“สหรัฐฯ-อิหร่าน” ยังเจรจาไม่จบ หลังต่างฝ่ายส่งข้อเสนอใหม่ผ่าน รัฐบาลปากีสถานในฐานะคนกลางหย่าศึก โดยสหรัฐฯย้ำจุดยืนเดิม อิหร่านต้องส่งมอบแร่ยูเรเนียมเสริมสมรรถนะ 400 กก. มาให้จัดเก็บ ลดศูนย์พัฒนาโครงการนิวเคลียร์ จาก 3 จุดหลัก เหลือเพียงแห่งเดียว แต่ไม่รับประกันการหยุดยิง หลังอิสราเอลประกาศกร้าวพร้อมร่วมมือสหรัฐฯถล่มโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานอิหร่านอีกรอบ ขณะที่อดีต ผบ. IRGC ขู่กลับ ถ้าสหรัฐฯ ไม่เลิกปิดล้อม-ถอนกำลังออกจากท่าเรือของอิหร่าน อ่าวโอมานจะกลายเป็นสุสานของกองทัพสหรัฐฯสถานการณ์ความตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออก กลางยังคงอยู่ในความวังวน โดยเมื่อวันที่ 18 พ.ค. กระทรวงต่างประเทศอิหร่านออกมายืนยันว่า ทางรัฐบาลได้ส่งข้อเสนอตอบกลับไปยังสหรัฐอเมริกา พร้อมระบุว่าทั้งสองฝั่งยังมีการเจรจากันอยู่ โดยมีปากีสถานทำหน้าที่เป็นตัวกลาง อย่างไรก็ตาม ยังมีไม่การเผยแพร่รายละเอียดที่อยู่ในข้อเสนอตอบกลับดังกล่าวกระนั้น สำนักข่าวฟาร์ส นิวส์ ของรัฐบาลอิหร่าน รายงานว่า แม้คำตอบรอบใหม่ของฝ่ายอิหร่านจะยังไม่มีการเปิดเผย แต่ก่อนหน้านี้รัฐบาลสหรัฐฯได้ส่งข้อเสนอใหม่ผ่านรัฐบาลปากีสถานตัวกลางมายังอิหร่าน มีใจความสำคัญว่า 1.สหรัฐฯจะไม่มีการชดใช้ค่าปฏิกรรมสงครามหรือชดใช้ความเสียหายที่เกิดขึ้นกับอิหร่านแต่อย่างใด 2.อิหร่านต้องส่งมอบแร่ยูเรเนียมเสริมสมรรถนะ 400 กิโลกรัม มาให้สหรัฐฯ กักเก็บดูแลรักษา 3.สหรัฐฯจะอนุญาตให้อิหร่านมีศูนย์พัฒนาโครงการนิวเคลียร์เพียงแห่งเดียว จากเดิม ที่มีอยู่ 3 แห่งหลักคือ โรงงานฟอร์โดว์ ใกล้เมืองกอม โรงงานนิวเคลียร์นาตานซ์ ในจังหวัดอิสฟาฮาน และโรงงานเสริมสมรรถนะยูเรเนียมในอิสฟาฮาน 4.สหรัฐฯ จะไม่ยอมปลดล็อกสินทรัพย์ของอิหร่านในต่างแดนที่ได้อายัดไว้ และ 5.การหยุดยิงที่จะเกิดขึ้นจากการเจรจา จะไม่มีการมอบหลักประกันอะไรทั้งสิ้นขณะที่ก่อนหน้านั้น นายโมห์เซน เรซาอี สมาชิกสภาวินิจฉัยความเหมาะสมของประเทศและอดีตผู้บัญชาการกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามอิหร่าน (IRGC) ออกมาเรียกร้องให้กองทัพสหรัฐฯ ยกเลิกการปิดล้อมและถอนกำลังออกจากท่าเรือของอิหร่านโดยทันที ไม่อย่างนั้น อ่าวโอมานจะกลายเป็นสุสานของกองทัพสหรัฐฯ โดยนายเรซาอีให้เหตุผลว่า การปิดล้อมของสหรัฐฯเป็นเหมือนการประกาศสงคราม และอิหร่านมีสิทธ์ิที่จะเผชิญหน้า พร้อมยังระบุว่า ยิ่งการปิดล้อมอิหร่านยังคงดำเนินต่อไป ยิ่งสร้างความเสียหายต่อหลายประเทศทั่วโลก อิหร่านนั้นพร้อมจะเจรจาเพื่อหยุดสงคราม แต่สหรัฐฯจำเป็นต้องแสดงความน่าเชื่อถือก่อนอย่างไรก็ตาม สหรัฐฯยังไม่มีท่าทีจะถอนกำลังออกจากช่องแคบฮอร์มุซ โดยเมื่อวันที่ 18 พ.ค.สื่ออิสราเอล คาน เปิดเผยว่า กองทัพอิสราเอลพร้อมที่จะปะทะกับอิหร่านอีกครั้ง และจะร่วมการโจมตีกับสหรัฐฯ โดยมีเป้าหมายเป็นโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของอิหร่าน สำหรับช่วงเวลาการโจมตีนั้น สถานีโทรทัศน์อิสราเอล แชนเนล 12 ระบุว่า ขณะนี้ยังไม่ได้รับรายละเอียดดังกล่าวที่ชัดเจน แต่คาดว่าสหรัฐฯจะแจ้งข้อมูลก่อนถึงเวลาปฏิบัติการความเคลื่อนไหวดังกล่าวมีขึ้นหลังการสนทนาทางโทรศัพท์นานกว่า 30 นาที ระหว่างนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ และเบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล ซึ่งแชนเนล 12 รายงานว่าผู้นำทั้งสองหารือความเป็นไปได้ที่จะเกิดการสู้รบขึ้นอีกครั้ง นอกจากนี้ สถานีโทรทัศน์แชนเนล 13 ยังเปิดเผยว่า เครื่องบินสหรัฐฯหลายลำพร้อมกระสุนจำนวนมาก ได้เดินทางจากเยอรมนีมาถึงนครเทลอาวีฟ อิสราเอลแล้ว โดยอาวุธเหล่านี้มีรายงานว่าจะถูกนำมาใช้ในการปฏิบัติการทางทหารต่ออิหร่านนอกจากนี้ มีรายงานในวันเดียวกันว่า อิสราเอล เริ่มปฏิบัติการสกัดขบวนเรือเสรีภาพโลก (Global Sumud Flotilla) บริเวณนอกชายฝั่งไซปรัส มีการจับกุมลูกเรือมากกว่า 100 คน โดยขบวนเรือดังกล่าวมีเป้าหมายที่จะฝ่าการปิดล้อมของอิสราเอล เพื่อนำความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมไปให้ประชาชนในฉนวนกาซา ทางอิสราเอลรายงานว่า ลูกเรือที่ถูกควบคุมตัวนั้น จะถูกส่งตัวไปยังเมืองอัชด็อด แต่ปฏิบัติการดังกล่าวคาดว่าจะลากยาวไปจนถึงวันที่ 19 พ.ค. เนื่องจากขบวนเรือเสรีภาพโลกนั้นประกอบด้วยเรือมากกว่า 54 ลำ ด้านสหประชาชาติได้ออกมาเรียกร้องให้ประเทศต่างๆในภูมิภาครอบทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ออกมาปกป้องขบวนเรือดังกล่าววันเดียวกัน นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ที่ทำเนียบรัฐบาล ภายหลัง นายเมะดี ซาเระ อุปทูต ฝ่ายวัฒนธรรม สถานทูตอิหร่านประจำประเทศไทย เข้าพบ โดยขอบคุณ ที่ไทยยังเป็นมิตรที่ดีของอิหร่าน พร้อมกันนี้ ตนได้ฝากขอให้รัฐบาลอิหร่านช่วยอำนวยความสะดวกให้เรือสินค้าของไทยอีก 2 ลำ ที่ยังไม่ได้ผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ส่วนสถานการณ์ปัจจุบันของอิหร่าน ทูตอิหร่านแจ้งว่าการเจรจาคืบหน้าไปมาก หวังจะมีการลงนามเกิดขึ้น แต่ไม่ทราบว่าเมื่อไหร่ เพราะยังไม่จบ แต่น่าจะเป็นข่าวดีเกิดขึ้นมากกว่าข่าวร้ายส่วนความคืบหน้าการเอาผิดผู้กักตุนน้ำมัน เพื่อหวังเก็งกำไรช่วงเกิดภาวะวิกฤติพลังงานเชื้อเพลิงอย่างรุนแรงจากเหตุความไม่สงบในภูมิภาคตะวันออก กลาง เมื่อเดือน มี.ค.ที่ผ่านมานั้น ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อวันที่ 18 พ.ค. ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร รอง ผบ.ตร. และ ผู้อำนวยการศูนย์ปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับน้ำมันเชื้อเพลิง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รมว.พลังงาน พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) กรมสรรพสามิต กรมธุรกิจพลังงาน และกรมการค้าภายใน ร่วมแถลงผลการตรวจสอบและดำเนินคดีกับผู้ค้าน้ำมันมาตรา 7 ส่วนหนึ่ง ฉวยโอกาสเก็งกำไรจากราคาน้ำมันที่ขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยพบหลักฐานขบวนการ “ประวิงเวลา-กักตุนน้ำมัน” ทำให้เกิดภาวะขาดแคลนน้ำมันในช่วงวิกฤติ ซึ่งคดีทั้งหมดยังอยู่ระหว่างดำเนินการ และในวันเดียวกันนี้ เจ้าหน้าที่กรมธุรกิจพลังงานจะเข้าแจ้งความเอาผิดกับ 6 โรงกลั่นทั่วประเทศ ขณะเดียวกันรัฐบาลได้ตั้งคณะทำงานขึ้นมาพิจารณาในความผิดที่เกี่ยวข้อง แต่ขณะนี้ยังไม่พบว่าเป็นความผิดมูลฐานข้อหาฟอกเงิน และยังไม่พบว่ามีนักการเมืองเข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่