ตอนที่ 10
ค่ำนั้น เกศสุรางค์นอนไม่หลับ ย่องออกมายืนมองจันทร์ที่ชานเรือน คิดถึงสายตาขุนศรีวิสารวาจาที่จ้องมอง เกิดความเขินกับตัวเองหันหลังกลับ พลันต้องสะดุ้งเมื่อเจอท่านขุนยืนอยู่
“อุ๊ย!โธ่คุณพี่มาเป็นนินจาเรื่อยเลยค่ะ”
“ออเจ้ามิต้องพูดจาเฉไฉเป็นสิ่งใดที่ข้าฟังมิรู้ความและคร้านที่จะฟังด้วย...มิต้องต่อคำ บอกมาเลยดีกว่าว่าออเจ้าคิดถึงใครอยู่ถึงมิได้ยินว่าข้าเดินมา ถ้าไม่บอกข้าจะคิดเอาเอง”
“บอกค่ะ...” เกศสุรางค์แกล้งนิ่ง ท่านขุนย้ำจักคิดเอง เธอจึงมองสบตาเขาด้วยสายตาลึกซึ้ง “อยากรู้เหรอเจ้าคะ” ท่านขุนพยักหน้า “ส่องคันฉ่องสิเจ้าคะ...” ว่าแล้วก็ยักคิ้วยั่วก่อนเดินไป
ท่านขุนหน้าแดงก่ำ หัวใจพองโตทำอะไรไม่ถูก...
เกศสุรางค์กลับเข้าห้องพบว่าผินกับแย้มตื่นมาแอบดูทั้งสองทำมือโอเคยิ้มสมใจ
รุ่งเช้า ผินกับแย้มแต่งตัวให้เกศสุรางค์อย่างสวยงาม เธอบ่นจะแต่งไปทำไม...ในเมื่อสวยอยู่แล้ว ทั้งสามหัวเราะชอบใจเสียงดัง จนด้านนอก ออกญาโหราธิบดี จำปา ขุนศรีวิสารวาจา ปริกและบ่าวอื่นๆได้ยินหันมองไปทางห้องการะเกด จำปาบ่นพึม
“อุ๊ย แม่การะเกดหัวเราะดังปานเสียงม้า”
“อีบ่าวสองคนด้วยเจ้าค่ะ” ปริกเสริมทันที
ออกญาปรามปริก ตำหนิว่าเมื่อไหร่จะรักกันทั้งที่อยู่เรือนเดียวกัน ปริกหงอก้มหน้าไม่พูดอะไร คลานกระดุ๊บๆออกไป ออกญาขุ่นเคือง
“ดูมัน แม่จำปาคนของออเจ้านี่เหลือเกินจริงๆ รังคัดรังแคไม่รับรู้ว่าแม่การะเกดเป็นใคร ออเจ้าปกครองยังไรฤา”
“ตัวข้าก็ยังไม่พึงใจนาง จักให้บ่าวของข้าพึงใจได้ยังไรเจ้าคะ”
ออกญาส่ายหน้าระอาใจ หันมาถามลูกชายว่าบอกเรื่องตบแต่งกับการะเกดหรือยัง พอเห็นสีหน้าลูกก็รู้ว่านางยังไม่ให้คำตอบ...ขณะเดียวกันในห้อง ผินกับแย้มกำลังซักถามการะเกดว่าทำไมไม่ยอมแต่งกับท่านขุน ทั้งที่รักท่านออกปานนั้น เกศสุรางค์ถอนใจที่สองบ่าวรู้เรื่อง
เมื่อเกศสุรางค์ออกมานั่งร่วมวง จำปาก็เอ็ดเรื่องหัวเราะเสียงดังไปถึงคุ้งน้ำข้างโน้น หญิงสาวทำหน้าตกใจหันไปโทษผินกับแย้มเป็นคนทำ ขุนศรีวิสารวาจามองอย่างเอ็นดู เธอสบตาเขาเขินๆ จำปาก้มหน้าหยิบหมากพลูไม่ทันเห็น ปากก็เอ็ดไปด้วย
“ดูทีรึซัดทอดนังบ่าว มันจะกล้าฤาถ้านายไม่นำก่อน...คุณลุงท่านจะถามไถ่ออเจ้าเรื่องตบเรื่องแต่ง ออเจ้าอย่าตอบให้มันมากเรื่องไป ผู้ใหญ่กะเกณฑ์ไว้แล้วอย่าให้ต้องถอนหงอกกันเลย”
ออกญาเห็นลูกหลานสบตากันก็บอกแก่ภรรยาว่า “เห็นจะไม่ต้องแล้วหนาแม่จำปา”
จำปาเห็นสามีเดินไปก็แปลกใจที่ไม่ถามไถ่ ขุนศรีวิสารวาจาตอบรับแทน จำปายังกล่อม
“แม่การะเกดคงแคลงใจว่าพ่อเดชตกลงปลงใจตบแต่งกับนางด้วยเหตุตกกะไดพลอยกระโจน พ่อเดชพูดกับน้องสิว่า ถึงจะไม่เต็มใจตบแต่ง แต่จะเป็นสามีที่ดีมิทิ้งขว้างห่างหาย” เกศสุรางค์ก้มหน้ายิ้มขำ เหลือบสบตากับท่านขุนที่อมยิ้มจ้องมองไม่วางตา จำปายังร่ายต่อ “เรื่องที่พี่เขามิได้รักมิได้ใคร่ออเจ้านั้น ออเจ้าอย่าแคลงแหนงใจเลย อยู่ๆกันไปก็อาจจะมีใจต่อกันอยู่หรอกหนา” เกศสุรางค์รับคำ จำปาถามอย่างห่วงใย “ออเจ้ามิสงกาแล้วฤามิใช่”
“มิคิดสงกาเล้ยเจ้าค่ะ”
จำปาโล่งใจหันไปบอกลูกชายให้รีบตามออกญาไป ท่านจะรอนาน ท่านขุนสบตาเกศสุรางค์อีกครั้ง ทำให้เธอต้องหลบตาด้วยเขินจนใจเต้นรัว
พอขุนศรีวิสารวาจาเดินตามมาถึง ออกญาโหราธิบดีเปรยขึ้นว่า “แม่นางผู้นี้ นางจะเป็นใครมาจากไหนก็ตาม นางจะเป็นเมียคู่กายคู่ใจของออเจ้า”
“นางเป็นใครหรือขอรับคุณพ่อ คุณพ่อจับยามดู ...เห็นไหมขอรับ”
“เห็นแล้วจะมีประโยชน์อันใด อย่าพะวงไปเลยพ่อเดช นางมาเพราะนางต้องมา ทุกอย่างถูกลิขิตไว้แล้ว” ออกญาเปลี่ยนเรื่องบอกว่าขุนหลวงเรียกเข้าเฝ้า คงสืบเนื่องจากเรื่องทูตฝรั่งเศส
ooooooo










