ตอนที่ 10
เกศสุรางค์อ้าปากค้างไม่คิดว่าเขาจะพูดยาวขนาดนี้...ห่างออกมา ขุนศรีวิสารวาจายืนมองทั้งสองคุยกันใกล้ชิดด้วยความไม่พอใจ สั่งผินไปตามการะเกดกลับขึ้นเรือน เกศสุรางค์ชวนขุนเรืองขึ้นเรือน ผินรีบบอกว่าท่านขุนเรียกแม่นายคนเดียว
“บอกมางั้น?” เกศสุรางค์ย้อนถาม
“งั้นเจ้าค่ะ”
“วาจาของออเจ้าช่างแปลกประหลาด นางผินเอ็งก็พลอยพูดประสาแม่หญิงไปด้วย”
“เจ้าค่ะ ไม่อย่างนั้นจะพูดด้วยแม่หญิงรู้ความหรือเจ้าคะ”
เกศสุรางค์บอกผินเดี๋ยวไป แต่ผินบอกมิได้ต้องประเดี๋ยวนี้ หญิงสาวสวนไม่...เสียงเข้ม ผินหน้าเหยทำนองคงตายแน่ เกศสุรางค์ถอนใจ ขุนเรืองเย้าว่าสาเหตุใดก็รู้อยู่แก่ใจ แต่ผินแย้ง
“แม่นายหารู้ไม่เจ้าค่ะ ออกขุนเรืองว่าออกขุนท่านน่ะหงุดหงิดทุกคราเพราะอะไร”
เกศสุรางค์หันหลังจะเดินไป อมยิ้มในหน้าทำนองมีหรือตนจะไม่รู้...พอขึ้นมาบนเรือน ขุนศรีวิสารวาจาสั่งให้เธอนั่งแต่เธอกวนกลับว่ายืนฟังได้ ท่านขุนเสียงเข้มสั่งให้นั่งลง
“โห...แรงอ่ะ” เกศสุรางค์บ่นเบาๆมองคนอื่นๆ ที่นั่งทำงานกันอยู่อย่างไม่สนใจ
“ร้องไห้ร้องห่มเหมือนจะเป็นจะตายอยู่หยกๆ ไม่ทันข้ามวันหัวเราะหัวใคร่ผิดตายิ่งนัก”
“ก็เมื่อวานเศร้าก็ร้อง วันนี้ไม่เศร้าหัวเราะไม่ได้หรือคะ” ท่านขุนบอกไม่ได้ เธอว่าทำไม
“เหตุใดจึงประพฤติตัวกลับไปกลับมา” ท่านขุนจะเอาคำตอบให้ได้
“ทำไมจะกลับไปกลับมาไม่ได้ล่ะคะ ในเมื่อหัวใจคนมันเปลี่ยนได้นี่คะ จะให้เศร้าจนตายหรือคะ”
“ถ้าเช่นนั้นแจ้งข้ามาเดี๋ยวนี้ว่าออเจ้าเศร้าสร้อยร้องไห้ด้วยเหตุใด และสิ่งใดทำให้ออเจ้าหายเศร้าเป็นหัวใคร่กระซิกกระซี้เช่นนี้”
“ข้าไม่จำเป็นต้องบอกคุณพี่ทุกอย่าง”
ท่านขุนเน้นว่าจำเป็น เกศสุรางค์สวนทันควันว่า ...ทำไม
“เพราะออเจ้าเป็นคู่หมั้นของข้า”
“ต่อให้เป็นเมียก็ไม่ต้องบอกทุกอย่าง” เกศสุรางค์เถียงทุกคำ ท่านขุนก็ไม่ลดละ
“แม่การะเกด...ถึงออเจ้าจะยังไม่ใช่แต่วันหน้าก็ใช่ ออเจ้าก็ต้องรู้ว่าในอยุธยานี้ผัวมีอำนาจเหนือเมีย”
“กฎหมายไดโนเสาร์เต่าพันปี” เกศสุรางค์บ่นอย่างเบื่อหน่าย ท่านขุนฟังแล้วขำร่ายยาว
“ออเจ้าพูดจาประหลาดตามเคย คนเป็นเมียคือสมบัติของผัว ตัวออเจ้าจะเป็นเมียกลางเมืองของข้า ออเจ้าต้องเชื่อฟังข้า ต้องทำทุกอย่างที่ข้าสั่งให้ออเจ้าทำ อย่าว่าแต่ออเจ้าต้องบอกกล่าวข้าทุกอย่างที่ออเจ้าทำ ทรัพย์สมบัติของออเจ้าทุกอย่างเป็นของข้า ออเจ้าทำความผิดใดๆข้าจะตีจะโบยออเจ้าเท่าไหร่ข้าย่อมทำได้ ข้าจะขายออเจ้าก็ย่อมได้ และถ้าออเจ้ามีชู้...”
“โห...ยังไม่แต่งมีชู้แล้วเหรอคะ” เกศสุรางค์เสียงหลง
“ถ้าออเจ้าคบชู้ ข้าเลือกวิธีลงโทษออเจ้าได้หลายอย่าง” หญิงสาวถามว่าอะไรบ้าง “ข้าจะเลือกให้ออเจ้าถูกประหารชีวิต หรือข้าจะเลือกขายออเจ้าเป็นทาส หรือจะขายให้ซ่องชำเราบุรุษ หรือจะให้ม้าชำเราออเจ้า” น้ำเสียงท่านขุนเด็ดขาด เกศสุรางค์อ้าปากค้างเหลียวมองจำปากับบ่าว
“ไม่มีใครว่าอะไรเลยเหรอเนี่ย” ทุกคนทำหน้าปกติทำนองรู้อยู่แก่ใจ เกศสุรางค์ข้องใจที่ใช้ม้า แล้วบ่นเบาๆว่าคนคิดกฎหมายนี้เป็นผู้ชายแน่ พลันนึกบางอย่างได้ร้องขึ้นว่า “เออ...!”
จำปาสะดุ้ง “ข้าจวนเจียนจะลมจับ”
“อย่าเพิ่งค่ะคุณป้าเรื่องนี้สำคัญ...ฟังก่อนเจ้าค่ะอย่าเป็นลม”
เสียงจำปาเรอเอิ๊ก...เกศสุรางค์ตั้งคำถามว่า ถ้าผู้ชายมีชู้ มีเมียสองสามสี่ห้า ก็เรียกว่ามีชู้เช่นกัน ออกญาโหราธิบดีสะเทือนเสียงเข้มปราม อย่าพูดจาสามหาว แม่หญิงทั้งอยุธยาไม่มีใครคิดอย่างนั้น เกศสุรางค์ ถามทันควันว่า คิดกันอย่างไร ออกญาสาธยาย
“ออเจ้ามิจำเป็นต้องรู้ รู้แค่ว่ามิมีผู้ชายคนใดขึ้นชื่อว่ามีชู้ ถ้าไม่ไปเสพสังวาสกับแม่หญิงที่มีผัวแล้ว”










