ตอนที่ 10
“ขอรับ ชื่อยาวอยู่ ชื่อเชอวาลิเยร์ เดอ โชมองต์”
ออกญาขำที่จำได้ท่อนหางลืมหัว ขุนหลวงบอกตัวท่านก็เหมือนกัน ออกญาขอวันเดือนที่แน่นอนเพื่อดูฤกษ์ยาม แต่ฟอลคอนบอกได้แค่ว่า มาถึงไม่เกินเดือนสิบและจะอยู่นานแค่ไหนมิทราบได้ ขุนหลวงมอบหมายให้ฟอลคอนสอบถามและดูแลการสร้างเรือนรับรอง...
เมื่อถึงเดือนที่ราชทูตฝรั่งเศสจะเข้าเฝ้า ออกญาโหราธิบดีแต่งตัวเต็มยศเดินออกมาที่หอกลางเรือน บ่าวนั่งเรียงราย ปริกมองอย่างปลาบปลื้มแล้วเปรยว่า
“ออกญาท่านยังงามสง่าเหมือนครั้งยังหนุ่มแน่นหลายสิบปีมานะเจ้าคะแม่นายท่าน”
จำปายิ้มหวาน ออกญาหันมาสบตายิ้มน้อยๆ เกศสุรางค์เห็นแล้วทำตาวับวาวแกล้งกระแอมเบาๆ จำปาหันมามองพร้อมกับขุนศรีวิสารวาจา เธอทำหน้าใสซื่อถาม
“คุณลุงคุณป้าน่ารักเจ้าค่ะ ไปไหนกันหรือเจ้าคะ”
“ข้าจักไปไหน เห็นข้าแต่งตัวฉะนี้ ออเจ้าคิดว่าข้าจะไปไหน”
“อ๋อ ข้าไม่ได้ถามคุณป้าเจ้าค่ะ ข้าถามว่าคุณลุงกับคุณพี่ขุนจะไปไหนเจ้าค่ะ”
“ยอกย้อนมิมีใครปาน” จำปาค้อนขวับอย่างหมั่นไส้
ออกญาจะบอกว่าไปต้อนรับราชทูตแต่จำชื่อไม่ได้จึงถามลูกชาย เกศสุรางค์ขอไปด้วยทันที ท่านขุน ทำหน้าระอาเดินไป ออกญาเดินตาม จำปาทำหน้าเบื่อหน่ายเดินหนีเช่นกัน
“ไม่ให้ข้าไป กลับเรือนมาข้าถามอะไรต้องตอบนะคะคุณพี่ขุน” เกศสุรางค์วิ่งตามกำชับ
ท่านขุนหันมามองด้วยสายตาเอ็นดูแกมอ่อนใจ...
เกศสุรางค์หันมาถามผินกับแย้มว่าเขาไปรับราชทูตที่ไหน สองบ่าวส่ายหน้าต้องไปถามแม่นาย เสียงจำปาดังมาจากในห้องว่า
“ข้าได้ยินว่าในวังหลวง พระที่นั่งสรรเพชญปราสาท” ถึงแม้จะระอาแต่ก็อดใจอ่อนไม่ได้
ooooooo
พระที่นั่งสรรเพชญปราสาท เต็มไปด้วยข้าราชาการทั้งหลายทั้งปวง รวมทั้งออกญาโหราธิบดี พระวิสุทธ-สุนทร พระเพทราชา ขุนศรีวิสารวาจา ขุนเรืองอภัยภักดี หลวงสรศักดิ์ พระมหาราชครู ออกญาพระเสด็จ ออก พระฤทธิกำแหงหรือฟอลคอน ราชทูตเดอโชมองต์และคณะ
ฟอลคอนยืนต้อนรับขบวนทูต ข้าราชการใหญ่น้อยยกมือไหว้ พระเพทราชาเห็นแล้วไม่สบอารมณ์ พอเห็นขุนวิชัยวาทิตกับขุนพิชิตไมตรีมากับคณะทูตก็เข้าใจว่าเป็นทูตในขบวน
“หามิได้ขอรับ ข้าสองคนนี้มิใช่ราชทูต เพียงแต่ขุนหลวงให้ไปฝรั่งเศสถามเรื่องราวของท่านราชทูตออกพระพิพัฒน์ราชไมตรีขอรับ...จึงได้รู้ว่าเรือของท่านล่มเสียก่อนที่เมืองมาดากาสกา” ขุนวิชัยกับขุนพิชิต
ช่วยกันตอบ พระเพทราชาสลดใจอย่างมาก...
ในคืนนั้น ทันทีที่ออกญาโหราธิบดีกับขุนศรีวิสารวาจากลับถึงเรือน เกศสุรางค์ซักถามเป็นระวิง อยากรู้ว่าทูตเดอโชมองต์หมอบหรือนั่งหรือยืนถวาย
พระราชสาส์นกับขุนหลวงนารายณ์ ท่านขุนแปลกใจที่สนใจเรื่องนี้หรือรู้อะไรมา หญิงสาวรู้ว่าพลาดรีบแก้ตัว
“ข้าเดาเอาค่ะคุณพี่ เพราะข้าว่าพวกฝรั่งน่ะไม่ยอมหมอบกราบหรอกค่ะ แล้วจะถวายสาส์นได้ยังไง จริงไหมเจ้าคะคุณลุง”
“จริงแท้แน่นอน” ออกญาตอบหนักแน่น ยิ่งทำให้สาวเจ้าอยากรู้ยิ่ง
“สรุปยืนถวายจริงๆใช่ไหมคะ ประวัติศาสตร์ไม่ผิดใช่ไหมคะ”
“ออเจ้าพูดอะไรสาด...สาด มันคือสิ่งใด” ท่านขุนถามทันที
เกศสุรางค์อ้อนฟ้องออกญาว่าท่านขุนคอย
จับผิด พูดอะไรก็ผิดหมด จำปาเสริมว่าได้ยินเช่นกันมันคือภาษาอันใด หญิงสาวแถไปว่าจำไม่ได้ว่าพูดอะไรออกไป ท่านขุนไม่ยอม
“คุณแม่ กระผมถามนางเองขอรับ...ลุกขึ้นแม่การะเกด ไปทางโน้น” ท่านขุนเดินนำไป
ปริกทำท่าจะตามด้วยความอยากรู้ แต่จำปาห้ามทั้งที่ตัวเองก็อยากรู้...พออยู่กันลำพัง เกศสุรางค์ยอมรับกับท่านขุนว่าตัวเองพูดคำว่า ประวัติศาสตร์ แต่อธิบายไม่ถูกว่าหมายความอย่างไร ท่านขุนไม่ติดใจ เปลี่ยนมาตอบความสงสัยของนาง










