ฉบับเมื่อวานผมเล่าถึงบทบาทของเยาวชนคุ้งบางกะเจ้าที่นำวัสดุเหลือใช้มาสร้างมูลค่าเพิ่ม ทำให้ชุมชนในพื้นที่พิเศษคุ้งบางกะเจ้าได้รับรางวัล PATA Gold Awards 2026 จากสมาคมส่งเสริมการท่องเที่ยวภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก (PATA) วันเสาร์สบายๆวันนี้มาคุยกันถึงบทบาทของสตรีบ้าง ซึ่งเป็น 1 ใน 4 ผลงานจากประเทศไทยที่ได้รับรางวัล PATA Gold Awards 2026 เช่นกัน เป็นรางวัลประเภทการริเริ่มด้านการพัฒนาบทบาทสตรี ในผลงาน “ผาหมี : พลังสตรีอาข่าสู่การยกระดับคุณภาพชีวิตด้วยการท่องเที่ยวโดยชุมชนอย่างยั่งยืน” ในพื้นที่พิเศษเชียงรายชุมชนผาหมีเป็นชุมชนชาวอาข่า ต้นตระกูลอพยพมาจากจีนเมื่อราวปี 2505 ก่อนไปตั้งถิ่นฐานในเมียนมาและลาวช่วงหนึ่ง จากนั้นหนีภัยการสู้รบเข้ามาในเขตพื้นที่ ต.เวียงพางคำ อ.แม่สาย จ.เชียงราย แล้วลงหลักปักฐานที่บ้านผาหมีในที่สุดจุดเปลี่ยนสำคัญของหมู่บ้านเกิดขึ้นเมื่อในหลวงรัชกาลที่ 9 เสด็จเยี่ยมชุมชนถึง 3 ครั้ง ในปี 2513, 2516 และ 2517 ทรงแนะนำให้ชาวบ้านเลิกปลูกฝิ่น หันมาปลูกกาแฟและพืชเมืองหนาวแทน พร้อมฝากหลักดูแลป่าไว้ 3 ข้อ คือ ไม่ตัดต้นไม้ ไม่เผาป่า และช่วยกันดับไฟเมื่อเกิดไฟไหม้ ผาหมีวันนี้จึงเป็นแหล่งปลูกกาแฟอาราบิก้าที่มีชื่อเสียงแต่เบื้องหลังภูเขาเขียวขจีและไร่กาแฟ ผู้หญิงชาวอาข่ากลับมีชีวิตอยู่ภายใต้ข้อจำกัดมากมาย จารีตดั้งเดิมห้ามผู้หญิงปีนขึ้นหลังคา ห้ามขี่ม้า ห้ามออกมาต้อนรับแขก ห้ามเป็นม่ายเกิน 13 วัน และห้ามร่วมพิธีไหว้บรรพบุรุษ มีบทบาทแค่จัดเตรียมอาหารเซ่นไหว้เท่านั้นข้อห้ามจารีตเหล่านี้เป็นกุศโลบายเพื่อ คุ้มครองความปลอดภัย ของสตรีอาข่า แต่ในขณะเดียวกันก็ส่งผลกระทบต่อ การดำรงชีวิตและโอกาสของสตรีอาข่าในหลายมิติ โดยเฉพาะการปฏิสัมพันธ์กับคนต่างถิ่นต่างวัฒนธรรม รวมถึงข้อจำกัดด้านภาษา ทำให้ขาดความมั่นใจ เขินอายในการพูดคุยและนำเสนออัตลักษณ์วัฒนธรรมกระทั่งปี 2559 กลุ่มผู้นำสตรีอาข่า ได้รวมตัวกันก่อตั้ง “ วิสาหกิจชุมชนกลุ่มท่องเที่ยวดอยผาหมี” เพื่อใช้การท่องเที่ยวเป็นเครื่องมือเปลี่ยนภาพจำของหมู่บ้าน จากในอดีตที่เคยถูกมองเป็นพื้นที่ชายแดนเสี่ยงภัย และพัวพันกับปัญหายาเสพติด สิ่งของผิดกฎหมายให้กลายเป็นพื้นที่ปลอดภัยสำหรับนักท่องเที่ยว โดยมีสตรีชาวอาข่าเป็นกลไกหลักในการพัฒนาปรับเปลี่ยนภาพลักษณ์ของชุมชนผาหมี ทั้งยังเสริมสร้างความเชื่อมั่นในตัวเอง กล้าคิดกล้าแสดงออก ก้าวข้ามข้อจำกัดด้านภาษาและวัฒนธรรมจากนั้นเกิดกลุ่มกิจกรรมย่อยหลายกลุ่ม เช่นกลุ่มกาแฟวิถีอาข่า กลุ่มปั่นฝ้ายทอผ้า กลุ่มทำอาหารพื้นถิ่น กลุ่มการแสดงศิลปวัฒนธรรม กลุ่มโฮมสเตย์ กลุ่มรถรับส่งในชุมชน และกลุ่มเกษตรที่ต่อยอดเป็นแหล่งท่องเที่ยว ขณะเดียวกัน อพท.เชียงรายได้เข้ามาช่วยวาง ระบบท่องเที่ยวตามมาตรฐาน CBT Thailand พร้อมส่งเสริมแนวคิดท่องเที่ยวคาร์บอนสมดุลตัวเลขที่บอกความเปลี่ยนแปลงชัดที่สุดคือ จากแรกเริ่มมีผู้ประกอบการ 7 ราย วันนี้ผาหมีมีผู้ประกอบการด้านท่องเที่ยว 37 ราย นักท่องเที่ยวเพิ่มจาก 808 คนในปี 2567 เป็น 2,196 คนในปี 2568 รายได้จากการท่องเที่ยวปี 2568 อยู่ที่ 1,322,270 บาท คนรุ่นใหม่เริ่มกลับมาสานต่อธุรกิจครอบครัวมากขึ้นจากผู้หญิงที่เคยมีบทบาทเป็นเพียงแม่บ้านภายใต้จารีตที่เคร่งครัด วันนี้สตรีอาข่ากลายเป็น ผู้สื่อสารวัฒนธรรมของชุมชน ฟื้นฟูภาพลักษณ์ของผาหมีจนเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีผู้หญิงอาข่าเป็นตัวชูโรง จนสามารถคว้ารางวัลระดับสากลมาครองคุณศิริปกรณ์ เชี่ยวสมุทร ผอ.อพท. ประกาศว่า กระบวนการทำงานและชุมชนที่ได้รับรางวัล PATA Gold Awards จะได้เป็น ต้นแบบขยายผลองค์ความรู้ไปยังพื้นที่อื่นๆ เพื่อพัฒนาจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวให้มีคุณภาพระดับสากล รองรับตลาดนักท่องเที่ยวคุณภาพสูงต่อไปผมขอสนับสนุนแนวทางของ อพท.เดินหน้าภารกิจสร้างความสุขให้ทั้งนักท่องเที่ยวและชุมชนเจ้าของพื้นที่.ลมกรดคลิกอ่านคอลัมน์ “หมายเหตุประเทศไทย” เพิ่มเติม