ตอนที่ 10
เกศสุรางค์เดินเศร้าเข้าห้อง ทันทีที่เปิดประตู ใบหน้าการะเกดพุ่งมาจ่อตรงหน้า สีหน้าหมองดำชอกช้ำใจ พูดเสียงแหบพร่าว่า...ออเจ้าผิดสัญญา... เกศสุรางค์หันไปห้ามผินกับแย้มอย่าเพิ่งเข้ามา สองบ่าวถอยออกไปนั่งหน้าห้อง หญิงสาวปิดประตูทันทีแล้วกล่าว
“การะเกด ขอเจ้าไว้ใจข้า...”
“ข้าไม่ไว้ใจใครทั้งนั้น” สีหน้าการะเกดน่ากลัวเสียงแหลมขึ้น “จะตบแต่งกันอยู่แล้ว”
“การะเกด กุศลที่กรวดน้ำไปให้ไม่ถึงเจ้าเลยหรือ” เสียงตอบว่าได้ เกศสุรางค์เสียงเข้มขึ้น “แล้วไงล่ะ... แล้วไง ยังไม่เชื่อกันอีกหรือไงว่าฉันพยายามทำตามคำพูด ทุกอย่าง”
วิญญาณการะเกดนิ่งแล้วค่อยๆสลายไปจนเหลือแต่เงารางๆ เกศสุรางค์กุมขมับไม่รู้จะทำอย่างไรต่อไป ดี...ที่หน้าห้อง ขุนศรีวิสารวาจาเดินมาจะเปิดประตูแต่ผินกับแย้มขวางไว้บอกแม่นายไม่ให้ใครเข้าไป
เกศสุรางค์ได้ยินเสียงยิ่งตกใจบอกการะเกดว่าคุณพี่มา ประตูเปิดออกอย่างแรง วิญญาณการะเกดหายวับ ท่านขุนก้าวพรวดเข้าในห้องยิงคำถามทันที
“แม่การะเกด ออเจ้ามีอะไรสงสัยในตัวข้าฤาเจ้า”
เกศสุรางค์ขอร้องให้เขาออกไปก่อน แต่เขาไม่ยอมจะให้เธอตอบ เขาจับไหล่เธอเขย่าให้ฟัง หญิงสาวหวั่นใจการะเกดจะโกรธ จึงขอร้องให้ท่านขุนปล่อยและออกไปก่อน แต่เขายื้อ
“ไม่ว่าออเจ้าจะคิดยังไร ออเจ้าก็หลีกหนีข้าไม่พ้น แลข้า...ก็ไม่ปล่อยให้เจ้าหลีกหนีด้วย ข้าไม่มีวันผิดคำ” ขุนศรีวิสารวาจาจ้องตานิ่งนาน
เสียงการะเกดสะอื้นด้วยความชอกช้ำใจอยู่ในมุมมืด สีหน้าเปลี่ยนเป็นปีศาจน่ากลัว ท่านขุนผละออกไปแล้วปิดประตูแรง ร่างการะเกดบิดเบี้ยวซวนเซมากองกับพื้นร้องไห้โหยหวน เกศสุรางค์ปราดเข้าไปกอด ตัวเองก็น้ำตานองหน้า ปลอบให้การะเกดคลายความโศกเศร้า
“ข้าไม่มีวันผิดสัญญากับเจ้า ข้า...อย่ากลัวเลยการะเกด ข้าจะทำทุกอย่างให้วิญญาณของเจ้าเป็นสุข ข้าจะทำบุญให้ ข้าจะสวดมนต์ให้ ข้าจะภาวนาให้เจ้า แต่ข้าจะไม่แต่งงานกับคุณพี่ คุณพี่ยังเป็นของออเจ้านะการะเกด” วิญญาณการะเกดจะเลือนหาย “การะเกดอยู่ก่อน อย่าเพิ่งไป พูดกับข้าก่อน บอกข้าว่าเจ้าเชื่อข้า...” การะเกดหายวับไป เกศสุรางค์ฟุบหน้าร้องไห้อยู่ตรงนั้น
ทั้งขุนศรีวิสารวาจา ผินและแย้มได้ยินเสียงร้องไห้ จะเข้าไปหา เกศสุรางค์ร้องบอกว่าอย่าเพิ่งเข้ามากวนใจ ท่านขุนพลอยชะงักไปด้วย...ท่านขุนเดินนำผินกับแย้มมาที่หอกลางบ้าน ครุ่นคิดแล้วถามทั้งสองว่า แม่นายพวกเธอมีเรื่องโศกเศร้าอันใดรู้บ้างไหม สองบ่าวตอบว่าไม่รู้
“ข้ามิอยากให้แม่นายของเอ็งสองคนต้องทุกข์ใจแม้แต่น้อย มิว่าจะเป็นเรื่องใดๆ เอ็งสองคนรักภักดีต่อนางข้ารู้ จงอย่าละเลยดูแลนาง ถ้ารู้ว่านางโศกเศร้าด้วยเรื่องอันใดมาแจ้งข้าด้วย...แม่นายของเอ็งมิได้ร้ายกาจเหมือนเก่าแล้วหนานางผินนางแย้ม”
สองบ่าวก้มกราบน้ำตากบตาด้วยซาบซึ้งใจ...ด้านเกศสุรางค์นั่งทอดถอนใจอยู่ในห้อง คิดถึงเรืองฤทธิ์ที่เมื่อก่อนคิดว่ารักเขา แต่ทำไมตอนนี้กลับไม่รู้สึกเหมือนตอนนั้น
ooooooo
วันต่อมาขุนเรืองมาปรับทุกข์เรื่องจันทร์วาด เกศสุรางค์ให้คำแนะนำว่าต้องตื๊อเพราะตื๊อเท่านั้นที่ครองโลก ขุนเรืองทำหน้างง เธออธิบายใหม่ว่าอย่ายอมแพ้หมั่นไปหาจันทร์วาดให้บ่อยขึ้นทุกวันยิ่งดี และมีของกำนัลไปประเคนด้วย ไม่ใช่การติดสินบน แต่เป็นการให้ด้วยความรัก
“คุณหญิงนิ่มแม่ของนางรังเกียจข้าออกนอกหน้า ข้าคงหมดหวังต้องหันกลับมาขอพันผูกออเจ้าอย่างเคยกระมัง” เกศสุรางค์หัวเราะปากกว้างว่าเขามโนสุดยอด เขาพูดตาม “มโน...สุดยอด...นางงามนะ แม้ว่าจะงามไม่เท่า ออเจ้า แต่ข้ามิอาจรักออเจ้าแม้ว่าข้าจะอยากรักออเจ้า ด้วยเหตุว่าคู่หมั้นของออเจ้า เขารักออเจ้ามากจนข้ามิอาจยื้อแย่งออเจ้า แม้ข้าจะอยากทำเพียงใด”










