สว.ทวงรัฐบาลแก้ รธน.ตามเสียง ประชามติ 21 ล้านเสียง บี้ตอบให้ชัด ทำประชามติคำถามสองได้เมื่อใด “ภราดร” ตั้งแง่ รบ.กำหนดไทม์ไลน์ไม่ได้ โบ้ยเป็นเรื่องของฝ่ายนิติบัญญัติ โอ่ ภท.จ่อชงร่างแก้ไข รธน. มาตรา 256 เพิ่มเติมหมวด 15/1 เป็นพรรคแรก ยื่นประธานรัฐสภา 20 พ.ค. ใส่ล็อกห้าม ส.ส.ร.แตะหมวด 1 และ 2 ครม.เงาดัน 3 หลักการ ร่าง รธน.ใหม่ “พริษฐ์” ลั่นขวางระบบ สีน้ำเงินกินรวบ ล้มกระดานแก้กติกาประเทศ หักดาบ สว.ไม่เพิ่มสิทธิพิเศษ ใช้เสียงกึ่งหนึ่งเห็นชอบ ศาล รธน.รับตีความ พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน สั่ง ครม.แจงใน 7 วัน “กรวีร์-ภราดร” ยัน รบ.มีอำนาจเต็มเบิกจ่าย งบเงินกู้ ไม่กระทบเดินหน้าลงทะเบียนไทยช่วยไทย พลัส 25 พ.ค. ป.ป.ช.ฟัน “บุญทรง” รํ่ารวยผิดปกติ ส่งศาลยึดทรัพย์ 107 ล้านบาทพรรคภูมิใจไทย (ภท.) เตรียมเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 256 เพิ่มเติมหมวด 15/1 เพื่อจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ตามผลการลงประชามติ 21 ล้านเสียงต่อประธานรัฐสภาในวันที่ 20 พ.ค. โดยจะไม่มีการแก้ไขหมวด 1 หมวด 2 พร้อมจะกำหนดล็อกไม่ให้สภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) มาแก้ไขส่วนนี้สว.ทวงรัฐบาลเดินหน้าแก้ รธน.เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 18 พ.ค. ที่รัฐสภา มีการประชุมวุฒิสภา มีนายมงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒิสภา ทำหน้าที่ประธานการประชุม พิจารณากระทู้ถามนายนรเศรษฐ์ ปรัชญากร สว. ถามนายกฯถึงการแก้ไขรัฐธรรมนูญว่า ประชาชน 21 ล้านเสียงลงมติให้แก้รัฐธรรมนูญ แต่แทบไม่ได้ยินความชัดเจนจากรัฐบาล เป็นความรับผิดชอบรัฐบาลต้องผลักดันให้เกิดขึ้น รัฐบาลมักบอกรัฐธรรมนูญไม่ใช่เรื่องเร่งด่วนเท่าปัญหาปากท้อง แต่ประชาชนไม่ได้ต้องการให้แก้รัฐธรรมนูญเป็นเรื่องแรก แต่ต้องการความชัดเจนการแก้ไข เดินคู่ไปกับการแก้ปัญหาปากท้องได้ จึงอยากถามว่ารัฐบาลจะยื่นแก้ไขรัฐธรรมนูญต่อสภาเมื่อใด จะทำประชามติคำถาม 2 ได้เมื่อไรรบ.ตั้งแง่กำหนดไทม์ไลน์ไม่ได้นายภราดร ปริศนานันทกุล รมต.ประจำสำนักนายกฯ ชี้แจงกระทู้แทนนายกฯว่า การผลักดันแก้รัฐธรรมนูญโดยเพิ่มหมวด 15/1 ไม่ใช่อำนาจโดยตรงรัฐบาล แต่เป็นเรื่องฝ่ายนิติบัญญัติ อำนาจเสนอแก้รัฐธรรมนูญเป็นอำนาจของรัฐสภา พรรคภูมิใจไทย (ภท.) พร้อมทำตามเสียงประชาชน 21 ล้านเสียง ยื่นแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญหมวด 15/1 วันที่ 19 พ.ค. จะประชุมพรรคเพื่อเห็นชอบการแก้ไขรัฐธรรมนูญ จะรวมชื่อ สส.เสนอต่อรัฐสภาเดินหน้าแก้รัฐธรรมนูญต่อไป หน้าที่รัฐบาลกำหนดไทม์ไลน์ให้รัฐสภาไม่ได้ เพราะไม่รู้จะผ่านวาระ 1 หรือไม่ หรือการตั้ง กมธ. จะใช้เวลาเท่าใด แต่ตอบได้ว่ารัฐบาลจะดำเนินทุกกระบวนการ เร่งในส่วนที่รัฐบาลทำได้ เช่น เร่งทำประชามติให้เร็วที่สุด พร้อมสนับสนุนการแก้รัฐธรรมนูญ ส่วนการมีส่วนร่วมของประชาชนไม่ใช่มีส่วนร่วมแค่ผ่านคูหาเลือกตั้ง แต่ต้องทำให้มีโอกาสแสดงความเห็นมากกว่า 3 วินาทีเข้าคูหาเลือกตั้ง แต่การแก้ไขจะทำอะไรได้บ้าง ต้องให้เป็นตามคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ เพราะศาลรัฐธรรมนูญไม่ให้ประชาชน เลือกตั้งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) ได้โดยตรง ยืนยันรัฐบาลจะใช้ทุกกลไกตามที่รัฐสภาร้องขอ เพื่อขับเคลื่อนการมีส่วนร่วมประชาชนทุกองคาพยพมากที่สุด เพื่อให้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่เป็นของประชาชน อย่างแท้จริงร่าง ภท.ล็อกไม่ให้ ส.ส.ร.แตะหมวด 1—2ต่อมาเวลา 13.30 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นาย ภราดรให้สัมภาษณ์ว่า วันที่ 19 พ.ค.หากที่ประชุม สส.พรรคเห็นชอบจะเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคต่อประธานรัฐสภาวันที่ 20 พ.ค.เนื้อหาแก้ไขมาตรา 256 เพิ่มเติมหมวด 15/1 เพื่อจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ตามผลการลงประชามติ 21 ล้านเสียง โดยจะไม่มีการแก้ไขหมวด 1 หมวด 2 จะกำหนดล็อกไม่ให้สภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) มาแก้ไขส่วนนี้ด้วย ต้องไปดูที่ผ่านมาปัญหาและอุปสรรคอยู่ตรงไหน เรานำสิ่งเหล่านั้นมาปรับปรุงเพื่อยกร่าง ต้องไปหารือเจรจากับทุกฝ่าย จะผ่านวาระ 3 ต้องมีหลายส่วนทั้ง สว. ฝ่ายค้านต้องเห็นด้วยร้อยละ 20 จะทำให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเห็นด้วยทั้งหมดเป็นไปไม่ได้ พรรค ภท.ต้องการผลักดันให้แก้ไขรัฐธรรมนูญสำเร็จ เราเห็นความสำคัญประกาศตัวเป็นพรรคแรกที่จะจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ หลังรัฐบาลไม่ยืนยันร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของสภาฯชุดที่ผ่านมา ส่วนพรรคเพื่อไทย (พท.) จะเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญเช่นกัน เป็นสิทธิแต่ละพรรค สว.ครั้งที่แล้วติดใจอำนาจ 1 ใน 3 โหวตแก้ไขรัฐธรรมนูญก่อนจะมี ส.ส.ร. ต้องนำไปพูดคุยในพรรควันที่ 19 พ.ค.จะดำเนินการแบบไหนเป็นจุดตรงกลาง ร่างเดิมของพรรค ภท.ใส่ตรงนี้ไว้ 1 ใน 5ครม.เงาชง 3 หลักการร่าง รธน.ใหม่ที่รัฐสภา นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.)แถลงข่าวหลังการประชุม ครม.เงาเกี่ยวกับแนวทางการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ว่า พรรค ปชน.มีข้อเสนอ 3 ข้อ 1.พรรค ปชน. และภาคประชาชน เห็นตรงกันว่า การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ จะเป็นไปตามเจตจำนงของประชาชนที่ได้ออกเสียงประชามติ เมื่อวันที่ 8 ก.พ.2569 มากที่สุด ต้องคงหลักการ 3 ข้อไว้ด้วยกัน คือ หลักการข้อแรก การส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนให้มากที่สุด โดยเฉพาะการมีส่วนร่วมในการเลือกผู้ร่างรัฐธรรมนูญ ถึงแม้เราจะอยู่ภายใต้กรอบคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ 18/2568 ข้อสอง ต้องไม่เกิดกระบวนการทำให้กลุ่มบุคคลใดบุคคลหนึ่งผูกขาดกระบวนการจัดทำรัฐธรรมนูญ ฉบับใหม่ได้ตลอดกระบวนการ ข้อสาม ไม่ควรเพิ่มสิทธิพิเศษกับสมาชิก สว. สมาชิกรัฐสภาทุกคนควรมีสิทธิเท่าเทียมกันในการโหวตเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบตลอดกระบวนการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ชงร่างแก้ไข ม.256 เพิ่มหมวด 15/1หัวหน้าพรรค ปชน.กล่าวว่า 2.พรรค ปชน.พร้อมจะเสนอและผลักดันร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 256 เพื่อเพิ่มเติมหมวด 15/1 ที่ยึดกับหลักการทั้ง 3 ข้อ ก่อนหน้า เข้าสู่รัฐสภาตามผลการออกเสียงประชามติของประชาชน นอกจากนี้ พร้อมจัดสรร สส.ของพรรคบางส่วนไปสนับสนุนร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 256 นี้ของพรรคอื่นๆที่เสนอเข้ามา ตราบใดที่ร่างของพรรคการเมืองอื่นๆนั้น สอดคล้องกับหลักการข้างต้นทั้ง 3 ข้อ พร้อมสนับสนุนภาคประชาชนในการรวบรวมอย่างน้อย 50,000 รายชื่อของประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 256 โดยภาคประชาชนหวั่นระบบน้ำเงินกินรวบล้มกระดานนายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.แบบบัญชีรายชื่อพรรค ปชน.กล่าวว่า ภาพใหญ่รัฐธรรมนูญปี 60 ได้นำพาประเทศมาสู่ระบบการเมืองที่ฮั้วกันได้ทั้งกระดาน เปิดช่องให้รัฐบาลฮั้วกับองค์กรอิสระได้ โดยใช้ สว.เป็นเครื่องมือ รัฐธรรมนูญฉบับ 2560 เป็นปุ๋ยชั้นดีของระบอบสีน้ำเงินที่พยายามรุกคืบและกินรวบประเทศ ด้วยการควบคุมสถาบันทางการเมืองทั้งหมดให้สำเร็จ เราจึงกังวลใจว่าระบอบสีน้ำเงินจะทำทุกวิถีทางให้กระบวนการจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ไม่สำเร็จ หรือพยายามทำให้ทุกอย่างอยู่ภายใต้เงื่อนไขให้ระบอบสีน้ำเงินผูกขาดการคัดเลือกผู้ร่างรัฐธรรมนูญใหม่ และการกำหนดเนื้อหาในรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ พรรค ปชน.จะทำเต็มที่ในระบบรัฐสภา เพื่อให้ประเทศเรามีระบบและกติกาการเมืองที่เป็นธรรม มีส่วนร่วมของประชาชนและหลุดพ้นจากระบอบสีน้ำเงินไม่เพิ่มสิทธิพิเศษ สว.เล็งใช้เสียงกึ่งหนึ่งนายพริษฐ์ กล่าวถึงเงื่อนไขเรื่องอำนาจของ สว. 1 ใน 3 ว่าพรรค ปชน.จะมีการยื่นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ฉบับใหม่ มี 3 หลักการสำคัญ คือเพิ่มส่วนร่วมของประชาชน เพิ่มกฎเกณฑ์ป้องกันการผูกขาด และไม่เพิ่มสิทธิพิเศษให้ สว. เราอาจต้องนำเอาหลายร่างที่เคยเสนอไป มาทบทวนปรับปรุงให้สอดคล้องกับ 3 หลักการนี้ เพื่อยื่นกลับเข้าไปยืนยันว่ารูปธรรมของหลักการมีส่วนร่วมของประชาชน คือการมีคูหาให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการเลือกผู้ร่างรัฐธรรมนูญ การมีคูหาไม่ได้เป็นอะไรที่ขัดกับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ไม่อยากให้ฝ่ายใดนำคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญมาเป็นเกราะกำบังความพยายามในการลดการมีส่วนร่วมของประชาชน เมื่อถามถึงหลักการข้อที่ 3 เรื่องการไม่เพิ่มสิทธิพิเศษให้ สว. นายพริษฐ์กล่าวว่า เป็นไปได้ว่าจะยึดเกณฑ์ใช้เสียงเกินกึ่งหนึ่งของสมาชิกรัฐสภา เกณฑ์นี้เคยได้รับเสียงเห็นชอบจาก กมธ.เสียงข้างมากในการพิจารณา เมื่อช่วงต้นปีด้วย“ยิ่งชีพ” จี้รัฐแถลงโรดแม็ป รธน.ใหม่ด้านนายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผอ.และผู้จัดการโครงการอินเตอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน หรือ ไอลอว์ แถลงเรียกร้องให้รัฐบาลประกาศแถลงโรดแม็ปกระบวนการจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งหมดให้ประชาชน เข้าใจ อย่างน้อยต้องมีประชามติอีก 2 ครั้ง มีกระบวนการ เลือกผู้ร่างรัฐธรรมนูญ การรับฟังความคิดเห็นประชาชน ไม่ว่าพรรคใดต้องไม่มีอิทธิพลมากไปกว่าคนอื่นในการยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ โดยเฉพาะ สว.ที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้งและยังมีคดีติดพันอยู่ว่ามาโดยสุจริตถูกต้องหรือไม่ สว.ไม่มีความชอบธรรมที่จะมีอำนาจเหนือ สส.และประชาชนในการจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ หากร่างที่พรรคการเมืองเสนอไม่มีส่วนร่วมของประชาชนต้องใช้สิทธิ์เข้าชื่อเสนอร่างแข่งสว.ถกยกเลิกเอ็มโอยู 43—44เมื่อเวลา 11.00 น. ที่รัฐสภา มีการประชุมวุฒิสภา มี พล.อ.เกรียงไกร ศรีรักษ์ รองประธานวุฒิสภา เป็นประธานการประชุมพิจารณารายงานศึกษาข้อดีข้อเสียการยกเลิกเอ็มโอยู 2543 และเอ็มโอยู 2544 เพื่อแก้ปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา ตามที่คณะ กมธ.วิสามัญพิจารณารายงานศึกษาข้อดีข้อเสียการยกเลิกเอ็มโอยู 2543 และเอ็มโอยู 2544 เพื่อแก้ปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา พิจารณาเสร็จแล้ว นายนพดล อินนา สว.ประธาน กมธ.กล่าวว่า กมธ.มีมติเอกฉันท์ยกเลิกเอ็มโอยู 2543 และเอ็มโอยู 2544 โดยเอ็มโอยู 2543 มีปัญหาความชอบด้วยรัฐธรรมนูญ เพราะมติ ครม.ปี 43 ไม่ได้เห็นชอบเพียงรับทราบ การอนุมัติรับรองเอ็มโอยู 2543 จึงไม่เป็นไปตามระเบียบสำนักนายกฯ อีกทั้งการยอมรับแผนที่ 1 ต่อ 2 แสนที่มีผลเปลี่ยนแปลงอาณาเขตไทยไม่ได้เสนอให้รัฐสภาให้ความเห็นชอบตามรัฐธรรมนูญ ขณะที่การสำรวจจัดทำหลักเขตแดนทางบกไทย-กัมพูชา ตามเอ็มโอยู 2543 คืบหน้าน้อยมาก แม้ผ่านไปเกือบ 26 ปี กมธ.ยืนยันไทยยกเลิกเอ็มโอยู 2543 ฝ่ายเดียวได้ แต่ต้องแจ้งให้กัมพูชาทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 3 เดือน โดยมีทั้ง สว.ที่เห็นด้วยและเห็นต่างกับรายงานดังกล่าวกลุ่มพันธุ์ใหม่ค้านฉีกกลไกทวิภาคีนายพรชัย วิทยเลิศพันธุ์ สว.กลุ่มพันธุ์ใหม่กล่าวว่า การฉีกเอ็มโอยูทิ้งเท่ากับสูญเสียกลไกทวิภาคี ทำให้ไทยเข้าสู่การประนอมข้อพิพาทภาคบังคับ ที่มี คนต่างชาติ 5 คนเป็นคนกลางพิจารณา เอาอธิปไตยไทยไปวางในมือคนนอก การฉีกเอ็มโอยูเท่ากับไทยทิ้งข้อตกลงว่าด้วยการเจรจาพื้นที่ทับซ้อนที่กำหนดให้เจรจาผลประโยชน์ทางทะเลไปพร้อมกัน ที่เป็นข้อทำให้ไทยได้เปรียบกว่ากัมพูชา อย่าให้กระแสชาตินิยมข่มผลประโยชน์ระยะยาวประเทศ ไทยจะเป็นรัฐฉลาดใช้เครื่องมือทางการทูตเพื่อต้อนคู่แข่งให้จนมุม หรือเป็นรัฐหวาดระแวงสิ่งที่ไม่มีอยู่จริงตามกระแสชาตินิยมจนฉีกข้อตกลงทิ้ง ขณะที่นายเทวฤทธิ์ มณีฉาย สว.กล่าวว่า มีข้อกังวลต่อการสูญเสียความน่าเชื่อถือในเวทีระหว่างประเทศ กังวลต่อสิ่งที่ต้องสูญเสีย การยอมรับการตัดสินที่จะเกิดขึ้นตามกระบวนการ อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทางทะเลหรือไม่“ชัชชาติ” อำลาปั่นจักรยานกลับบ้านเมื่อเวลา 16.45 น. ที่ศาลาว่าการ กทม. นาย ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม.พร้อมทีมผู้ว่าฯ กทม. เดินออกจากห้องทำงานวันสุดท้ายในตำแหน่ง ลงมาชั้น 1 ศาลาว่าการ กทม.ด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม มีคณะผู้บริหาร ข้าราชการและบุคลากร กทม.ตั้งแถวร่วมส่ง นายชัชชาติให้สัมภาษณ์ว่า เป็นวันปกติของการทำงาน เมื่อมีวันเริ่มต้นต้องมีวันสุดท้ายที่จากไปด้วยความสุข ที่ผ่านมา 4 ปีทำงานอย่างมีความสุขและสนุกมาก เวลาผ่านไปเร็วมากเหมือนเพิ่งทำงาน เชื่อว่าถ้าเราทำงานด้วยความสนุก ความหวัง เวลาผ่านไปเร็ว อะไรที่ทำไปคงมีประโยชน์ต่อประชาชนบ้างไม่มากก็น้อย อะไรที่ทำไม่ถูกใจก็ขอโทษด้วย ไม่ได้คิดว่าจะทำให้ใครเดือดร้อนเลย แต่อยากให้เมืองพัฒนาดีขึ้น ขอขอบคุณทุกคนและจะเดินหน้าต่อไป ตอนนี้เป็นประชาชนเต็มขั้นแล้ว ขอเวลาไปเยี่ยมแสนดี (บุตรชาย) ก่อน แล้วจะกลับมาลุยกันอีกรอบ จากนั้นนายชัชชาติโบกมือลาศาลาว่าการ กทม. พร้อมปั่นจักรยานไปพร้อมกับนายวิศณุ ทรัพย์สมพล รองผู้ว่าฯ กทม. เดินทางไปยังสถานีสามยอด ก่อนต่อรถไฟฟ้าใต้ดินกลับบ้านต่อไปศาล รธน.รับตีความ พ.ร.ก.กู้เงินวันเดียวกัน ศาลรัฐธรรมนูญมีมติรับคำร้องกรณีที่สมาชิก สส.133 คนเข้าชื่อเสนอความเห็นต่อประธานสภาฯในฐานะผู้ร้อง เพื่อขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญมาตรา 173 วรรค 1 ว่า พ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤติด้านพลังงานและสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ พ.ศ.2569 หรือ พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน ไม่เป็นไปตามรัฐธรรมนูญมาตรา 172 วรรค 1 ศาลพิจารณาข้อเท็จจริงตามคำร้องและเอกสารประกอบเห็นว่าเป็นไปตามรัฐธรรมนูญมาตรา 173 วรรค 1 ประกอบ พ.ร.ป.ว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2561 วรรค 7 (1) จึงมีคำสั่งรับคำร้องไว้พิจารณาวินิจฉัยแจ้งให้ผู้ร้องทราบและเพื่อประโยชน์แห่งการพิจารณาให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) จัดทำคำชี้แจงตามประเด็นที่ศาลรัฐธรรมนูญกำหนดและจัดส่งสำเนาเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญ ภายใน 7 วันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือยัน รบ.มีอำนาจเต็มเบิกจ่ายงบฯนายกรวีร์ ปริศนานันทกุล สส.อ่างทอง พรรค ภท.ประธานวิปรัฐบาล กล่าวว่า ไม่น่าเป็นข้อกังวล แต่ยืนยันระหว่างศาลฯพิจารณาอยู่ รัฐบาลมีอำนาจเต็มกู้เงินและดำเนินการตามแผนงานที่วางไว้โดยชอบนายภราดร ปริศนานันทกุล รมต.ประจำสำนักนายกฯกล่าวว่า ศาลรัฐธรรมนูญรับคำร้องไว้พิจารณา แต่ไม่ได้สั่งให้เอาไว้ก่อน จึงเป็นอำนาจ ครม.ที่ออก พ.ร.ก.กู้เงิน สั่งเพียงให้ไปชี้แจงภายใน 7 วัน รัฐบาลจะไปชี้แจงตามกำหนด โครงการไทยช่วยไทยที่เปิดลงทะเบียนวันแรกวันที่ 25 พ.ค.ก็เดินหน้าต่อไปนายกฯโอ่มีแต่คนแย่งกันมาปล่อยกู้ช่วงเย็น นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯและ รมว.มหาดไทย กล่าวว่า รัฐบาลมั่นใจเต็มเปี่ยมว่าการออก พ.ร.ก.เป็นไปตามเจตนารมณ์ที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญ สิ่งสำคัญที่สุดเราต้องเร่งกระตุ้นเศรษฐกิจ ความเดือดร้อนของประชาชนเป็นสิ่งที่จำเป็นเร่งด่วน นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกฯ ดูแลรับผิดชอบการชี้แจงต่อศาลรัฐธรรมนูญ โครงการไทยช่วยไทยที่จะเข้า ครม.วันที่ 19 พ.ค. และการลงทะเบียนวันที่ 25 พ.ค.ทุกอย่างเป็นไปตามกำหนด ไปถามรัฐมนตรีที่รับผิดชอบแต่ละด้าน เมื่อถามว่าแม้รัฐบาลจะเดินหน้าต่อกู้เงิน คนให้กู้จะลังเลหรือไม่ นายกฯตอบว่า “ตอนนี้มีแต่แย่งเข้ามาให้กู้ ขอโทษที” ส่วนข้อเสนอ 38 เจ้าสัวจะสรุปประมวลให้ ครม.ฟัง ที่สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เปิดเผยตัวเลข GDP ไตรมาส 1 ปี 69 ขยายตัวขึ้น 2.8% สูงกว่าที่คาดการณ์ไว้ทำให้เห็นถึงรากฐานไทยมั่นคงแข็งแกร่ง ทั้งที่สถานการณ์เศรษฐกิจของโลกไม่เป็นใจ จะใช้เงินจาก พ.ร.ก.เงินกู้ 4 แสนล้านบาท เพื่อทำให้เกิดการขยายตัวทางเศรษฐกิจวางกรอบแจงมัดเงิน 2 ก้อนช่วย ปชช.นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกฯ กล่าวว่า ศาลไม่ได้มีคำสั่งให้ระงับหรือชะลอการดำเนินการ พ.ร.ก.มีผลบังคับตามกฎหมาย รัฐบาลยังคงเดินหน้า กระบวนการต่างๆตามปกติ ไม่กระทบการเสนอโครงการไทยช่วยไทยพลัสเข้า ครม.เชื่อมั่นเหตุผลความจำเป็นอย่างยิ่งเพื่อรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจของประเทศ ผลคำวินิจฉัยไม่ขอพยากรณ์ หรือก้าวล่วง อำนาจศาล แต่รัฐบาลพร้อมให้ข้อมูลตรงไปตรงมาที่สุด จะนำเสนอข้อมูลตามความเป็นจริง อ้างอิงตัวเลข ทางการเงินการคลัง จากสำนักงบฯ และกระทรวงการคลัง วันที่ 19 พ.ค. จะเสนอแนวทางชี้แจงต่อที่ประชุม ครม.เพื่อจัดทำคำชี้แจงส่งไปยังศาล ที่ฝ่ายค้านมองว่าเงินกู้ 2 แสนล้านบาท หลังอาจไม่จำเป็นเร่งด่วน เงินกู้นี้แม้เป็นก้อนเดียวแต่มี 2 วัตถุประสงค์หลักต้องทำควบคู่กันไป ทั้งการเยียวยาช่วยเหลือประชาชนและการปรับเปลี่ยนโครงสร้างพลังงาน ไม่สามารถแยกจากกันได้ เป็นแนวทางที่รัฐบาลเคยปฏิบัติมา ตลอดในการกู้เงินครั้งที่ผ่านๆมาป.ป.ช.ฟัน “บุญทรง” ร่ำรวยผิดปกติวันเดียวกัน นายสุรพงษ์ อินทรถาวร เลขาธิการกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กล่าวว่า คณะกรรมการ ป.ป.ช.มีมติชี้มูลความผิดนายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีต รมว.พาณิชย์ ร่ำรวยผิดปกติ 107,020,830 บาท ไต่สวนพบว่าระหว่างวันที่ 18 ม.ค.55 ถึง 30 มิ.ย.56 ขณะที่นายบุญทรงเป็น รมว.พาณิชย์ ได้รับแต่งตั้งเป็นรองประธานกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ ประธานอนุกรรมการพิจารณาระบายข้าว มีรายได้จากเงินเดือน เงินประจำตำแหน่งรวม 2,083,320 บาท คู่สมรสมีรายได้จากค่าเช่าที่ดินปีละ 2 แสนบาท ส่วนบุตรอยู่ในระหว่างศึกษาเล่าเรียน แต่ปรากฏรายการธุรกรรมเงินฝากจำนวนมากเข้าบัญชีธนาคารนายบุญทรง คู่สมรส บุตร และบริษัทจำกัด 2 แห่งที่นายบุญทรงก่อตั้งและมารดาคู่สมรสเป็นผู้มีอำนาจเบิกถอนเงิน โดยปราศจากแหล่งที่มารายได้ชัดเจน ต่อมาปรากฏข้อเท็จจริงตามคำพิพากษาศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง วันที่ 25 ส.ค.60 และวันที่ 28 พ.ค.62 ประกอบคำพิพากษาชั้นอุทธรณ์ วันที่ 6 ก.ย.62 ว่านายบุญทรงทุจริตโครงการจำนำข้าว และการระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ ก่อให้เกิดความเสียหายร้ายแรงต่องบฯแผ่นดินที่รั่วไหลจำนวนมากส่งศาลยึดทรัพย์ 107 ล้านบาทนายสุรพงษ์กล่าวว่า ทรัพย์สินระหว่างตำแหน่งดังกล่าวรวม 107,020,830 บาท ไม่สามารถพิสูจน์ที่มาทรัพย์สินได้ จึงเป็นทรัพย์สินจากการร่ำรวยผิดปกติ ดังนี้ 1.เงินฝากธนาคารในชื่อนายบุญทรง 1 บัญชี 3 แสนบาท 2.เงินฝากธนาคารในชื่อบัญชีคู่สมรส 2 บัญชี รวม 3.1 ล้านบาท 3.เงินฝากธนาคารในชื่อบัญชีบุตร 5 บัญชี รวม 70,598,700 บาท 4.เงินฝากธนาคารในชื่อบัญชีบริษัทจำกัด 2 แห่ง ที่มีมารดาคู่สมรสเป็นผู้มีอำนาจเบิกถอนเงิน 2 บัญชีรวม 33,022,130 บาท คณะกรรมการ ป.ป.ช.พิจารณาแล้วมีมตินายบุญทรงร่ำรวยผิดปกติ มีทรัพย์สินมากผิดปกติหรือมีทรัพย์สินเพิ่มขึ้นมากผิดปกติ หรือได้ทรัพย์สินมาโดยไม่มีมูลอันจะอ้างได้ตามกฎหมาย สืบเนื่องมาจากการปฏิบัติหน้าที่หรือใช้อำนาจในตำแหน่งหน้าที่ รวม 107,020,830 บาท ให้ส่งสำนวนการไต่สวนไปยังอัยการสูงสุด ยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ขอให้ศาลสั่งให้ทรัพย์สินที่ร่ำรวยผิดปกติตกเป็นของแผ่นดิน หากไม่สามารถบังคับเอาทรัพย์สินที่ ป.ป.ช.มีมติร่ำรวยผิดปกติตกเป็นของแผ่นดินได้ทั้งหมด ขอให้ศาลบังคับคดีเอาทรัพย์สินอื่นของผู้ถูกกล่าวหาได้ภายในเวลา 10 ปี ตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561“อนุทิน” หารือทูต “เปรู–บังกลาเทศ”เมื่อเวลา 09.00 น. ที่ห้องทำงานนายกฯ ตึกไทยคู่ฟ้า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯและ รมว.มหาดไทย นายอนุทินต้อนรับ น.ส.เซซิเลีย ซูนิลดา กาลาร์เรตา บาซัน เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐเปรู ประจำประเทศไทย เข้าเยี่ยมคารวะอำลาในโอกาสพ้นหน้าที่ จากนั้นเวลา 10.00 น. ต้อนรับนายฟัยยาซ มูรชิด กาซี เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนบังกลาเทศ ประจำประเทศไทย เข้าเยี่ยมคารวะในโอกาสพ้นจากหน้าที่ โดยนายอนุทินกล่าวชื่นชมเอกอัครราชทูตทั้งสอง ที่มีบทบาทสำคัญส่งเสริมความ สัมพันธ์และความร่วมมือใกล้ชิดระหว่างกันจับเข่าคุย “ยงยุทธ” ลดความชื้นข้าวเมื่อเวลา 11.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาลว่า น.ส.ปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช รมช.เกษตรและสหกรณ์ พร้อมนายยงยุทธ ติยะไพรัช อดีตประธานรัฐสภา ในฐานะทีมงานที่ปรึกษา น.ส.ปิยะรัฐชย์ เข้าพบนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯและ รมว.มหาดไทย บนตึกไทยคู่ฟ้า ใช้เวลาหารือ 2 ชั่วโมง โดยเนื้อหาได้หารือเกี่ยวกับการสนับสนุนการลดความชื้นข้าวนาปรังให้กับเกษตรกรผู้ปลูกข้าว ที่จะทำให้เก็บข้าวได้นานขึ้น ทั้งนี้ ที่ใช้เวลาพูดคุยนาน เนื่องจากนายอนุทินกับนายยงยุทธ มีการพูดคุยเรื่องทั่วไปด้วย หลังจากทั้งคู่ไม่ได้เจอกันเป็นเวลานานถือเคล็ดติดรูปขึ้นทำเนียบนายกฯต่อมาเวลา 14.10 น. ที่ห้องสีเขียว ตึกไทยคู่ฟ้า นายอนุทินเป็นประธานการประชุมสรุปสถานการณ์ด้านความมั่นคงของประเทศโดยประชาคมข่าวกรอง นายกฯขอบคุณทุกฝ่ายที่รวมข้อมูลสรุปสถานการณ์ด้านความมั่นคงให้รับทราบ เราติดตามสถานการณ์โลกและบริบทด้านความมั่นคงในประเทศมาตลอด หน่วยข่าวกรองถือว่าสำคัญที่สุดในการบริหารประเทศผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายในตึกไทยคู่ฟ้าได้มีการติดตั้งรูปนายอนุทินบนผนังทำเนียบนายกฯ เปลี่ยนจากธรรมเนียมปฏิบัติปกติ ทำเนียบนายกฯในตึกไทยคู่ฟ้าจะติดภาพต่อเมื่อนายกฯคนนั้นพ้นจากตำแหน่งไปแล้ว แต่ล่าสุดมีการถือเคล็ดนำภาพนายอนุทินมาติดขณะดำรงตำแหน่ง ไม่รอให้พ้นนายกฯไปก่อน“ทรงศักดิ์” เมิน “เสรีฯ” ขยี้เขากระโดงเมื่อเวลา 10.40 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกฯ เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ ครั้งที่ 1/2569 ครั้งแรก นายทรงศักดิ์กล่าวว่า เป็นการจัดสรรที่ดินของรัฐที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์ เพื่อให้ประชาชนได้ทำกิน ไม่เกี่ยวกับการจัดสรรที่ดินในโครงการแลนด์บริดจ์ ส่วนการแก้ปัญหาชาวต่างชาติใช้นอมินีถือครองที่ดิน อยู่ระหว่างการตรวจสอบ แต่หากพบว่ากระทำผิดก็ต้องดำเนินการตามกฎหมายนายทรงศักดิ์ให้สัมภาษณ์ถึงกรณี พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทย (สร.) จะลงพื้นที่ จ.บุรีรัมย์แจ้งจับตระกูลชิดชอบ รุกที่ดินพื้นที่เขากระโดงว่า เขาเป็นคนไทยไปไหนก็ได้ ใครยึดพื้นที่เขากระโดงยังไม่ทราบ คนที่อยู่ส่วนใหญ่มีกรรมสิทธิ์ มีโฉนดออกโดยกรมที่ดิน รัฐธรรมนูญคุ้มครองสิทธิคนที่อยู่ถือว่าอยู่โดยชอบด้วยกฎหมาย คนที่มาบอกว่าถือเอกสารเหล่านี้ไม่ชอบมีหน้าที่ไปพิสูจน์เพื่อหักล้าง เมื่อถามว่า พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์จะยื่นศาลรัฐธรรมนูญถอดถอนนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯและ รมว.มหาดไทย และนายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดิจิทัลฯ ออกจากตำแหน่ง มีพฤติกรรมละเว้นการปฏิบัติหน้าที่และผิดจริยธรรมร้ายแรง กรณีไม่ดำเนินการเรื่องที่ดินเขากระโดง นายทรงศักดิ์ย้อนถามว่า นายกฯเป็นเจ้าพนักงานที่ดินหรือไม่ ถ้าไม่ได้เป็นก็ไม่ได้เกี่ยวโบ้ยรอ รฟท.ฟ้องคู่กรณีรายแปลงนายภราดร ปริศนานันทกุล รมต.ประจำสำนักนายกฯ แกนนำพรรค ภท.กล่าวว่า ขั้นตอนการคืนที่ดินเขากระโดงอยู่ในขั้นตอนที่การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) จะฟ้องร้องกับคู่กรณีเป็นรายแปลง อยู่ในกระบวนการยุติธรรมที่จะเดินหน้าต่อไป ส่วน พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์จะมีข้อข้องใจหรือประสงค์ จะยื่นถอดถอนเป็นสิทธิของท่าน แต่จะดำเนินการได้หรือไม่ ต้องเป็นไปตามที่รัฐธรรมนูญและกฎหมายกำหนดว่ามีช่องทางหรือเงื่อนไขรองรับเพียงใด เมื่อถามต่อว่าเป็นเกมการเมืองหรือไม่ นายภราดรกล่าวว่า ต้องไปถาม พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์“หนู” ตอกถูกขัดใจเลยปั้นน้ำเป็นตัวเมื่อเวลา 16.50 น. ที่ทําเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯและ รมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์กรณี พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส สส.บัญชีรายชื่อพรรคเสรีรวมไทย ยื่นฟ้องศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยคุณสมบัติผิดจริยธรรมละเว้นกรณีที่ดินเขากระโดงว่า ปั้นนํ้าเป็นตัวเข้าข่ายผิดจริยธรรมเหมือนกัน สนุกไปเรื่อย จ.บุรีรัมย์ใครไปก็ได้ ตนไปเกี่ยวอะไรกับเขากระโดง มีทะเบียนบ้านอยู่ที่นั่น แต่ไม่เคยมีที่ดิน ไม่เคยไปดําเนินการใดๆให้ได้มาซึ่งทรัพย์สินใน จ.บุรีรัมย์ ไม่รู้จะฟ้องเรื่องอะไร แต่ห้ามคนฟ้องไม่ได้ เรื่องเขากระโดงยังอยู่ในศาล พิพากษาออกมาอย่างไร ต้องเป็นไปตามนั้น ไม่รู้ว่าคนอื่นจะไปเดือดร้อนทําไม รฟท.และเอกชนฟ้องกันไปฟ้องกันมา ใครทําผิดถูกต้องทําตามคําพิพากษาศาล เมื่อถามว่าจะฟ้องกลับหรือไม่ นายอนุทินตอบว่า “แกอายุจะ 80 แล้วไม่เอาหรอก แกเป็นตำรวจเก่าคงชินวิธีอย่างนี้ ข่มคนนั้นคนนี้ไปหมด จริงๆแล้วรักใคร่กันดี อยู่ดีๆมาวีนเอาดื้อๆ ทั้งที่ไม่มีปัญหาอะไรกัน สงสัยโกรธผมขัดใจอะไรบางอย่างมั้ง ผมไม่ยอมทําอะไรตามใจเขาหรือเปล่าก็ไม่รู้ ถามเฮียม้งลูกน้องแกก็ได้” นายกฯกล่าวนายกฯแก้เกมตั้ง คตท.ปราบโกงอีกเรื่อง กรณีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯและ รมว.มหาดไทย ถูกวิจารณ์ว่าไม่ยอมรับผลการสำรวจและสนับสนุนให้หน่วยงานรัฐฟ้องร้องดำเนินคดีกับผู้สำรวจและเปิดเผยผลการสำรวจองค์กรรัฐคอร์รัปชันนายอนุทินได้สั่งให้นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกฯฝ่ายกฎหมาย เชิญผู้แทนภาคเอกชน (กกร.) และคณะทำงาน Zero Corruption : กกร. และเพื่อนไม่ทน มาร่วมประชุมด่วนเวลา 16.00 น. จากนั้นนายปกรณ์ว่า ที่มีการเสนอข่าวนายกฯไม่ยอมรับผลสำรวจและสนับสนุนให้หน่วยงานรัฐฟ้องดำเนินคดีผู้สำรวจและเปิดเผยผลการสำรวจ นายกฯมอบหมายให้มาชี้แจงว่าคำถามได้รับ ณ เวลานั้นเป็นคำถามสั้นๆ จึงพูดตามหลักกฎหมายว่าใครก็ตามที่ถูกกล่าวหา คิดว่าตัวเองเสียหายมีสิทธิไปฟ้องร้องดำเนินคดีต่อศาล ยืนยันไม่ได้ฟ้องปิดปาก ไม่ได้มีคำสั่งให้หน่วยงานรัฐไปฟ้องดำเนินคดีใคร รายงานคณะทำงาน Zero Corruption มีประโยชน์สอดคล้องกับนโยบายรัฐบาล ทุกหน่วยงานควรนำผลสำรวจนี้ไปเป็นฐานทบทวนดำเนินการให้โปร่งใส วันที่ 20 พ.ค.จะเรียกประชุมหัวหน้าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทำความเข้าใจ มอบนโยบาย และได้มีคำสั่งสำนักนายกฯแต่งตั้งคณะกรรมการประสานงานเพื่อการต่อต้านทุจริต (คตท.) มีนายกฯเป็นประธานอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่