“อนุทิน” เมินฝ่ายค้านมุ่งโจมตีคดีฮั้ว สว. ลั่นไม่รอรับผล กกต.ชี้ขาด 14 ก.ย. เพราะรัฐบาลไม่เกี่ยวข้อง ฟุ้งชำนาญการเก็บกู้ทุ่นระเบิด ไม่เคยหวั่นระเบิดการเมือง เปิดประตูอ้ารอรับ “ผู้กอง” เพื่อนซี้ สว.สีน้ำเงินดิ้นโต้ “นครินทร์” “พิสิษฐ์” ฉะดูหมิ่น-ด้อยค่า-เหยียดศักดิ์ศรี ทำลายองค์กรวุฒิสภา จี้โชว์หลักฐานพูดคุย “มีชัย” “ฉัตรวรรษ” ไล่ไปทบทวนตัวเอง “มาร์ค” ไล่บี้ กกต.ยึดบรรทัดฐานเดิม ต้องส่งฟ้องต่อศาลฎีกาเท่านั้น ขู่พร้อมช่วยกลุ่ม สว.สำรองยื่นฟ้องศาลอาญาคดีทุจริตฯ “ทนายเกิดผล” โดนขาดคุณสมบัติสมัคร สว. “นันทนา” มอบฉายางบปี 70 “แล้วแต่ดวง” แต่วุฒิสภาลงมติผ่านฉลุยนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯและ รมว.มหาดไทย ไม่สนพรรคฝ่ายค้านพุ่งเป้าโจมตีคดีฮั้ว สว.ไม่เลิก ลั่นไม่รอรับผลคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ชี้ขาดในวันที่ 14 ก.ย. ฟุ้งรัฐบาลชุดนี้ชำนาญการเก็บกู้ทุ่นระเบิด ไม่เคยหวั่นระเบิดการเมืองพระราชทานแจกันอวยพร “อนุทิน”เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 11 ก.ย. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กระบุว่า “กราบพระบาท สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้า สิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ที่ได้ทรงพระกรุณาให้ พล.อ.ศิวะ ภระมรทัต กรมวังผู้ใหญ่ เป็นผู้อัญเชิญแจกัน ดอกไม้มาพระราชทานที่ทำเนียบรัฐบาล เนื่องในโอกาส วันคล้ายวันเกิดครบห้ารอบในปีนี้ นับเป็นสิริมงคลอย่างหาที่สุดมิได้” ทั้งนี้ในวันที่ 13 ก.ย.นี้ เป็นวันคล้ายวันเกิดอายุครบรอบ 60 ปี ของนายอนุทินเมินฝ่ายค้านโจมตีฮั้ว สว.ไม่เลิกนายอนุทินให้สัมภาษณ์ถึงกรณีฝ่ายค้านหยิบคดีฮั้วเลือก สว.มาอภิปรายระหว่างพิจารณาร่าง พ.ร.บ. งบประมาณฯ ว่า เป็นสิทธิของ สส. เป็นสิทธิประชาชน คนทำคดีพวกนี้ก็ดำเนินการไป เราก้าวล่วงไม่ได้ ใคร อยากพูดอะไรเป็นสิทธิ เมื่อถามว่า พูดมาตลอดว่า ไม่เกี่ยวกับเรื่องฮั้ว สว. มั่นใจใช่หรือไม่ว่าเรื่องนี้จะไม่ทำให้สะดุดทางการเมือง นายอนุทินตอบว่า เป็นนายกฯครบปีวันที่ 7 ก.ย. ได้รับความร่วมมือจาก ทุกฝ่ายโดยเฉพาะข้าราชการประจำ พอมาเป็นรัฐบาล อนุทิน 2 เลือกตั้งได้ สส.มากว่า 190 ที่นั่ง ตั้งแต่ทำงานไม่มีอะไรสะดุดเพราะเราได้รับความร่วมมือ และทำในสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชนต่อประเทศ ไม่เคยรู้สึกว่าสะดุดหรือมีอุปสรรคใดๆ เมื่อถามว่า วันที่ 14 ก.ย. จะติดตามการพิจารณาคดีฮั้ว สว.ของ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) หรือไม่ นายอนุทิน ตอบว่า วันที่ 14 ก.ย. ได้รับพระมหากรุณาธิคุณเป็นรัฐมนตรีเกียรติยศติดตามการเสด็จพระราชดำเนินของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จเยือนเวียดนามอย่างเป็นทางการฟุ้งชำนาญการเก็บกู้ทุ่นระเบิดผู้สื่อข่าวถามว่า ผลออกมาอย่างไรพร้อมรับใช่หรือไม่ นายอนุทินตอบว่า “ผมไม่พร้อมอะไรทั้งนั้น เพราะว่าผมไม่เกี่ยว ไม่ได้กังวลใดๆ ตัวบุคคลไม่สำคัญ เท่ารัฐบาล รัฐบาลชุดนี้ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆกับเรื่อง ที่ไม่ใช่นโยบาย เรื่องผิดกฎหมาย เรื่องขัดรัฐธรรมนูญ รัฐบาลนี้ไม่ทำ” เมื่อถามว่า มองสถานการณ์การเมืองหลังจากนี้อย่างไร เพราะมีระเบิดวางไว้หลายลูก นายอนุทินตอบว่า รัฐบาลชุดนี้ชำนาญการเก็บกู้ทุ่น ระเบิด ไม่เคยหวั่นระเบิดการเมือง เมื่อถามว่ากรณีพรรคกล้าธรรมโหวตสนับสนุนงบประมาณปี 70 ให้รัฐบาล มีนัยการเมืองเกี่ยวกับการเข้าร่วมรัฐบาลหรือไม่ นายอนุทินตอบว่า ขอไปพูดคุยกับหัวหน้าพรรคกล้าธรรมก่อน ยังไม่มีโอกาสพูดคุยเปิดประตู้อ้ารับเพื่อนซี้ “ผู้กอง”เมื่อถามว่า ก่อนหน้านี้ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า หัวหน้าพรรคกล้าธรรม บอกว่ากับนายอนุทินยังเป็น เพื่อนซี้เหมือนเดิม นายอนุทินรีบตอบว่า “เอ้า ตั้งกี่ สิบปีแล้วล่ะ ถ้าเทียบรุ่น ก็รุ่นเดียวกัน” เมื่อถามย้ำ ว่า พรรคกล้าธรรมมีโอกาสร่วมรัฐบาลใน 4 ปีนี้หรือไม่ นายอนุทินตอบว่า การเมืองมันไม่มีคำว่าไม่มีโอกาส ทุกอย่างเป็นไปได้หมด เมื่อถามว่าตอนนี้ถือว่าเป็นสัญญาณที่ดีใช่หรือไม่ นายกฯกล่าวว่า “ผมว่าสัญญาณ ที่ดีในความที่พี่น้องประชาชนจะได้เห็นรัฐบาลของเขามีความมั่นคง มีเสถียรภาพ มีความแข็งแกร่ง คนต่างชาติ หรือคนที่จะทำธุรกรรมในไทย จะได้มี ความมั่นใจ” เมื่อถามถึงกรณีนายสนธิ ลิ้มทองกุล อดีตแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ออกมาเดิน ขบวนขับไล่จีนเทาและชาวยิว นายอนุทิน ตอบว่า ทุกคนมีสิทธิรักชาติ และมีสิทธิแสดงความไม่พอใจ ถ้ามีคนต่างชาติเข้ามาทำพฤติกรรมที่พวกเราไม่ต้องการ รัฐบาลจึงออกประกาศ สำนักนายกฯว่าด้วยเรื่องการเนรเทศ ดำเนินการไป 2 รายแล้วสว.สีน้ำเงินดิ้นโต้แหลก “นครินทร์”ช่วงสายที่รัฐสภา นายพิสิษฐ์ อภิวัฒนาพงศ์ สว. พร้อม สว.สีน้ำเงินบางส่วน แถลงตอบโต้นาย นครินทร์ เมฆไตรรัตน์ อดีตประธานศาลรัฐธรรมนูญ ที่ออกมา ให้ความเห็นถึง สว. มีความชอบธรรมทาง การเมืองต่ำ และอ้างว่านายมีชัย ฤชุพันธุ์ อดีตประธาน ยกร่างรัฐธรรมนูญปี 2560 ยอมรับเป็นความผิดพลาดที่สุดในการออกแบบระบบวุฒิสภาของคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) แต่นายมีชัยได้ปฏิเสธว่าไม่เคยพูดและไม่เคยเจอนายนครินทร์ ว่า วุฒิสภาเห็น ว่า คำพูดดังกล่าวของนายนครินทร์กระทบโดยตรงต่อ องค์กรวุฒิสภา รวมถึงนายมีชัย คำพูดนายนครินทร์เป็นการดูหมิ่น ด้อยค่า ลดทอน เหยียดศักดิ์ศรี และความน่าเชื่อถือขององค์กรและ สว.ทั้ง 200 คน ที่ได้มา ตามรัฐธรรมนูญ 2560 โดยไม่พิจารณาถึงคุณสมบัติและผลงานของ สว.แต่ละคน สว.ชุดนี้ไม่ใช่ผู้ร่างรัฐธรรมนูญ หรือผู้กำหนดกติกา แต่เป็นผู้สมัครและได้รับเลือกจากกระบวนการที่รัฐธรรมนูญและกฎหมาย ที่เกี่ยวข้องกำหนด การวิจารณ์ระบบสามารถทำได้ แต่ไม่ควรเหมารวมทำให้ สว.ทั้งองค์กรต้องเสียหายจี้โชว์หลักฐานพูดคุยกับ “มีชัย”นายพิสิษฐ์กล่าวว่า ในหนังสือคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ 2560 (กรธ.) นายมีชัยระบุเจตนา ชัดเจนว่าการกำหนดที่มาของ สว.รูปแบบใหม่ เน้นความสำคัญของประชาชนที่จะเข้ามาสมัครโดยไม่ต้อง มีค่าใช้จ่ายเกินกำลังของคนทั่วไป จึงให้ผู้สมัครด้วยกันเองเลือกตามวิธีการ ถือว่าสอดคล้องตามเจตนาของนายมีชัย และ กรธ. คำกล่าวของนายนครินทร์ เป็นคำกล่าวอ้างที่มีข้อสงสัยอย่างร้ายแรงไม่ตรงกับข้อเท็จจริง เพราะนายมีชัยออกมาปฏิเสธ อยากให้นายนครินทร์ออกมาชี้แจงต่อสังคม พร้อมแสดงหลักฐาน การสนทนาที่กล่าวอ้าง เพราะอาจทำให้สังคมเข้าใจได้ว่า ผู้ร่างรัฐธรรมนูญยอมรับว่าตัวเองทำกติกาผิดพลาด นายนครินทร์กำลังทำให้ประชาชนอาจเข้าใจผิดว่า สว. ปัจจุบันไม่มีฐานะ หรือไม่มีอำนาจหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญ แต่ สว.ทั้ง 200 คน เข้าสู่ตำแหน่งตามกระบวนการรัฐธรรมนูญกำหนด ไม่ควรอาศัยคำกล่าวอ้างที่ไม่มี หลักฐานมายืนยันทำให้ประชาชนเข้าใจผิดฉะลดทอนทำวุฒิสภาเสื่อมเสียนายพิสิษฐ์กล่าวว่า พฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมทำให้เกิดข้อสงสัยต่อบทบาทหน้าที่ในอดีตของนายนครินทร์ ที่เคยดำรงตำแหน่งสำคัญ และยังเป็นถึง ประธานศาลรัฐธรรมนูญ คำกล่าวท่านถือว่ามีน้ำหนักต่อสาธารณชน หากนายนครินทร์เห็นว่าระบบ สว. เป็นปัญหาสำคัญ เหตุใดจึงไม่แสดงข้อทักท้วงให้ชัดเจน ในขณะดำรงตำแหน่งตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ และมีบทบาทสำคัญเกี่ยวข้องกับรัฐธรรมนูญและองค์กรต่างๆของรัฐธรรมนูญด้วย การออกมาให้ความเห็นในภายหลัง โดยอ้างถึงบุคคลอื่น โดยผู้ถูกอ้างได้ปฏิเสธ โดยตรง ย่อมเป็นพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม และทำให้ สังคมมีสิทธิ์ตั้งคำถามถึงความสอดคล้องและความรับผิดชอบ ความน่าเชื่อถือบทบาทในอดีตกับคำกล่าว ในปัจจุบัน หากนายนครินทร์มองว่าวันนี้การเมืองมีปัญหา ไม่มีอนาคต มีแต่ความมืดมัว ท่านเป็นส่วนหนึ่ง ที่ทำให้เกิดปัญหานี้ด้วยหรือไม่ เพราะถือว่าเป็นตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ขอให้นายนครินทร์ระมัดระวังการใช้คำพูดที่เหมารวม ลดทอนหรือทำให้เสื่อมเสียชื่อ เสียงต่อองค์กรวุฒิสภาและบุคคลอื่น“ฉัตรวรรษ” ไล่ไปทบทวนตัวเองพล.ต.ต.ฉัตรวรรษ แสงเพชร สว. กล่าวว่า ขอให้นายนครินทร์ไปพิจารณาทบทวนตัวเอง ทุกองค์กรมาด้วยรัฐธรรมนูญฉบับนี้ รวมถึงตัวท่านด้วย บ้านเมืองมีขื่อมีแป ท่านเป็นผู้หลักผู้ใหญ่ในองค์กรสำคัญทางการเมือง เป็นเรื่องที่สังคมจะพิจารณา สำหรับ พวกเรา สว.เคารพกติกาของทุกองค์กร ไม่ว่าจะเป็น ดีเอสไอ, กกต., คณะอนุกรรมการชุดที่ 26 คณะไต่สวน ชุดที่ 36 ต้องรับผิดชอบต่อการปฏิบัติหน้าที่ด้วย“มาร์ค” จี้ กกต.ยึดบรรทัดฐานเดิมที่พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ แถลงถึงกรณีคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เตรียมพิจารณาคดีฮั้วเลือก สว. ในวันที่ 14 ก.ย.นี้ว่า ขอเน้นย้ำบทบาท หน้าที่ของ กกต. ตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่ง สว. หน้าที่ กกต.ไม่ใช่ผู้ชี้ขาดว่าใครผิดหรือถูก แต่มีหน้าที่ตามมาตรา 62 ที่ระบุชัดเจนเมื่อมีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่าผู้สมัครหรือผู้ใดกระทำการทุจริต หรือรู้เห็นทำให้การเลือกมิได้เป็นไปโดยสุจริตเที่ยงธรรม กกต.ต้องยื่นคำร้องต่อศาลฎีกา คำว่า “ผู้ใด” ครอบคลุมถึงทุกคนที่ทำผิด ไม่ใช่ดุลพินิจว่าจะยื่นหรือไม่ยื่น แต่ต้องยื่น ทั้งยังครอบคลุมไปถึงการยื่นเรื่องประกอบมาตรา 76 กรณีพรรคการเมืองเข้ามาสนับสนุน และมาตรา 77 เรื่องการซื้อเสียงหรือจัดเลี้ยง หรือการกระทำการอื่นที่ผิดกฎหมายเลือกตั้ง คำว่า “หลักฐานอันควรเชื่อได้ว่า” เคยมีมาตรฐานที่ กกต.เคยวางแนวทางมาแล้ว ผ่านคำพิพากษาศาลฎีกา เช่น กรณีการแลกเปลี่ยนคะแนนและการสมยอมจับคู่ลงคะแนน การติดต่อคุยกันผ่านแอปพลิเคชันไลน์เพื่อแนะนำตัวหรือแลกคะแนน กรณีตกลงเลือกไขว้และเสนอตำแหน่งให้กัน คดีการจับคู่กลุ่มแลกคะแนนและจัดเลี้ยง กรณีโทรศัพท์ชักชวนให้ลงคะแนนพร้อมเสนอเงินให้แก่กันต้องส่งฟ้องคดีฮั้ว สว.ต่อศาลฎีกานายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ข้อเท็จจริงในคดีฮั้ว สว.ที่จะพิจารณาวันที่ 14 ก.ย. มีความหนักหนาสาหัสและเป็นขบวนการใหญ่โตกว่าคดีที่ กกต.เคยยื่นศาลฎีกามาแล้วทั้งสิ้น หาก กกต.ไม่ยึดตามบรรทัดฐานเดิมที่เคยใช้ และศาลเคยรับรอง จะถือเป็นการเลือกปฏิบัติ หรือ 2 มาตรฐาน เข้าข่ายละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 นอกจากนี้ยังตั้งข้อสังเกตถึงกรรมการ กกต. 4 คน ที่มาจากความเห็นชอบของวุฒิสภาชุดปัจจุบัน ตามหลักนิติธรรมและธรรมาภิบาลถือเป็นผู้มีส่วนได้เสีย ไม่ควรเข้าร่วมประชุมหรือวินิจฉัย แต่เนื่องจากกฎหมายบังคับให้ต้องเข้าประชุม ทางออกเดียวตามหลักนิติธรรมคือ กกต.ต้องส่งเรื่องให้ศาลฎีกาเป็นผู้วินิจฉัยแทนพร้อมช่วยกลุ่ม สว.สำรองยื่นฟ้องนายอภิสิทธิ์กล่าวอีกว่า สำหรับกรณีมีการระบุว่าการสอบสวนของดีเอสไอไม่ชอบนั้น เรื่องนี้ศาลรัฐธรรมนูญเคยมีคำวินิจฉัยกรณี พล.ต.อ.ทวี สอดส่อง อดีต รมว.ยุติธรรม และนายภูมิธรรม เวชยชัย อดีตรองนายกฯ แล้วว่า กระบวนการของอนุกรรมการฯและดีเอสไอไม่มีสิ่งใดผิดกฎหมาย ในทางกลับกันหาก กกต.วินิจฉัยแบบ 2 มาตรฐาน คำวินิจฉัยของ กกต.นั่นแหละจะกลายเป็นผลไม้พิษ ที่เกิดจาก กกต.ซึ่งเป็นดอกพิษ อันมาจากวุฒิสภาที่เป็นกิ่งก้านพิษ และพรรคการเมืองที่ครอบงำ สว. ซึ่งเป็นต้นไม้พิษ ยืนยันว่าหากวันที่ 14 ก.ย. กกต.มีคำวินิจฉัยที่ไม่เป็นไปตามกฎหมาย เรื่องจะไม่จบลงเพียงแค่นั้น พรรคประชาธิปัตย์พร้อมเข้าช่วยเหลือสนับสนุนข้อกฎหมายและข้อเท็จจริงให้ผู้เสียหาย (กลุ่ม สว.สำรอง) นำคดีขึ้นสู่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบต่อไปเป็นสิทธิตาม รธน.ภาค ปชช.ชุมนุมผู้สื่อข่าวถามว่าขณะนี้มีความเคลื่อนไหวของภาคประชาชนและกลุ่มต่างๆ เช่น กลุ่มไอลอว์ ที่นัดมวลชนเดินในวันที่ 13 ก.ย. หรือกลุ่มนายสนธิ ลิ้มทองกุล ที่นัดเคลื่อนไหวชูประเด็นความยุติธรรมในการเลือก สว. นายอภิสิทธิ์ตอบว่า ถือเป็นสิทธิตามรัฐธรรมนูญ แสดงให้เห็นว่าสังคมอยากเห็นความถูกต้อง และไม่อยากให้ระบบถูกครอบงำบนความไม่ถูกต้อง คดีนี้ในเชิงกฎหมายมีความชัดเจนมาก อยากเรียกร้องให้ กกต.ทำหน้าที่เที่ยงตรง ไม่ให้เกิดชนวนความขัดแย้งรุนแรงในสังคม“ทนายเกิดผล” โดนขาดคุณสมบัติอีกเรื่อง น.ส.ชุลีพร ชาญใบพัด ผอ.กกต.ประจำจังหวัดนนทบุรี มอบหมายเจ้าหน้าที่สำนักงาน กกต.ประจำจังหวัดนนทบุรี เข้าแจ้งความดำเนินคดีกับกลุ่มผู้สมัคร สว.ระดับอำเภอ ที่ขาดคุณสมบัติในการลงรับสมัครเลือกตั้ง จำนวน 18 ราย พบว่า 1 ใน 18 รายนั้นมีนายเกิดผล แก้วเกิด ทนายคนดัง รวมอยู่ด้วย เนื่องจากเพิ่งลาออกจากการเป็นตัวแทนพรรคเสรีรวมไทยมาลงสมัครเป็น สว.ในระดับอำเภอ มีคุณสมบัติต้องห้ามเนื่องจากกฎหมายกำหนดว่าผู้ที่จะลงสมัคร สว.ได้ต้องลาออกจากพรรคการเมืองที่สังกัดอยู่ไม่ต่ำกว่า 5 ปีสว.ถกร่าง พ.ร.บ.งบ 70 ต่อจาก สส.ต่อมาเวลา 10.00 น. ที่รัฐสภา มีการประชุมวุฒิสภาเพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570 ต่อจากที่สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาเสร็จแล้ว นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง ชี้แจงหลังการร่างกฎหมายว่า งบประมาณปี 2570 วงเงิน 3.78 ล้านล้านบาท หลักการเพื่อมุ่งเน้นขับเคลื่อนนโยบายสำคัญรัฐบาลแก้ไขปัญหาประชาชน รักษาเสถียรภาพเศรษฐกิจควบคู่การรักษาวินัยการเงินการคลัง รองรับความผันผวนทางเศรษฐกิจ ตอบสนองต่อความท้าทายที่มีความเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว เป็นไปตามกรอบวินัยการเงินการคลังของรัฐบาลอย่างเคร่งครัด สำหรับข้อคิดเห็น เสนอแนะ สว. รัฐบาลรับไว้ด้วยความขอบคุณ จะนำไปประกอบการพิจารณาเพื่อให้การใช้จ่ายงบประมาณให้มีความคุ้มค่าและเกิดประโยชน์สูงสุด“นันทนา” มอบชื่อ “งบแล้วแต่ดวง”ด้านนางนันทนา นันทวโรภาส สว. อภิปรายว่า ขอตั้งชื่องบประมาณปีนี้ตามหัวหน้ารัฐบาลที่เป็น “คนเหนือดวง” ขอเรียกว่างบประมาณ “แล้วแต่ดวง” จัดงบฯแบบนี้ถือเป็นลายแทงสู่หุบเหว ประชาชนหวังพึ่งรัฐบาลคงไม่ได้ ขนาดนายกฯยังต้องพึ่งเหรียญสมีโชติเลย งบฯกระทรวงหลักๆถูกปรับลด แต่งบฯดีอีเพิ่ม 33% เพราะเป็นกระทรวงลูกเทพหรือไม่ ใครๆก็ทราบดีวางเดิมพันหมดหน้าตักกับเอไอ พัฒนา เศรษฐกิจได้จริงหรือ เอาแค่ โครงการนำร่อง TH-AI Passport ด้วยงบฯ 1,600 ล้านบาท ล้มเหลวตั้งแต่ยังไม่ออกจากท่า ไม่นับเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้างมากมาย หากสภาฯอนุมัติให้ก็เหมือนการตีเช็คเปล่า งบฯกลางยิ่งมากก็ยิ่งเพิ่มเงินทอน ถ้ารัฐบาลทำตัวเป็นลูกอีช่างกู้ แต่ไม่ยอมหาเงินมาคืน โลกจะจดจำว่ารัฐบาลอนุทินเป็นนักกู้ผู้ไม่รับผิดชอบต่ออนาคตประเทศ ผ่านฉลุยนายกฯยันใช้จ่ายโปร่งใสผู้สื่อข่าวรายงานว่าหลังใช้เวลาอภิปรายนานกว่า 5 ชั่วโมง ที่ประชุมลงมติเห็นชอบร่าง พ.ร.บ.งบประมาณปี 70 ไปด้วยคะแนน 145 ต่อ 5 งดออกเสียง 12 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ กล่าวปิดท้ายว่า ขอบคุณ สว.ที่ให้ความเห็นชอบงบประมาณ 70 รัฐบาลขอรับข้อคิดเห็นไปประกอบการปรับปรุง เพื่อให้ประชาชนได้รับประโยชน์จากงบประมาณอย่างเต็มที่ งบประมาณจะถูกนำไปใช้ตามวัตถุประสงค์ และแผนงานที่กำหนด ให้การใช้จ่ายมีความโปร่งใส มีประสิทธิผล บรรลุผลสัมฤทธิ์ และต้องตรวจสอบได้“ยศชนัน” ดัน 7 โครงการชลประทานที่ อ.พระยืน จ.ขอนแก่น นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ในฐานะกำกับดูแลกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่ตรวจโครงการขุดลอกคลองชลประทานบ้านหินเหิบศิลาทิพย์ นายยศชนัน กล่าวว่า เป้าหมายสำคัญในการลงพื้นที่ครั้งนี้ คือเร่งผลักดันการแก้ไขปัญหาให้เกิดผลเป็นรูปธรรมโดยเร็วที่สุด ยืนยันพร้อมผลักดันแผนพัฒนาชลประทาน อ.พระยืน จำนวน 7 โครงการ วงเงินงบประมาณรวม 375 ล้านบาท ครอบคลุมพื้นที่รับประโยชน์ถึง 6,300 ไร่ และช่วยเหลือราษฎรได้ 1,220 ครัวเรือน โครงการดังกล่าวประกอบด้วยสถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้า พร้อมระบบส่งน้ำ 5 แห่ง รวมถึงโครงการแก้มลิงหนองกุดโคลก และโครงการฝายบ้านหินเหิบ ทั้งหมดนี้จะเข้ามาช่วยแก้ไขปัญหาน้ำแล้งได้อย่างตรงจุด ทำให้พี่น้องประชาชนมีน้ำสำหรับอุปโภคและบริโภคเพียงพอตลอดช่วงฤดูแล้งโปรดเกล้าฯโผทหาร 805 นายช่วงเย็น เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่ประกาศสํานักนายกรัฐมนตรี เรื่องให้นายทหารรับราชการสนองพระเดชพระคุณ จํานวน 805 นาย ตั้งแต่ วันที่ 1 ต.ค.2569 เป็นต้นไป มีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ เป็นผู้รับสนองพระบรมราชโองการ มีตําแหน่ง ที่น่าสนใจดังนี้ พล.อ.ศรัณย์ เพชรานนท์ (ตท.26) จากรองปลัดกระทรวงกลาโหม เป็นปลัดกระทรวงกลาโหม กองบัญชาการกองทัพไทย พล.อ.ชิดชนก นุชฉายา เสนาธิการทหาร (เสธ.ทหาร) (ตท.26) พล.ร.อ.สุชาติ ธรรมพิทักษ์เวช รอง ผบ.ทบ. พล.อ.อ.ไวพจน์ เกิงฝาก รอง ผบ.ทอ. เป็นรอง ผบ.ทหารสูงสุด และ พล.อ.ณัฐพงษ์ เพราแก้ว (ตท.26) จากรอง เสธ.ทหาร เป็น เสธ.ทหาร กองทัพบก พล.อ.ณรงค์ฤทธิ์ คัมภีระ ผู้ช่วย ผบ.ทบ. (ตท.26) เป็นรอง ผบ.ทบ. พล.ท.นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4 (ตท.26) เป็นผู้ช่วย ผบ.ทบ. พล.ท.สราวุธ ไชยสิทธิ์ รอง เสธ.ทบ. (ตท.28) เป็นผู้ช่วย ผบ.ทบ. และ พล.ท.อาวุธ พุทธอำนวย ที่ปรึกษากองทัพบก (ตท.26) เป็น เสธ.ทบ. พล.ต.ชาคริต อุจะรัตน รองแม่ทัพภาคที่ 4 เป็นแม่ทัพภาคที่ 4 กองทัพเรือ พล.ร.อ.นเรศ วงศ์ตระกูล (ตท.26) ผู้ช่วย ผบ.ทร. เป็น ผบ.ทร. และกองทัพอากาศ พล.อ.อ.วชิระพล เมืองน้อย (ตท.27) ผู้ช่วย ผบ.ทอ. เป็นรอง ผบ.ทอ. พล.อ.อ.ระวิน ถนอมสิงห์ (ตท.26) ผบ.คปอ. พล.อ.อ.อนุรักษ์ รมณารักษ์ (ตท.28) เสธ.ทอ. เป็นผู้ช่วย ผบ.ทอ.อ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่