พนักงานสอบสวน สน.มักกะสัน คุมตัวคนขับรถไฟและคนโบกธงฝากขังศาลผัดแรก พร้อมค้าน ประกันตัว ศาลปรานีให้ปล่อยตัวชั่วคราวด้วยหลักทรัพย์คนละ 1-1.5 แสนบาท พร้อมติดกำไลอีเอ็ม ขณะที่ “สยมพร” คนขับรถไฟจะถูก แจ้งข้อหาเสพยาเสพติดและเสพแล้วขับอีก 2 ข้อหา รับเองเสพทั้งยาบ้าและกัญชาเป็นประจำ แถมมีประวัติ เสพยาติดตัวด้วย แต่ความผิดด้านวินัยมาเร็ว คม.สั่งให้ออกจากงานไว้ก่อนทั้งคู่ ขณะที่การตรวจหาหลักฐาน ยังดำเนินไปอย่างเข้มข้น ผบก.น.1 ส่งทีมสืบสวนจำลองเหตุการณ์จากสถานที่จริง เพื่อปลดล็อกข้อสงสัยว่าคนขับอยู่ในห้องควบคุมรถหรือไม่ ขณะที่ ช่างเครื่องรถไฟพยานสำคัญเข้าให้การตำรวจแล้ว ส่วนคนขับรถ ปอ.เตรียมตัวถูกแจ้งข้อหาเดียวกัน หลังออกจากโรงพยาบาล รมช.คม. แถลงคนขับรถไฟ มีใบขับขี่ แต่อยู่ระหว่างโอนย้ายจาก รฟท.ไปให้ ขร. ดูแลตามกฎหมายใหม่ สั่งด่วนตรวจยาเสพติดพนักงาน ขับรถทุกคนในสังกัด คม.ก่อนทำงาน ด้าน คปภ.ประสาน 2 บริษัทประกันภัย จ่ายค่าสินไหมทดแทนผู้เสียชีวิตรายละ 1.65 ล้านบาททันที “พิพัฒน์” รมว.คม. สั่งเยียวยาเหยื่อรถไฟชนรถเมล์ที่เสียชีวิตรายละ 2.39 ล้านบาท พร้อมพิจารณาห้ามขบวนรถไฟทุกประเภทเข้าเมืองกรณีโศกนาฏกรรมรถไฟขนสินค้าขบวน 2126 วิ่งระหว่างท่าเรือแหลมฉบัง จ.ชลบุรี-สถานีชุมทางบางซื่อ กรุงเทพมหานคร พุ่งชนรถโดยสารประจำทางปรับอากาศ สาย 206 (ปอ.206) สีส้ม เลขข้างรถ 3-44197 วิ่งระหว่างอู่เมกาบางนา-ม.เกษตร ทะเบียน 12-5641 กรุงเทพมหานคร ที่รถติดจอดคาอยู่บนรางรถไฟถนนอโศก-ดินแดง จนเกิดไฟลุกไหม้มีผู้โดยสารเสียชีวิต 8 คน บาดเจ็บ 30 คน เหตุเกิดใกล้สถานีรถไฟแอร์พอร์ต เรลลิงก์ มักกะสัน เมื่อเวลา 15.42 น.วันที่ 16 พ.ค. ต่อมาพนักงานสอบสวน สน.มักกะสัน แจ้งข้อหานายสยมพร สวนกูล อายุ 46 ปี คนขับรถไฟ ที่ตรวจร่างกายพบสารเสพติด และนายอุเทน จอมคีรี อายุ 47 ปี พนักงานการเดินรถ 2 ฝ่ายปฏิบัติการเดินรถ หรือคนโบกธง ข้อหากระทำการประมาททำให้ผู้อื่นเสียชีวิตและทรัพย์สินเสียหายตามที่เสนอข่าวแล้วนั้นพาคนขับรถไฟฝากขังศาลอาญาความคืบหน้าจาก สน.มักกะสัน เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 18 พ.ค. ร.ต.อ.จารุพัฒน์ บัวแก้ว รอง สว.(สอบสวน) สน.มักกะสัน พนักงานสอบสวนเจ้าของคดี นัดหมายให้นายสยมพร สวนกูล อายุ 46 ปี คนขับรถไฟ และนายอุเทน จอมคีรี อายุ 47 ปี พนักงานโบกธง พร้อมนิติกร การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) มาพบที่โรงพักเพื่อนำตัวทั้ง 2 คนไปผัดฟ้องฝากขังที่ศาลอาญา มีรายงานด้วยว่า หลังพนักงานสอบสวนส่งนายสยมพรกับนายอุเทนไปตรวจร่างกายที่ รพ.ตำรวจ ปรากฏว่าพบสารเสพติดในร่างกายนายสยมพร พนักงานสอบสวนแจ้งข้อหาเพิ่ม 2 ข้อหาคือ เสพยาเสพติด และเป็นผู้ขับขี่ขณะมีสารเสพติดในร่างกาย เนื่องจากตรวจพบสารเมทแอมเฟตามีนในเลือดแจ้งข้อหาคนขับรถ ปอ.ส่วนนายลาพิศ ทองบุญ อายุ 56 ปี คนขับรถ ปอ.206 คันเกิดเหตุ ยังรักษาตัวที่โรงพยาบาลคามิลเลียน แพทย์ตรวจเลือดระหว่างรักษาแล้วไม่พบสารเสพติด ผลการตรวจจะส่งให้พนักงานสอบสวน สน.มักกะสัน ในเช้าวันนี้ คาดว่านายลาพิศจะถูกแจ้งข้อกล่าวหาเดียวกับนายสยมพรและนายอุเทนคือ ข้อหากระทำการประมาททำให้ผู้อื่นเสียชีวิตและทรัพย์สินเสียหายในวันนี้ ขณะเดียวกัน ผลตรวจกล่องดำของรถไฟออกมาแล้ว พบว่าก่อนเกิดเหตุรถไฟวิ่งด้วยความเร็ว 35 กม.ต่อ ชม.ใช้เบรกฉุกเฉินก่อนชนเพียง 100 เมตร ขณะที่ระยะปลอดภัยต้องเบรกก่อนไม่ต่ำกว่า 2 กม.อาการดีขึ้นฝากขังทันทีพล.ต.ต.วรศักดิ์ พิสิษฐบรรณกร ผบก.น.1 เรียกประชุม พ.ต.อ.ศักยะ แสงวรรณ รอง ผบก.น.1 (ดูงานสืบสวน) พ.ต.อ.กัมพล รัตนประทีป รอง ผบก.น.1 (ดูงานจราจร) และ พ.ต.อ.อุรัมพร ขุนเดชสัมฤทธิ์ ผกก.สน.มักกะสัน และผู้เกี่ยวข้องเพื่อเร่งรัดคดีและหามาตรการป้องกัน พล.ต.ต.วรศักดิ์ พิสิษฐบรรณกร ผบก.น.1 ให้สัมภาษณ์ผ่านโทรศัพท์ก่อนประชุมว่า แจ้งข้อกล่าวหากระทำการโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายและได้รับบาดเจ็บสาหัส ทั้งคนขับรถไฟ พนักงานควบคุมไม้กั้น และคนขับรถ ปอ.สาย 206 แล้ว วันนี้จะนำคนขับรถไฟและพนักงานควบคุมไม้กั้นไปฝากขังศาลอาญาพร้อมคัดค้านการประกันตัว ส่วนคนขับรถ ปอ.หากอาการดีขึ้นจะคุมตัวไปฝากขังคนขับรถไฟปฏิเสธข้อหา“จากการสอบปากคำคนขับรถไฟให้การปฏิเสธข้อกล่าวหาว่าไม่ได้กระทำการโดยประมาท อ้างว่าเห็นสัญญาณไฟอนุญาตให้ผ่านได้ แต่ตามหลักหากไม้กั้นไม่ลง ไฟจะไม่ติดและไม่อนุญาตให้ผ่านแน่นอน นั่นหมายความได้ว่า คนขับรถไฟยังให้การไม่ตรงกับข้อเท็จจริง ขัดแย้งกับพนักงานไม้กั้น ดังนั้นเบรกในระยะ 100 เมตร อาจไม่เห็นหรือไม่ จึงตั้งคำถามว่า ขณะขับรถไฟทำอะไรอยู่ ในวันนี้จะประชุมคณะทำงานเพื่อติดตามประเด็นอื่นๆที่ต้องสืบสวนสอบสวนเพิ่มเติม เพราะขณะนี้พฤติการณ์ของคนขับรถเมล์ชัดเจนแล้วว่าประมาทแน่นอน” ผบก.น.1 กล่าวจำลองเหตุการณ์สยองพล.ต.ต.วรศักดิ์กล่าวต่อว่า ต้องพิจารณาว่าคนขับรถไฟและพนักงานไม้กั้นประมาทเล็งเห็นผลแค่ไหน สั่งการให้ชุดสืบสวนไปจำลองสถานการณ์และถ่ายคลิปมา หากปฏิบัติหน้าที่ตามปกติจะเห็นไฟระยะเท่าไร จะจำลองจากจุดเริ่มต้นมาถึงจุดเกิดเหตุ และตรวจสอบว่าต้องผ่านจุดตัดลักษณะนี้กี่แยก เพื่อพิจารณาความประมาทเพื่อให้สำนวนรัดกุมมากขึ้น ส่วนข้อหาอื่นเช่น พ.ร.บ.การเดินรถทางราง พ.ร.บ.การจราจรทางบกจะพิจารณาเพิ่มเติมโบ้ยคนโบกธงไม่ให้สัญญาณหลังประชุมเวลา 12.00 น. พล.ต.ต.วรศักดิ์ พิสิษฐบรรณกร ผบก.น.1 เผยอีกว่า ที่ประชุมตั้งคณะทำงานสอบสวนสืบสวน แบ่งหน้าที่การทำงาน เบื้องต้นแจ้งข้อกล่าวหากับคนขับรถเมล์แล้วความผิดฐานขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย บาดเจ็บสาหัส และทรัพย์สินผู้อื่นเสียหาย ส่วนคนขับรถไฟและคนโบกธงให้สัญญาณ แจ้งข้อหากระทำการประมาทเป็นเหตุใดผู้อื่นถึงแก่ความตาย บาดเจ็บสาหัส คนขับรถไฟกับคนโบกธงให้สัญญาณให้การขัดแย้งกัน คนโบกธงยืนยันว่าโบกธงให้สัญญาณแล้ว แต่คนขับรถไฟให้การว่าไม่ได้ให้สัญญาณรับเสพทั้งยาบ้า–กัญชาประจำ“อย่างไรก็ตาม คนขับรถไฟอ้างว่า เสพยาบ้าและกัญชาเป็นประจำ ครั้งละหลายเม็ด เสพครั้งล่าสุด 10 วันก่อนเกิดเหตุ ตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อ จากการตรวจสอบประวัติพบว่า ผู้ต้องหาเคยถูกดำเนินคดีเสพยาเสพติดเมื่อปี 2562 ในพื้นที่ สภ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช ตำรวจเตรียมบูรณาการกับหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อบังคับใช้กฎหมายตรงจุดห้ามหยุดรถ เพื่อป้องกันเกิดอุบัติเหตุซ้ำ” ผบก.น.1 กล่าวสอบประเด็นคนขับล่องหนผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า แหล่งข่าวเปิดภาพนายสยมพร สวนกูล อายุ 46 ปี คนขับรถไฟ ขณะถูกควบคุมตัวหลังวินาทีเกิดเหตุพบว่าไม่ได้แต่งชุดยูนิฟอร์มตามระเบียบการรถไฟแห่งประเทศไทย แต่ใส่เสื้อยืดแขนสั้นสีเทา กางเกงขายาวสีน้ำเงิน สวมรองเท้าหนัง ผมยาว หลังจากนายสยมพรมอบตัวกับตำรวจพบว่า นายสยมพรผมสั้นลง มีรายงานว่า เนื่องจากผู้บังคับบัญชาส่งช่างไปตัดผมให้ถึงเตียงคนไข้ที่โรงพยาบาลระหว่างรักษาตัว ส่วนแนวทางการตรวจสอบกล้องวงจรปิด บางตัวจับภาพบริเวณห้องคนขับรถไฟไว้ได้ ปรากฏว่าไม่พบนายสยมพรนั่งขับรถไฟ เรื่องนี้ตำรวจกำลังตรวจสอบอย่างละเอียด จะเรียกตัวช่างเครื่องหรือผู้ช่วยคนขับบัดดี้ของนายสยมพรมาให้ปากคำบ่ายวันนี้ช่างเครื่องเข้าให้การแล้วเวลา 15.00 น. ชายหนุ่มประมาณอายุ 25 ปี ช่างเครื่องของรถไฟคันเกิดเหตุ ใส่เสื้อ รฟม.สวมหมวกและใส่แมสก์ปิดบังใบหน้า เดินทางเข้าพบ พ.ต.อ.ศักยะ แสงวรรณ รอง ผบก.น.1 ที่ห้องฝ่ายสืบสวน สน.มักกะสัน ทันที เพื่อให้ปากคำ ไม่ได้ตอบคำถามใดๆ กับสื่อมวลชน ประเด็นที่ตำรวจจะสอบปากคำเป็นข้อเท็จจริงวันเกิดเหตุว่า ช่างเครื่องอยู่บริเวณจุดใด ลักษณะหน้าที่การทำงานของช่างเครื่องทำอะไรบ้าง ก่อนเกิดเหตุคนขับรถไฟไม่อยู่จริงหรือไม่แล้วไปอยู่จุดใด หลังปรากฏภาพกล้องวงจรปิดบางตัว รวมถึงประเด็นสำคัญอื่นๆที่เกี่ยวข้องพิสูจน์อัตลักษณ์แล้ว 7 ศพส่วนความคืบหน้าการพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคลผู้เสียชีวิตทั้ง 8 คนที่สถาบันนิติเวชวิทยา รพ.ตำรวจ พล.ต.ต.วิรุฬห์ ศุภสิงห์ศิริปรีชา ผบก.นต.รพ.ตร.กล่าวว่า ขณะนี้มีครอบครัวผู้สูญหายมาแสดงตัวเก็บตัวอย่างดีเอ็นเอแล้ว 7 คน แบ่งเป็นชาวไทย 6 คนและเมียนมา 1 คน ส่วนอีก 1 คนอยู่ในระหว่างประสานเพื่อให้เข้ามาเก็บตัวอย่างดีเอ็นเอ คาดว่าผลตรวจดีเอ็นเอเปรียบเทียบทั้ง 7 ร่างจะระบุอัตลักษณ์บุคคลได้ช่วงเย็นวันนี้หรือไม่ก็วันพรุ่งนี้ แล้วส่งให้พนักงานสอบสวน สน.มักกะสัน ก่อนดำเนินการออกเอกสารทางกฎหมาย คาดว่าจะใช้เวลา 1-2 วันจะสามารถให้ญาตินำศพกลับไปประกอบพิธีบำเพ็ญกุศลต่อไปยันยังไม่สามารถระบุชื่อใครได้“ส่วนอวัยวะมนุษย์ที่พบในที่เกิดเหตุ ล่าสุดเมื่อช่วงเช้าพบชิ้นส่วนอีก 1 ชิ้น รวมเป็น 4 ชิ้น อยู่ระหว่างนำมาตรวจพิสูจน์เพื่อเทียบเคียงว่าตรงกับศพรายใด ต้องใช้การตรวจพิสูจน์ด้วยดีเอ็นเอเช่นเดียวกัน เชื่อว่ายังไงเป็นอวัยวะชิ้นส่วนจากศพทั้ง 8 ศพแน่นอน เพราะทุกชิ้นส่วนล้วนแต่เป็นอวัยวะขนาดเล็ก (ส่วนใหญ่เป็นแขนและขา) ส่วนอุปสรรคการตรวจพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคลศพที่ถูกไฟไหม้เกรียม ต้องใช้เลือดและกระดูกของศพมาตรวจดีเอ็นเอ ส่วนกรณีมีการเปิดชื่อผู้เสียชีวิต 2 คนก่อนหน้านี้ไม่ได้มาจากฝั่งสถาบันนิติเวชวิทยา เพราะตอนนี้ยังไม่สามารถระบุยืนยันชื่อผู้เสียชีวิตได้ ทุกร่างอยู่ในสภาพไหม้เกรียมจนไม่สามารถระบุตัวตนเบื้องต้นได้” ผบก.นต.รพ.ตร.กล่าวฝากขังพร้อมค้านประกันที่ศาลอาญา พนักงานสอบสวน สน.มักกะสัน นำตัวนายสยมพร สวนกูล พนักงานขับรถไฟขนส่งสินค้า และนายอุเทน จอมคีรี เจ้าพนักงานรัฐวิสาหกิจ ผู้ต้องหาในคดีกระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายและเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายสาหัส และเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายแก่กาย มาฝากขังผัดแรกระหว่างวันที่ 18-29 พ.ค. ชั้นสอบสวนผู้ต้องหาให้การปฏิเสธ ท้ายคำร้องพนักงานสอบคัดค้านประกันตัว เนื่องจากเป็นความผิดที่มีอัตราโทษสูง เกรงผู้ต้องหาจะหลบหนี ศาลพิจารณาแล้วรับฝากขัง ต่อมาพิจารณาให้ปล่อยตัวชั่วคราวนายอุเทนด้วยตำแหน่งผู้บังคับบัญชามีราคา 1.5 แสนบาท ส่วนนายสยมพรใช้หลักทรัพย์เงินสดคนละ 1 แสนบาท ให้ติดกำไลอีเอ็มทั้งคู่ตร.พร้อมเป็นเจ้าภาพป้องกันที่กองบัญชาการกองทัพอากาศ พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เผยว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติพร้อมเป็นเจ้าภาพ ประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กทม. การรถไฟแห่งประเทศไทย หรือหน่วยงานอื่นๆ เพื่อกำหนดมาตรการการป้องกันอาจยกระดับจุดตัดผ่านรถไฟ ยืนยันไม่ให้เป็นแค่อุบัติเหตุ และดำเนินคดีเท่านั้น แต่ต้องไปจัดการป้องกันเยียวยาในระดับประเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติเป็นเจ้าภาพคุยถึงระบบทั้งด้านวิศวกรรม การจราจร การป้องกันเหตุ รวมถึงการบังคับใช้กฎหมายจราจรอย่างเคร่งครัด ไม่ให้เกิดเหตุการณ์นี้อีก หากมีพยานหลักฐานเชื่อมโยงว่าเป็นการกระทําหรือละเว้นการกระทําจะดําเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องทั้งหมดคนขับรถไฟมีใบขับขี่ที่กระทรวงคมนาคม (คม.) นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รมช.คมนาคม เผยว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างตรวจสอบข้อเท็จจริงหลายประเด็น โดยเฉพาะกรณีมีข้อมูลว่า พนักงานขับรถไฟไม่มีใบขับขี่รถไฟ ขอชี้แจงว่าใบอนุญาตขับขี่รถไฟแบ่งออกเป็น 2 ส่วน อยู่ภายใต้กฎหมายคนละฉบับ ได้แก่ ใบอนุญาตขับขี่รถไฟของกรมการขนส่งทางราง (ขร.) และใบขับขี่รถไฟของการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ความแตกต่างคือ เดิม รฟท.เป็นผู้กำกับดูแลเองทั้งหมด แต่เมื่อมี พ.ร.บ.รางฯฉบับใหม่ ขร.เข้ามาทำหน้าที่กำกับดูแลและตรวจสอบมาตรฐานกลางระบบรางทั้งประเทศ ตรวจสอบพบว่า พนักงานขับรถไฟรายดังกล่าวมีใบขับขี่รถไฟของ รฟท.ถูกต้อง สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ แต่ยังไม่ได้ดำเนินการยืนยันตัวตนเพื่อขอใบอนุญาตตาม พ.ร.บ.การขนส่งทางรางฉบับใหม่ เริ่มมีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 27 มี.ค. กฎหมายกำหนดระยะเวลาดำเนินการไว้ 120 วัน ถือว่าอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านของกฎหมายตรวจยาเสพติดคนขับทุกหน่วยนายสิริพงศ์กล่าวต่อว่า ส่วนประเด็นผลตรวจสารเสพติดของพนักงานขับรถไฟนั้น จากรายงานทางการแพทย์ถึงผลการตรวจสอบเบื้องต้น (Screening Test) ปรากฏว่า เป็นผลบวกและมีสารเสพติดหลายชนิด ยังไม่สามารถสรุปได้ว่าเกิดจากการสารเสพติด ชนิดใด เนื่องจากเป็นหน้าที่ของตำรวจและแพทย์ที่จะสอบสวนและยืนยันผลอย่างเป็นทางการ กระทรวงคมนาคมไม่ได้เข้าไปสอบปากคำผู้ขับโดยตรง แต่มอบหมายให้ รฟท.เข้มงวดมาตรการตรวจสารเสพติดและแอลกอฮอล์ของพนักงานขับรถไฟ จากปกติจะตรวจแอลกอฮอล์ทุกวันก่อนปฏิบัติงาน ส่วนสารเสพติดจะสุ่มตรวจเป็นรอบ แต่หลังเกิดเหตุครั้งนี้จะสั่งปูพรมตรวจทุกหน่วยงานที่มีพนักงานขับรถโดยสาร ทั้ง รฟท. องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) และบริษัทขนส่ง จำกัด (บขส.) ทันทีให้ออกคนขับรถไฟ–คนโบกธง“ส่วนกรณีเจ้าหน้าที่ประจำจุดตัดทางรถไฟต้องทำหลายหน้าที่พร้อมกัน ความเป็นจริงมีขั้นตอนปฏิบัติชัดเจน ไม่ได้ทำทุกอย่างพร้อมกัน ลำดับแรกต้องประเมินสถานการณ์แจ้งเตือนผ่านวิทยุก่อนจากนั้นสั่งปิดไม้กั้น เมื่อระบบพร้อมให้สัญญาณเดินรถ ยังต้องรอผลสอบสวนอย่างละเอียด เนื่องจากผู้ควบคุมรางและพนักงานขับรถไฟยังให้การไม่ตรงกัน เบื้องต้นมีการแจ้งเตือนเรื่องรถเมล์ขวางทางรถไฟตั้งแต่แยกอาร์ซีเอ รายละเอียดเรื่องความถี่วิทยุ การตอบรับสัญญาณ ขั้นตอนปฏิบัติยังต้องรอผลสอบเป็นทางการ คาดว่าได้วันที่ 20 พ.ค. ล่าสุดมีคำสั่งทางวินัยกับผู้เกี่ยวข้องแล้วหลายคน โดยเฉพาะพนักงานขับรถไฟและผู้ควบคุมไม้กั้นให้ออกจากงานไว้ก่อน” รมช.คม.กล่าวสั่งรถไฟขนสินค้าวิ่งกลางคืนนายสิริพงศ์กล่าวอีกว่า แนวทางแก้ปัญหาเร่งด่วน สั่งการให้รถไฟขนส่งสินค้างดวิ่งช่วงกลางวัน โดยเฉพาะในพื้นที่กรุงเทพฯ เนื่องจากปัจจุบันการจราจรวันเสาร์อาทิตย์หนาแน่นกว่าในอดีต และรถสินค้ามีน้ำหนักมากใช้ระยะเบรกมากกว่ารถโดยสาร ต้องเปลี่ยนไปวิ่งช่วงกลางคืนแทน และจะเพิ่มมาตรการความปลอดภัยจุดตัดทางรถไฟ ให้เจ้าหน้าที่ควบคุมรางประสานงานกับตำรวจ รวมถึงให้ ขสมก.ส่งผู้ตรวจการไปประจำตามจุดเสี่ยง เพื่ออำนวยความสะดวกและกำกับดูแลการจราจรอย่างใกล้ชิด ขณะที่การปรับปรุงพื้นที่จุดตัดต้องหารือหลายหน่วยงานกรมคุ้มครองสิทธิตระเวนเยียวยาวันเดียวกัน นายไตรยฤทธิ์ เตมหิวงศ์ อธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ มอบหมายให้ น.ส.ดวงดาว เกียรติพิศาลสกุล รองอธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ และนางบุญภาดา พึ่งบุญ ณ อยุธยา อรุณเบิกฟ้า ผอ.การกองพิทักษ์สิทธิและเสรีภาพ ลงพื้นที่เชิงรุกร่วมกับเจ้าหน้าที่สำนักงานช่วยเหลือทางการเงินแก่ผู้เสียหายและจำเลยคดีอาญา และกองพิทักษ์สิทธิและเสรีภาพ ที่โรงพยาบาลคามิลเลียน โรงพยาบาลเพชรเวช โรงพยาบาลราชวิถี โรงพยาบาลรวมใจรักษ์ และบ้านผู้บาดเจ็บ เพื่อแจ้งสิทธิและรับ คำขอรับค่าตอบแทนผู้เสียหายในคดีอาญา จากเหตุสลดรถไฟชนรถเมล์บริเวณแยกอโศก-ดินแดง กรุงเทพมหานครผู้ตายรับศพละ 1.65 ล้านบาทนายอดิศร พิพัฒน์วรพงศ์ รองเลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (เลขาธิการ คปภ.) เผยว่ากรณีรถไฟชนรถโดยสารประจำทาง บริเวณทางรถไฟมักกะสัน ถนนอโศก-ดินแดง เกิดเพลิงลุกไหม้อย่างรุนแรงเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 8 คน และผู้ได้รับบาดเจ็บ 30 คน มีรถยนต์เสียหาย 6 คัน หัวรถจักรเสียหาย 1 หัว และรถ จยย.เสียหาย 5 คัน คปภ.ประสานบริษัทประกันภัยที่เกี่ยวข้องเพื่อตรวจสอบความคุ้มครองตามกรมธรรม์ พร้อมอำนวยความสะดวกด้านสิทธิประโยชน์ประกันภัยแก่ผู้บาดเจ็บและทายาทผู้เสียชีวิตอย่างใกล้ชิด เบื้องต้นพบว่ารถโดยสารประจำทางจัดทำประกันภัยภาคบังคับ (พ.ร.บ.) กับบริษัททิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) ชดเชยกรณีเสียชีวิตวงเงินรายละ 5 แสนบาท และทำประกันภัยภาคสมัครใจกับบริษัทเมืองไทยประกันภัย จำกัด (มหาชน) วงเงินคุ้มครองความรับผิดต่อบุคคลภายนอก กรณีเสียชีวิตรายละ 1 ล้านบาท นอกจากนี้ยังมีสัญญาส่วนแนบท้ายเพิ่ม คุ้มครองอุบัติเหตุส่วนบุคคลให้ผู้โดยสารทุกราย กรณีเสียชีวิตรับเงินชดเชยรายละ 1.5 แสนบาท รวมเงินชดเชยที่ผู้เสียชีวิตจะได้รับประมาณ 1.65 ล้านบาทต่อราย คปภ.และบริษัทประกันภัยเข้าไปดูแลโดยเร็วที่สุด2 บริษัทประกันยอมจ่ายทันที“กรณีนี้ยังไม่ได้ตัดสินว่าฝ่ายไหนเป็นฝ่ายผิด หากเป็นการประมาทร่วมคือผิดทั้ง 2 ฝ่าย ทั้ง ขสมก.และรถไฟตามกฎหมายต้องแบ่งกันรับผิดชอบหรือชดใช้ตามสัดส่วนความผิด ต้องรอคำตัดสินหรือคำพิพากษาซึ่งใช้เวลา แต่เบื้องต้น คปภ.ขอให้บริษัทผู้รับประกันภัยทั้ง 2 บริษัท ให้จ่ายค่าสินไหมทดแทนหรือเยียวยาให้ผู้เสียชีวิตให้เต็มวงเงินก่อน เพราะอยากให้ ดูแลเยียวยาผู้เสียชีวิตอย่างเต็มที่ ซึ่งทั้ง 2 บริษัทไม่มีปัญหา ยินดีให้ความร่วมมือจ่ายค่าเยียวยาให้ผู้เสียชีวิตก่อน ส่วนใครจะถูกใครจะผิดหรือมีส่วนผิดมากน้อยแค่ไหน เป็นเรื่องของกฎหมาย” นายอดิศรกล่าว“อนุทิน” สั่งเยียวยาเหยื่อเต็มที่ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯและ รมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์กรณีเงินเยียวยาของผู้ที่ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตจากเหตุรถไฟชนรถเมล์ บริเวณแยกอโศก-เพชรบุรี กำชับการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) และองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) ว่า ให้แนวทางไปดูแลผู้เคราะห์ร้ายที่ได้รับบาดเจ็บและครอบครัวผู้เสียชีวิตอย่างเต็มที่แล้ว ส่วนตัวเลขเงินเยียวยาไม่ต้องเสนอถึงตน ถามต่อวันนี้มีข่าวว่านายกฯเรียกผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เข้าพบที่ตึกไทยคู่ฟ้าทำเนียบรัฐบาล นายกฯ กล่าวว่า “เจอมา 2 วันแล้ว” ก่อนที่ผู้สื่อข่าวย้ำถามต่อว่า ไม่ได้เรียกเข้าพบใช่หรือไม่ นายกฯตอบสั้นๆว่า ไม่ได้เรียกครับ”เรียก รฟท.–ขสมก.แจง 20 พ.ค.ที่รัฐสภา นายวุฒิชาติ กัลยาณมิตร สว. ฐานะประธานกรรมาธิการคมนาคม วุฒิสภา กล่าวถึงการประชุม กมธ.คมนาคม พิจารณากรณีเหตุรถไฟชนรถโดยสารสาธารณะ ว่า ออกหนังสือเชิญกรมการขนส่งทางราง การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) องค์การขนส่งทางบก องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) เจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรพื้นที่ สน.มักกะสัน มาให้ข้อมูลวันที่ 20 พ.ค. เวลา 13.00 น. เพื่อสอบถามทุกหน่วยปฏิบัติตามกฎหมายจราจรหรือไม่ เช่น รถจอดคร่อมรางรถไฟ การแก้ปัญหาดังกล่าวต้องร่วมกัน เพราะเป็นการใช้ทางสาธารณะร่วมกัน สนับสนุนแนวคิดนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ที่ให้จุดตัดทางรถไฟใน กทม.ควรเป็นยกระดับหรืออุโมงค์ในอนาคต ยอมรับหากเข้มงวดจริงกว่ารถไฟจะผ่านแต่ละขบวนใช้เวลาอย่างน้อย 5-10 นาที เพราะการสะสมของรถค่อนข้างมากครม.เงาแนะ 3 ข้อล้อมคอกนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) แถลงข่าวหลังการประชุม ครม.เงา ว่า เกี่ยวกับเรื่องนี้ พรรค ปชน.จะใช้ทุก กลไกที่มีตรวจสอบข้อเท็จจริง และข้อเสนอแนะไปยังรัฐบาล จะนำเรื่องเข้าที่ประชุม กมธ.คมนาคมในวันที่ 20 พ.ค.นี้ ส่วนภาพรวมข้อเสนอของ ครม.เงา ต่อรัฐบาลมี 3 เรื่องคือ 1.การเข้มงวดกวดขันวินัยจราจร การใช้รถใช้ถนน ทั้งคนขับรถเมล์ คนขับรถไฟ และอื่นๆ 2.การสอบสวนหาสาเหตุต่างๆ เป็นหน้าที่ของทุกหน่วยงาน ตามหลักวิชาการที่ถูกต้อง ผ่านคณะกรรมการสอบสวนอุบัติเหตุของการขนส่งทางราง และ 3.ขอให้รัฐบาลเร่งผลักดันมิสซิ่งลิงก์ (Missing Link) ที่อนุมัติไปแล้วตั้งแต่ปี 2559 จะช่วยแก้ปัญหาจุดตัดทางรถไฟบนผิวจราจรได้ผู้ว่าฯเยี่ยมญาติเหยื่อเสียชีวิตที่ จ.ศรีสะเกษ นายอนุรัตน์ ธรรมประจำจิต ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ ไปที่บ้านกระต่ายด่อน ต.สมอ อ.ปรางค์ ของ น.ส.เทียม พวงยอด ผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์รถไฟชนรถ ปอ.สาย 206 เพื่อเยี่ยมให้กำลังใจครอบครับและญาติๆยายเทียม พร้อมมอบเงินช่วยเหลือเบื้องต้นและถุงยังชีพ กำชับให้ผู้นำท้องถิ่นเข้ามาช่วยเหลือจัดงานศพอย่างใกล้ชิด ด้านนางจุ๋ม พวงยอด อายุ 59 ปี พี่สาวของนางเทียมผู้เสียชีวิต เผยว่า น้องสาวไปทำงานเป็นแม่บ้านตั้งแต่อายุ 15 ปีนานกว่า 40 ปี วันเกิดเหตุน้องนั่งรถ ปอ.จากที่ทำงานกลับห้องพัก ทำเป็นประจำทุกวัน ตอนแรกไม่รู้ว่าน้องนั่งมากับรถคันเกิดเหตุ มาทราบอีกทีว่าน้องเสียชีวิตคือตอนที่มีข่าวออกมาและมีรายชื่อผู้เสียชีวิต“พิพัฒน์” สั่งจ่ายศพละ 2.39 ล้านที่กระทรวงคมนาคม (คม.) ล่าสุดนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คมนาคม นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รมช.คมนาคม พร้อมด้วย นายชยธรรม์ พรหมศร ปลัดกระทรวงคมนาคม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เปิดแถลงข่าวชี้แจงข้อเท็จจริง กรณีอุบัติเหตุขบวนรถไฟพุ่งชนรถโดยสารประจำทาง (ขสมก.) บริเวณจุดตัดทางรถไฟมักกะสัน นายพิพัฒน์ กล่าวว่า มาตรการเยียวยาและแผนยกระดับความปลอดภัยเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดโศกนาฏกรรมซ้ำรอย ต้องครอบคลุมทั้งการเยียวยา การดำเนินคดี และการแก้ปัญหาระยะสั้น-ระยะยาวดังนี้ 1. มาตรการเยียวยาผู้เสียชีวิตและผู้ได้รับบาดเจ็บบูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง มอบเงินชดเชยและเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบอย่างเต็มที่ กรณีเสียชีวิตรับเงินเยียวยาเบื้องต้นรวม 2,390,000 บาทขสมก.รับจ่ายค่ารักษาทั้งหมดรมว.คม.กล่าวต่อว่า แบ่งเป็นชดเชยจาก ขสมก. 1,750,000 บาท ประกอบด้วย ประกันภัยและ พ.ร.บ. 1.5 ล้านบาทจ่ายภายใน 7 วัน, เงินจากภาคีเครือข่าย 50,000 บาท และรับผิดชอบค่าจัดการศพทั้งหมด ส่วน รฟท.จ่ายรวม 340,000 บาท เงินช่วยเหลือเบื้องต้นและค่าปลงศพ 80,000 บาท และจ่ายเพิ่มอีก 260,000 บาทหลังพิสูจน์ทายาทแล้ว เงินสมทบพิเศษ รับเพิ่ม 300,000 บาทจากกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ ส่วนกรณีบาดเจ็บ ขสมก.รับผิดชอบค่ารักษาพยาบาลตามจริง 80,000 -1,000,000 บาท (หากเกิน ขสมก.จ่ายส่วนต่างให้ทั้งหมด) พร้อมมอบเงินจากภาคีเครือข่าย 30,000 บาท และกองทุนอุบัติเหตุอีก 20,000 บาท รฟท.มอบเงินช่วยเหลือเบื้องต้น 5,000 บาท และจ่ายเยียวยาเพิ่มตามระดับอาการสูงสุด 50,000 บาท (กรณีเข้าไอซียู)พิจารณาห้ามขบวนรถเข้าเมือง“ส่วนการแก้ปัญหาจุดตัดทางรถไฟ และการแยกเส้นทางรถไฟออกจากถนน ที่มอบหมายให้ รฟท.ศึกษาภายใน 3 เดือน หากผลศึกษาออกมาระบุชัดเจนว่า ไม่มีความจำเป็นให้รถไฟ ทั้งรถไฟขนสินค้าและรถไฟโดยสารไปสิ้นสุดที่สถานีหัวลำโพง เพื่อป้องกันอุบัติเหตุ กระทรวงพร้อมปิดสถานีรถไฟหัวลำโพง เพราะรัฐบาลมีสถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ (สถานีกลางบางซื่อ) แล้ว ส่วนเส้นทางรถไฟจากทางทิศตะวันออกมายังสถานีกลางบางซื่อ ที่ยังไม่มีการก่อสร้างนั้น กระทรวงจะเร่งให้มีการเชื่อมต่อให้เร็วที่สุดอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่