ฝุ่นพิษเชียงใหม่วิกฤติหนัก ค่า PM 2.5 ยังพุ่งพรวดทุกพื้นที่ หนักสุด ที่เชียงดาว สูงถึง 742 มคก./ลบ.ม. เจ้าหน้าที่เร่งทำฝนหลวงสลายหมอกควัน พร้อมคุมเข้มพวกลักลอบเผาป่าล่าสัตว์ช่วงประกาศห้ามเข้าป่า ล่าสุดจับนายพราน ฝ่าฝืนได้ 1 ราย ส่วนที่แม่ฮ่องสอนอ่วมไม่แพ้กัน เกิดฮอตสปอต 584 จุด ไฟป่าลามเผาสายอินเตอร์เน็ตล่ม ทั้งจังหวัด พะเยาประกาศ 9 อำเภอ เป็นเขตภัยพิบัติแล้ว ขณะที่ควันไฟจากฝั่งลาวลอยข้ามปกคลุมอำเภอชายแดน เชียงราย-บึงกาฬ ประสานเพื่อนบ้านเร่งแก้ปัญหาสถานการณ์ฝุ่นพิษหลายจังหวัดยังสาหัส เมื่อวันที่ 3 เม.ย. ที่ จ.เชียงใหม่ ยังจมอยู่ในหมอกควันทั่วทั้งจังหวัดมลพิษทางอากาศไม่มีแนวโน้มคลี่คลาย ค่าฝุ่นละอองขนาดเล็ก หรือ PM2.5 ยังเกินเกณฑ์มาตรฐานอยู่ในระดับมีผลกระทบต่อสุขภาพอย่างรุนแรงมานานกว่า 1 สัปดาห์ แม้หลายหน่วยงานจะระดมพลเข้าดับไฟ แต่ก็ไม่เป็นผลยังเกิดจุดความร้อน หรือฮอตสปอตต่อเนื่อง ล่าสุดศูนย์ข้อมูลการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ รายงานค่า PM2.5 รายชั่วโมง สูงสุดวันนี้ที่ รพ.สต.ทุ่งข้าวพวง อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ วัดได้ถึง 742 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร (มคก./ลบ.ม.) ส่วนในตัวเมืองเชียงใหม่ 200 มคก./ลบ.ม.ศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงภาคเหนือส่งเครื่องบิน 6 ลำ ขึ้นปฏิบัติการในพื้นที่ อ.หางดง อ.ฮอด จ.เชียงใหม่ ที่มีจุดความร้อนสะสมมาก และ อ.ลี้ จ.ลำพูน หลังจากการปฏิบัติการช่วงวันที่ 1-2 เม.ย.ที่ผ่านมา เริ่มเห็นผลลัพธ์ในเชิงบวกอย่างต่อเนื่องช่วยให้เกิดการระบายฝุ่นละอองในพื้นที่ได้มากขึ้นและวันที่ 5 เม.ย.มีแผนเตรียมเพิ่มเครื่องบินอีก 2 ลำ พร้อมเครื่องบิน King Air อีก 1 ลำ สำหรับตรวจสภาพอากาศ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการวางแผนและปฏิบัติการให้แม่นยำและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นขณะที่นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ยังคงลงพื้นที่อำนวยการการดับไฟป่าและแก้ไขปัญหาหมอกควันใน จ.เชียงใหม่ นาย อรรษิษฐ์เผยว่า เช้านี้ได้รับรายงานจากนายรัฐพล นราดิศร ผวจ.เชียงใหม่ ถึงการจับกุมคนลักลอบเข้าป่าได้เมื่อคืนที่ผ่านมา ชุดสายตรวจร่วมฝ่ายปกครองอำเภอไชยปราการ เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติผาแดง และทหารมณฑลทหารบก 33 ออกลาดตระเวนการเผาป่าล่าสัตว์ พบชาวบ้าน 1 รายบริเวณบ้านกิ่วจำปี ต.ศรีดงเย็น อ.ไชยปราการ ยึดอีเห็นกับกระต่ายป่า กระสุนปืนจำนวนมาก และพบอุปกรณ์ดักสัตว์พวกแร้วเครือ หรือแห้วเครือ และยาเสพติดพร้อมอุปกรณ์การเสพ สอบสวนรับสารภาพว่าเข้าป่าล่าสัตว์มา 2 วันแล้ว“การลงพื้นที่ติดตามการแก้ไขปัญหาสถานการณ์ ไฟป่าหมอกควันและฝุ่นละอองขนาดเล็กในเชียงใหม่ครั้งนี้นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย กำชับ ผวจ.ในจังหวัดภาคเหนือ ตลอดจนส่วนราชการต่างๆ กำนัน ผู้ใหญ่บ้านและ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเน้นย้ำทุกมาตรการ โดยเฉพาะการบังคับใช้กฎหมาย จับผู้ลักลอบเข้าพื้นที่ป่าดำเนินคดีไม่มีละเว้น เพราะเป็นความผิดตามประกาศของจังหวัดที่ห้ามบุคคลเข้าพื้นที่ป่า” ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าววันเดียวกัน นพ.วรัญญู จำนงประสาทพร นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ และ พญ.อรินทยา พรหมินธิกุล ผอ.รพ.มหาราชนครเชียงใหม่ ร่วมกันแถลงผลกระทบจากฝุ่น PM 2.5 ว่าฝุ่นส่งผลต่อสุขภาพทั้งระยะสั้นและระยะยาว ระยะเฉียบพลันทำให้เกิดอาการระคายเคือง เช่น แสบตา คัดจมูก และเลือดกำเดาไหล ช่วงสถานการณ์ฝุ่นวิกฤติพบผู้ป่วยเพิ่มขึ้น ขณะที่ระยะยาวฝุ่นเข้าสู่กระแสเลือด เพิ่มความเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือด โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยง อาจเกิดอาการรุนแรงใน 48—72 ชม. สสจ.เชียงใหม่เร่งมาตรการป้องกัน อาทิ ให้ความรู้ประชาชนกว่า 7 แสนครัวเรือน แจกหน้ากากเกือบ 2 แสนชิ้น เปิดห้องปลอดฝุ่นกว่า 500 แห่ง และจัดตั้งคลินิกมลพิษในโรงพยาบาล 5 แห่ง ทั้งนี้ ขอความร่วมมือประชาชนในการป้องกันตนเองโดยสวมหน้ากาก N 95 หลีกเลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง ใช้เครื่องฟอกอากาศ หากมีอาการผิดปกติ เช่น ไอ หายใจลำบาก หรือแน่นหน้าอก ควรรีบพบแพทย์ทันทีส่วนที่ จ.แม่ฮ่องสอน สำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษที่ 1 รายงานสถานการณ์ค่าฝุ่นละอองขนาดเล็ก หรือ PM2.5 เวลา 07.00 น. วันที่ 3 เม.ย.ในพื้นที่ ต.จองคำ อ.เมืองแม่ฮ่องสอน พบค่า PM2.5 อยู่ที่ 128.7 มคก./ลบ.ม. พื้นที่หมู่ 2 ต.แม่สะเรียง อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน วัดได้ 162.3 มคก./ลบ.ม. และที่หมู่ 3 ต.เวียงใต้ อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน วัดได้ 352.2 มคก./ลบ.ม. อยู่ในเกณฑ์ส่งผลกระทบต่อสุขภาพอย่างรุนแรง จากค่ามาตรฐานไม่เกิน 37.5 มคก./ลบ.ม. ส่วนจุดความร้อนหรือฮอตสปอตเกิดขึ้น 584 จุด ล่าสุด จังหวัดแม่ฮ่องสอนประกาศพื้นที่ประสบภัยพิบัติใน อ.ปาย 6 ตำบล และ อ.แม่สะเรียง 7 ตำบลขณะเดียวกัน สถานการณ์ไฟป่าที่ลุกลามต่อเนื่อง ส่งผลกระทบต่อการให้บริการอินเตอร์เน็ตใน จ.แม่ฮ่องสอน ถูกไฟไหม้ได้รับความเสียหายหลายจุด ไม่สามารถใช้งานได้ สร้างความเสียหายให้ประชาชนที่ต้องใช้อินเตอร์เน็ตในการทำงานเกือบทั้งวัน รวมถึงระบบการเงินของธนาคารต่างๆล่ม เจ้าหน้าที่บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) หรือ NT จ.แม่ฮ่องสอน ผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ตรายใหญ่ในพื้นที่ แจ้งว่าสาเหตุมาจากสาย OFC ถูกไฟไหม้ขาด 3 เส้นทางคือปางมะผ้า-แม่ฮ่องสอน จอมทอง-บ่อหลวง และแม่แจ่ม-จอมทอง เจ้าหน้าที่จะเร่งแก้ไขให้เร็วที่สุดด้านนายสมศักดิ์ แก้วเสนา รอง ผวจ.พะเยา ปฏิบัติราชการแทน ผวจ.พะเยา ประกาศให้พื้นที่ 9 อำเภอของ จ.พะเยาเป็นเขตพื้นที่ประสบสาธารณภัยจากสถานการณ์อัคคีภัยไฟป่าและฝุ่นละอองขนาดเล็ก หรือ PM 2.5 ที่เกิดขึ้นตั้งแต่วันที่ 28 มี.ค.ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนเป็นวงกว้างประกอบด้วย อ.เมืองพะเยา อ.จุน อ.เชียงคำ อ.เชียงม่วน อ.ดอกคำใต้ อ.ปง อ.แม่ใจ อ.ภูซาง และ อ.ภูกามยาว ขณะที่การแก้ปัญหาไฟป่าและหมอกควันในพื้นที่ ช่วงสายวันเดียวกัน นายศิโรตม์ ชมใจ นายอำเภอจุน ร่วมกับนายกมล สุวรรณมาศ นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลห้วยข้าวก่ำ นำเจ้าหน้าที่เข้าไปดับไฟป่าในพื้นที่ พร้อมนำรถดับเพลิงฉีดพ่นน้ำสลายควันพิษในอากาศไปตามถนนและชุมชนหนาแน่น เพื่อให้เกิดความชุ่มชื้นและไล่สลายหมอกควันให้เบาบางลงที่ห้องประชุมที่ว่าการอำเภอเทิง จ.เชียงราย นายประเสริฐ จิตต์พลีชีพ รอง ผวจ.เชียงราย ประชุมคณะทำงานกลไกการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควันข้ามแดนระหว่างไทยและ สปป.ลาว เพื่อติดตามสถานการณ์และหาแนวทางลดค่าฝุ่น PM 2.5 ในพื้นที่ 4 อำเภอชายแดน ได้แก่ อ.เทิง อ.เชียงของ อ.ขุนตาล และ อ.เวียงแก่น นายประเสริฐ กล่าวว่า ปีนี้จุดความร้อน จ.เชียงราย ถือว่าควบคุมได้ดีเป็นอันดับต้นๆของภาคเหนือ แต่ปัญหาหลักที่เผชิญขณะนี้คือหมอกควันข้ามแดน โดยเฉพาะอำเภอชายแดนอย่างเชียงของมีค่าฝุ่นเกินมาตรฐานตั้งแต่ยังไม่เกิดจุดความร้อนในพื้นที่ จังหวัดประสานความร่วมมือกับ สปป.ลาวผ่านบันทึกข้อตกลง (MOU) การทำแนวกันไฟ 2 แผ่นดิน ณ ภูชี้ฟ้า และได้รับการสนับสนุนจากสถาบันสิ่งแวดล้อมและสถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (สวพส.) เป็นปีที่ 2 เพื่อแก้ปัญหาเชิงรุกเช่นเดียวกับ จ.บึงกาฬ พบอำเภอที่อยู่ติดชายแดนริมแม่น้ำโขงประกอบด้วย อ.ปากคาด อ.เมือง บึงกาฬ และ อ.บุ่งคล้า มีหมอกควันจากประเทศเพื่อนบ้าน สปป.ลาว ลอยข้ามมาปกคลุมหนาแน่น โดยเฉพาะในเขตเทศบาลเมืองบึงกาฬ ได้รับผลกระทบจากปัญหาหมอกควันอย่างหนัก ค่าฝุ่น PM 2.5 สูงเกิน มาตรฐานในระดับสีแดงติดต่อกันมา 3 วันแล้ว ผลตรวจวัดคุณภาพอากาศบริเวณสวนสาธารณะหนองบึงกาฬ ต.บึงกาฬ อ.เมืองบึงกาฬ สูง 102 มคก./ลบ.ม. ทั้งนี้ นายสุรพล เจริญภูมิ ผวจ.บึงกาฬ กำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องบูรณาการแก้ปัญหาควบคุมไฟป่าและลงพื้นที่ไปทำความเข้าใจแก่ประชาชนเรื่องมาตรการต่างๆเพื่อลดผลกระทบ เน้นย้ำงดการเผาในที่โล่งทุกกรณีอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่