ลากยาว 4 วันเต็ม เสร็จสิ้นขั้นตอนพิธีกรรม ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ลงมติ 338 ต่อ 144 เสียง งดออกเสียง 2 ผ่านวาระ 3 ร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570 ตุนเสบียงก้อนโต 3.78 ล้านล้านบาท เป็นต้นทุนขับเคลื่อนการบริหารประเทศ ถึงจะถลอกปอกเปิก มีบาดแผลเจ็บตัวอยู่บ้าง แต่สุดท้ายก็ผ่านพ้นไปด้วยดีเช็กเสียงฝ่ายรัฐบาลยังมีเอกภาพเป็นปึกแผ่น กดแต้มรายงานตัวครบทุกพรรค ไม่มีใครแตกแถวหนำซ้ำยังมีคะแนนจากพรรคฝ่ายค้าน อย่างพรรคกล้าธรรม 56 เสียง และอีก 2 เสียงจากพรรคไทยสร้างไทยช่วยเติมให้อีก พร้อมสแตนด์บายช่วยรัฐบาลยามคับขัน ในฐานะพรรคฝ่ายคอยเกมในสภาฯหายห่วง การันตีเก้าอี้ผู้นำ “นายกฯหนู” อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย ยังมีเสถียรภาพมั่นคง ไม่ถูกเขย่าง่อนแง่นง่ายๆเหลือแค่เกมนอกสภาฯยังต้องลุ้นใจหายใจคว่ำ โดยเฉพาะคิวที่ต้องลุ้นตัวโก่งต้นสัปดาห์หน้า วันที่ 14 ก.ย.นี้ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เตรียมลงมติชี้ขาดคดีฮั้ว สว. จะส่งคำร้อง 229 ผู้ถูกกล่าวหา ให้ศาลฎีกาพิจารณาลงดาบต่อไปหรือไม่คิวระทึกทีมสีน้ำเงิน ตั้งแต่รัฐมนตรี สส. สว. แกนนำและคณะกรรมการบริหารพรรคภูมิใจไทย ตลอดจนเครือข่ายบ้านใหญ่ ลุ้นดุลพินิจ กกต.จะติดร่างแหขบวนการฮั้ว สว.หรือไม่คดีสำคัญที่พร้อมเป็นจุดเปลี่ยนให้เกิดแรงกระเพื่อม สะเทือนดุลอำนาจการเมือง กระทบเสถียรภาพรัฐบาลวัดใจ 7 เสือ กกต.จะปล่อยผียกลอต ฟันยกรวง หรือเอาผิดแค่พวกปลาซิว ปลาสร้อย3 ฉากทัศน์ที่มีสิทธิออกได้ทุกหน้า ยิ่งใกล้เส้นตายวันตัดสินคดีของ กกต.ก็ยิ่งโหมโรงสถานการณ์ ปลุกอารมณ์ร่วมกองเชียร์กันเต็มที่ ต่างฝ่ายต่างงัดพยาน หลักฐาน ข้อกฎหมายกดดันกันเต็มสูบฝั่งเกมในสภาฯ ฝ่ายค้านแปรเวทีงบรายจ่ายปี 2570 เป็นเวทีซักฟอก ส่งคู่ “อา–หลาน” ไล่บี้ถล่ม กกต.ฝ่ายหลาน “ไอติม” พริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ล็อกเป้ากระหน่ำคณะอนุกรรมการวินิจฉัย ชุดที่ 36 ของ กกต. มีพฤติกรรมทำตัวเป็นองค์กรสนับสนุนอาชญากรรมทางประชาธิปไตยขณะที่ “อามาร์ค” อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ตอกย้ำความเชื่อมั่น กกต.ดิ่งเหว ผลโพลประชาชนให้ความไว้วางใจต่ำสุด ขู่ 4 กกต.ที่ได้รับการแต่งตั้งยุค สว.สีน้ำเงิน หากลงมติช่วยเหลือผู้มีพระคุณ เตรียมเจอยื่นเอาผิด ข้อหาผลประโยชน์ต่างตอบแทน2 ค่ายฝ่ายค้าน “ประชาชน–ประชาธิปัตย์” รุกไล่หนัก เร่งปลุกอารมณ์ร่วมมวลชน ตอกย้ำภาพลักษณ์ กกต.ไม่เป็นที่พึ่งพาในการทำงานส่วนฟากรัฐบาลก็ฟาดกลับเข้มข้น ศุภชัย ใจสมุทร สส.บัญชีรายชื่อ รุ่นใหญ่ภูมิใจไทย แฉสำนวนคดีฮั้ว สว.ของคณะอนุกรรมการไต่สวน ชุด 26 เข้าข่ายผลไม้พิษ มีวาระซ่อนเร้น ใช้วิธีข่มขู่ บังคับพยานซัดทอด สร้างหลักฐานเท็จ ตั้งธงฟัน 229 ผู้ถูกกล่าวหาใช้วิธีบิดเบือนพยานหลักฐาน ปักหมุดหวังผลโค่นพรรคภูมิใจไทยเกมในสภาฯขิงก็รา ข่าก็แรง ฝ่ายรัฐบาล–ฝ่ายค้าน งัดหลักฐานโต้กันมันหยด ไม่มีใครยอมใครแต่ที่ร้อนแรงกว่าเกมในสภาฯ คืออารมณ์นอกสภาฯก็ห้ำหั่นกันดุเดือดระดับตัวพ่อ นายสนธิ ลิ้มทองกุล อดีตแกนนำกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ส่งสัญญาณขู่ล่วงหน้า จะใช้คำตัดสิน กกต.คดีฮั้ว สว. สส.เป็นเงื่อนไขพิจารณายกระดับจัดมวลชนลงถนนรอจังหวะหลักนิติรัฐ นิติธรรม และความยุติธรรมองค์กรอิสระ ถูกทำลายจนสุกงอม กรีธาทัพลงถนน ภายใต้แคมเปญ “เอาประเทศไทยของเราคืนมา”แม้แต่ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาชน ก็กระโจนร่วมเกมนอกสภาฯ เตรียมนำทัพเดินขบวนครั้งใหญ่ 11 กม. วันที่ 13 ก.ย. จากสำนักงานไอลอว์ ไปที่หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร ส่งสัญญาณกดดัน กกต.ก่อนถึงเดดไลน์วันชี้ชะตา สว.ค่ายส้มพลิกเกม เสี่ยงเล่นเกมนอกสภาฯ ส่งเบอร์หนึ่งพรรคลงถนนด้วยตัวเอง ใช้กระแสสังคมล็อกคอ กกต. ห้ามอุ้มขบวนการฮั้ว สว.ตามต้นทุนเสียงในสภาฯสู้ระบบพวกมากลากไปไม่ได้ ต่อให้หลักฐานแน่นแค่ไหนก็ไม่มีทางโหวตโค่นรัฐบาลจ่อขยายแนวรบเพิ่ม ไม่หวังพึ่งกลไกสภาอย่างเดียว ต้องหันไปพึ่งเกมนอกสภาฯตีคู่ไปด้วย ใช้กระแสสังคมช่วยเร่งเครื่องให้กลไกกฎหมายทำงาน เพื่อพลิกขั้วอำนาจลุ้นพลังนอกสภาฯจุดติด เปลี่ยนเกมอำนาจ เพราะกลไกในสภาไม่ใช่คำตอบสุดท้ายอีกต่อไป.ทีมข่าวการเมืองคลิกอ่านคอลัมน์ “วิเคราะห์การเมือง” เพิ่มเติม