ามาอย่างนี้ ลุงตกใจแค่ไหนออเจ้านึกฤาไม่”
“คุณลุงไม่ตกใจหรอกค่ะ คุณลุงเก่ง” เห็นออกญาทำหน้างง “คืออย่างนี้นะคะคุณลุง ข้าอยากเรียนถามคุณลุงว่า นายคอนสแตนตินกับออกญาโกษาเหล็กเนี่ย...”
ทันใดเห็นปริกเดินขึ้นเรือนมาด้วยสีหน้าตื่นเต้น ตรงไปรายงานจำปาซึ่งนั่งห่างออกไป พลันจำปาก็เรียกจิก จวงให้ตามลงเรือนไปทันที...เกศสุรางค์อ้าปากค้าง
ท่านขุนรู้ใจแย็บว่า
“แม่การะเกด ถ้าออเจ้าไม่ตามลงไป ข้าจะแปลกใจเป็นอันมาก”
เกศสุรางค์ลุกพรวดเดินเร็วไปทันที ออกญาและท่านขุนหัวเราะเบาๆก่อนจะเดินตามไป ที่ลานบ้านข้างล่างปริกรายงานจำปาว่า บ่าวรุ่งกับบ่าวใบและบวบลูกสาวสองขวบ มีอาการหายใจหอบตัวโยน หนาวสั่น เหลือเพียงบุญลูกสาวหัวปีที่ไม่มีอาการ พูดไม่ทันขาดคำ บ่าวชายช่วยกันหามศพสามพ่อแม่ลูกห่อด้วยเสื่อออกมา บุญเดินตามร้องไห้ จำปาตกใจสั่งจิกกับจวงดูแลบุญ
จวงรายงานว่ามีอีกหลายคนที่ป่วย เกศสุรางค์ฟังแล้วโพล่งขึ้นว่าเป็นอาการของโรคมาลาเรีย ทุกคนหันมองไม่เข้าใจ เธอจึงพูดใหม่ว่าไข้ป่า วิธีแก้ต้องไม่ให้มียุง ปริกสวนทันที
“ฟังดูมันง่ายเหลือเกินนะคะแม่หญิง จะทำยังไรเจ้าคะ”










