ตอนที่ 8
ผินกับแย้มได้ฟังจ้อยเล่าถึงการะเกดกับขุนศรีวิสารวาจาว่ากำลังจะตีกันอยู่ที่ท่าน้ำ ก็ตกใจรีบกระโจนออกไป...ทั้งสองกำลังเถียงกันเรื่องหมั้น ต่างน้อยใจคิดกันไปคนละทาง
“เรื่องหมั้นไม่จำเป็นเพราะออเจ้าไม่อยากให้หมั้นเสียกระมัง” ขุนศรีวิสารวาจาทึกทัก
“ใครล่ะที่บอกว่าต้องเสียสละตัวเอง คุณพี่ใช่ไหม ไม่อยากแต่งใครเขาบังคับ ตัวเองเป็นคนเสนอแท้ๆ ข้าบอกตั้งแต่ต้นแล้วว่าไม่ต้องๆๆ เพราะข้าไม่สนเข้าใจไหม ไม่สนว่าจะมีใครว่าอะไร เพราะช่วยคนจมน้ำมันเป็นเรื่องทางเทคนิค ไม่มีใครเข้าใจก็อย่าเข้าใจ” เกศสุรางค์ใส่รัว
ท่านขุนยืนงงฟังไม่ทัน หันหลังกลับเดินไป
เกศสุรางค์คว้าแขนอย่างแรง ท่านขุนเซจะล้ม เธอจึงประคองไว้แต่ด้วยความที่รับน้ำหนักไม่ไหวจึงเซไปด้วย ท่านขุนบอกให้ปล่อย เธอจึงปล่อยมือทันที ท่านขุนไม่ทันตั้งตัวคว้ามือเธอล้มลงไปด้วยกัน แต่ก็รองรับไม่ให้เธอเจ็บ สายสังวาลเกี่ยวขาดพลอยกระจายไม่รู้ตัว...ผิน แย้มและจ้อยวิ่งมาเห็น ต่างชะงักแอบมอง
ท่านขุนเป็นห่วงว่าเกศสุรางค์จะเจ็บ เธอส่ายหน้า แต่ท่านขุนเจ็บพยายามจะลุกพร้อมกับพูดเรื่องที่เถียงกันเมื่อครู่ต่อ
“ออเจ้าพูดราวมิมีผู้ใดมาเมียงมอง พ่อเรืองกับออกหลวงศรียศคงจักเสียใจยิ่งแล้ว หากได้ยินว่าออเจ้าจะเป็นสาวเทื้อ มิต้องห่วงกังวลไปดอกหนา เพียงออเจ้าเดินทิ้งชายสไบ ผู้ชายทั่วพระนครก็จักมารับขวัญออเจ้ากันถ้วนทั่ว”
“พูดอีกก็ถูกอีก แต่อย่าพูดอีกดีกว่า อารมณ์เสีย!” เกศสุรางค์เคืองลุกพรวดเดินไปเร็วราวพายุ กระแทกท่านขุนล้มนั่งแปะลงไปอย่างเดิม...
กลับมาถึงห้องฟ้ามืดครึ้ม เกศสุรางค์หงุดหงิดผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้า จึงรู้ว่าสังวาลหายก็ตกใจ ผินกับแย้มจะไปค้นหา แต่เธอเห็นว่ามืดแล้วหาไปก็ไม่เจอ...ก็พอดีขุนศรีวิสารวาจาเก็บพลอยกลับมาวางใส่จานบนเรือน จำปาเห็นแปลกใจ ท่านขุนจึงบอกว่าการะเกดทำสังวาลขาด คงร้อยไม่แน่นหนาจึงขาดง่าย แต่จำปาอดบ่นไม่ได้ว่านางคงเดินกะผลุบกะผลับเสียมากกว่า ทันใดเห็นเกศสุรางค์เดินฉับๆออกมาจากห้อง ตรงไปหาออกญาโหราธิบดี ทุกคนมองว่านางจะทำอะไร
“คุณลุงเจ้าขา ข้ามีเรื่องคุยกับคุณลุงเจ้าค่ะ”
ขุนศรีวิสารวาจาทำท่าปวดหัว จำปาเหล่ว่าต้องมีเรื่องอะไรแน่ จึงตำหนิการะเกดก่อนว่าทำอย่างไรสังวาลถึงขาด นางตอบทันควันว่าท่านขุนดึงขาด ทุกคนตกใจกับคำตอบของนาง ท่านขุนเลี่ยงไม่ตอบบอกว่าเก็บพลอยมาหมดแล้วให้เอาไป แต่เกศสุรางค์ไม่ยอม ให้เขาร้อยคืน จำปาเอ็ดหาว่าทำตัวน่ารำคาญ ออกญาตัดปัญหาใช้ปริกไปร้อยแทน ปริกหน้าเสีย
“ของผู้ใดให้ผู้นั้นร้อยสิเจ้าคะ ข้าเจ้าไม่ร้อยเจ้าค่ะ”
ออกญาหน่าย “พ่อเดช ในเรือนเรามีหลายสิ่งหลายอย่างที่เปลี่ยนไป ออเจ้าเห็นฤาไม่ลูก”
“เห็นชัดเจนขอรับคุณพ่อ” ขุนศรีวิสารวาจาโคลงหัวแบบไม่รู้จะว่าอย่างไรเช่นกัน
ออกญาหัวเราะเห็นการะเกดมองตาแป๋ว จึงถามว่าอยากจะคุยอะไรกับตน นางโพล่งคำถามทันทีว่า อยากรู้เรื่องของคอนสแตนติน ฟอลคอน...ทั้งออกญาและท่านขุนมองอย่างฉงน
“นั่นไง...ข้าสงสัยอยู่แล้ว นางมีกิริยาแปลกประหลาดยิ่งนักขอรับคุณพ่อ เมื่อสังฆราชปัลลูเอ่ยชื่อตัวของออกหลวงสุรสาครว่า คอนสแตนติน ฟอลคอน นางลุกยืนพูดชื่อคอนสแตนตินซ้ำ พร้อมกับอีกชื่อหนึ่งว่า...วิชาเยนทร์ ข้าได้ยินออเจ้าอุทาน”
เกศสุรางค์ก้มหน้าบ่น “ฟ้อง...ยาวเชียว”
ออกญาไม่เคยได้ยินชื่อนี้ เกศสุรางค์บอกว่าเป็นอีกชื่อของหลวงสุรสาคร จำปาแทรกว่าไม่มีใครมีชื่อสองชื่อสาม เธอรีบบอกว่าเป็นชื่อเล่น จำปาไม่เข้าใจ
“อ้าว หลวงสรศักดิ์ไงคะ ชื่อเล่นชื่อเดื่อไม่ใช่หรือคะ” เกศสุรางค์อ้างอิง
จำปาเอ็ดว่าพูดไม่รู้ความ หลวงสรศักดิ์มีชื่อเดื่อชื่อเดียวอยู่แล้ว ขุนศรีวิสารวาจาปรามว่าเถียงคำไม่ตกฟาก เกศสุรางค์หน้าคว่ำ ออกญาเห็นลูกกับหลานเถียงกันไม่เลิก จึงแทรกถามยังอยากรู้เรื่องคอนสแตนตินหรือไม่ เกศสุรางค์รีบตอบว่าอยาก แล้วนึกถึงสมัยที่อาจารย์สอน










