เมืองไทยเข้าสู่ฤดูฝนอย่างเป็นทางการ แต่อาการขาใหญ่รัฐบาลเหมือนยังอยู่ในห้วง “ลื้อดูร้อน” อารมณ์ฟาดหัวฟาดหาง หัวร้อน ก้นร้อน ออกฤทธิ์ออกเดชกันพล่านไปหมด โดยเฉพาะ “เสี่ยเฮ้ง” นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.ทรัพยากรธรรมชาติฯ ที่โชว์ฟอร์มผู้กว้างขวางในแวดวงตีนโรงตีนศาล สั่งไล่ฟ้องดะ “โพลประจาน” หน่วยงานรัฐเรียกส่วยสินบนผลสำรวจภาคเอกชน 3 สมาคม ออกมาบิ๊กเซอร์ไพรส์ กรมควบคุมมลพิษใต้สังกัด รมว.ทรัพยากรธรรมชาติฯแซงโค้งมาขึ้นแท่นอันดับหนึ่งในหัวตาราง ในฐานะหน่วยงานที่ภาคเอกชนฟ้องว่าโดนเรียกค่าน้ำร้อนน้ำชามากที่สุดจุดที่น่าตะลึงคือกรมควบคุมมลพิษที่ทะลุชาร์ตเป็นแชมป์ฟันสินบนแต่ไม่ได้น่าแปลกกับ “เสี่ยเฮ้ง” สไตล์ “นักสู้กุลีท่าเรือ” ที่เลือกใช้วิธีการ “ฟ้องปิดปาก” สกัดเกมบุกของฝ่ายต่อต้านมาตลอด ตั้งแต่ช็อตคดีตึก skyy9 ของสำนักงานประกันสังคม แพงเกินจริงในสมัยนั่ง รมว.แรงงาน มาจนถึงปมโกงเลือกตั้ง เขต 1 เมืองชลบุรี ที่ลากกองทัพส้มเข้าเงี่ยงคดีหมิ่นประมาทมุกถนัดขาใหญ่การเมือง อาศัยกระบวนการยุติธรรมปิดปากฝ่ายค้านให้เรื่องเงียบแต่รอบนี้ไม่เงียบ แถมยังส่อบานทะโร่ไปกันใหญ่ในจังหวะ “ขาใหญ่” กว่า “เสี่ยเฮ้ง” กระโดดร่วมวงแห่ยุทธการฟ้องปิดปากภาคเอกชนที่เปิดโพลประจานสินบน ตามฟอร์มเฮียบๆ “นายกฯหนู” อนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯและ รมว.มหาดไทย ที่แสดงตัวถือหางให้ท้ายลูกน้องในสังกัดรัฐบาลฟาดกลับโพล กกร.หากกล้าบอกใครทำผิดก็ต้องพร้อมถูกฟ้องกลับอารมณ์ผู้นำรัฐบาลโชว์สปิริตแรงกล้า ไม่ทิ้งลูกน้องไว้ข้างหลัง แต่มันผิดคิวอย่างจัง ในมุมของผู้นำประเทศไทยที่โดนกระแสฟาดกลับอย่างรุนแรง ฐานแสดงอาการต่อต้านผลสำรวจของภาคเอกชน แข็งขืนกับกระบวนการตรวจสอบความโปร่งใส“Zero Corruption กกร.โพล” ที่ถือว่ามาตรฐานสูง ชัวร์กว่า “โพลเชลียร์” รับจ้างแห่โดยวิสัยธรรมชาติพ่อค้าเอกชนไม่ค่อยอยากมีเรื่องกับข้าราชการให้มีปัญหากับธุรกิจ สิ่งที่กล้าสะท้อนออกมา นั่นคือจริงแท้แน่นอนกรมควบคุมมลพิษติดฟลอร์สินบน เรื่องเล็กของนักการเมืองไทยบ้านแต่มันคือเรื่องโคตรใหญ่ในมุมของเทรนด์โลกที่กำลังเดินหน้า “เศรษฐกิจเน็ตซีโร่” การลงทุนต้องยึด “สิ่งแวดล้อม” เป็นปัจจัยสำคัญในการดีลธุรกิจในระดับนานาชาติผู้นำมีท่าทีต่อต้านโพลภาคเอกชน ปกป้องกรมควบคุมมลพิษเรียกสินบนเดี๋ยวจะพาเศรษฐกิจเมืองไทยพาลเจ๊งไปกันใหญ่ทั้งๆที่ไม่ได้มีความจำเป็นแต่อย่างใดที่ “นายกฯหนู” จะต้องโชว์เล่นท่ายาก ย้อนศร สวนกระแสอุ้มข้าราชการขี้ฉ้อ ให้เป็นที่หวาดระแวงแก๊งการเมืองโกงในสภาพความโปร่งใสรัฐบาลถูกไอ้โม่งปล้นน้ำมันจนตกขีดแดง นายกรัฐมนตรีไม่ได้พยายามแสดงถึงการรักษาผลประโยชน์ชาติบ้านเมืองในภาพรวม แต่กลับเลือกอุ้มลูกน้อง ปกป้องข้าราชการฟาดสินบนเติมหัวเชื้ออันตราย ท้าทายพลังต้านทุจริตคอร์รัปชันทั้งๆที่มันก็มีภาพหักมุมเทียบกันชัดๆกับแต้มบวกของการเลือกข้างรักษาผลประโยชน์ส่วนรวมเห็นกันใกล้ๆข้างตัว “นายกฯหนู” เองเลย ตามฟอร์มลูกน้องสายตรงอย่าง “นางพญาผึ้งงาน” น.ส.ศุภมาส อิศรภักดี รมต.ประจำสำนักนายกฯ ที่กำกับดูแลสำนักงานคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.)โชว์บทมือปราบเพื่อผู้บริโภค ไล่ตรวจไล่จับดะ “ปลากระป๋องสอดไส้ปลานิล” ไม่ตรงปกตามเช็กสเปกดีลเลอร์รถยนต์ไฟฟ้าให้รับผิดชอบหลังการขายกับลูกค้า ไล่บี้บริษัทลาซาด้า บล็อกผู้ค้าออนไลน์ให้เข้มงวดกับสินค้าตรงปก ตามล็อกคอผู้รับเหมาสร้างบ้านตัวแสบที่โกงเหยื่อในออนไลน์ ฯลฯไล่ตามกัดติดไม่เว้นร้านรถเร่ขาย “เกี๊ยวปลาไส้ผสมทิชชู”ดูเหมือนงานจิปาถะ คดี “มโนสาเร่” แต่จริงๆ “นางพญาผึ้งงาน” เล่นได้ตรงบทผู้บริหารใน ครม.ที่อยู่กับการรักษาผลประโยชน์ของประชาชนตามอำนาจหน้าที่เบอร์หนึ่งคุม สคบ. อิงความรู้สึกชาวบ้านร้านตลาดที่โดนปัญหากระทบโดยตรงกับตัวเอง รับรู้ถึงความใส่ใจของผู้บริหารบ้านเมือง“นางพญาผึ้งงาน” จึงเป็นรัฐมนตรีที่ฟอร์มเข้าฝักสุดในสายตาของประชาชนที่ติดตามข่าวรายวันฝ่ายตรงข้ามยังหมั่นไส้ไม่ลง โจมตีไม่ได้ เพราะเป็นรัฐมนตรีตรงปก.ทีมข่าวการเมืองคลิกอ่านคอลัมน์ “วิเคราะห์การเมือง” เพิ่มเติม