นครบาลสกัดจับหัวจ่ายยานรกรายใหญ่ 2 คดี รายแรก กก.ดส.จับกุม 2 ผู้ต้องหาขณะลักลอบขนยาเสพติด พร้อมของกลางยาไอซ์ 240 กก. และยาเค 20 กก. จากจ.ลพบุรี เพื่อมาซุกไว้ที่บ้านพักย่านทุ่งครุ กทม.ก่อนส่งให้ลูกค้า อีกรายจับกุมหนุ่มลักลอบส่งยาไอซ์ทางพัสดุ พร้อมของกลางยาไอซ์ 400 กก. พล.ต.อ.สำราญเผย ทั้งคู่เป็นผลงานของ บช.น.ช่วง 3 วัน สั่งการให้เสริมจุดตรวจจุดสกัด ประสานงานร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัด ฝ่ายปกครอง และเจ้าหน้าที่ ป.ป.ส. เพื่อสกัดกั้นยาเสพติดบช.น.จับหัวจ่ายยานรกใหญ่ 2 คดี ยึดยาไอซ์ และยาเค เปิดเผยขึ้นที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) เมื่อเวลา 15.00 น.วันที่ 11 ก.ย. พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร. และ ผอ.ศอ.ปส.ตร. พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น. นายปฤณ เมฆานันท์ ผอ.สำนักงาน ป.ป.ส.กทม. พ.ต.อ.ศุภชัย ชัยสุวรรณ ผกก.ดส.บช.น. พ.ต.อ.อัษฎาวุธ ขวัญเมือง ผกก.สส.บก.น.7 แถลงผลการจับกุมเครือข่ายยาเสพติดรายใหญ่ 2 คดี พร้อมของกลางยาไอซ์ 640 กก. และยาคีตามีน 20 กก.คดีแรก ชุดสืบสวน กก.ดส.บช.น. จับกุมนายวิวัฒน์ หรือเต้ย เศรษฐวงศ์ อายุ 39 ปี และ น.ส.พิมลพรรณ หรือฟ้า ลาอินทร์ อายุ 30 ปี แจ้งข้อหาร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 (ยาบ้า หรือเมทแอมเฟตามีน) โดยการมีไว้เพื่อจำหน่าย โดยไม่ได้รับอนุญาต อันเป็นการกระทำเพื่อการค้า และก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน และทำให้กระทบต่อความมั่นคงของรัฐ หรือความปลอดภัยของประชาชนทั่วไป และร่วมกันจำหน่ายวัตถุออกฤทธิ์ประเภทที่ 2 (คีตามีน) โดยการมีไว้เพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต อันเป็นการกระทำเพื่อการค้า และก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน หรือความปลอดภัยของประชาชนทั่วไป พร้อมของกลางยาไอซ์ 240 กก. ยาเค 20 กก. รวมมูลค่ากว่า80ล้านบาทสืบเนื่องจาก พ.ต.ต.วรพล สมประสงค์ สว.กก.ดส.บช.น. ขยายผลจับผู้ค้าเครือข่ายยาเสพติดย่านสุขสวัสดิ์ และทุ่งครุ กทม. พบว่านายวิวัฒน์เดินทางไปรับยาเสพติดในพื้นที่ จ.ลพบุรี เพื่อนำมาเก็บไว้ที่บ้านในซอยสุขสวัสดิ์ 70 แขวงและเขตทุ่งครุ กทม. ชุดสืบสวนนำกำลังสะกดรอยติดตามไปจับกุมได้ที่ปั๊มน้ำมัน ปตท. พื้นที่ ต.เชียงรากน้อย อ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา ขณะนายวิวัฒน์ขับรถกระบะอีซูซุ แบบตู้ทึบ สีขาว ทะเบียน 3 ฒฮ 3257 กรุงเทพมหานคร ขนยาเสพติดมาจอดภายในปั๊มน้ำมัน และขยายผลจับ น.ส.พิมลพรรณ คนทำหน้าที่ขับรถอีกคันดูต้นทาง สอบสวนผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่าไปรับยาเสพติดตามที่ผู้สั่งการในพื้นที่ที่ จ.ลพบุรี เพื่อนำไปเก็บไว้ที่บ้านพักก่อนส่งให้ลูกค้าได้ค่าจ้างขน 1 แสนบาท นำตัวผู้ต้องหาส่ง บช.ปส.ดำเนินคดีอีกคดี ชุดสืบสวน กก.สส.บก.น.7 จับกุมนายธเนศ ภูติพงศ์สุภัค อายุ 52 ปี แจ้งข้อหาร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีนหรือยาไอซ์) โดยการมีไว้เพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาตอันเป็นการกระทำเพื่อการค้าและก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน และเป็นการกระทำที่ก่อให้เกิดผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐ หรือความปลอดภัยของประชาชนทั่วไป พร้อมของกลางยาไอซ์ 400 กก. จับกุมได้ที่บริเวณตลาดนางรำบางเสาธง ต.บางเสาธง อ.บางเสาธง จ.สมุทรปราการ ต่อเนื่องบ้านพักย่านซอยประชาอุทิศ 90 ต.ในคลองบางปลากด อ.พระสมุทรเจดีย์ จ.สมุทรปราการชุดจับกุมขยายผลจากชุดปราบปรามยาเสพติดภาค 9 ตรวจยึดยาไอซ์ 205 กก. เมื่อวันที่ 14 ส.ค. ที่ผ่านมา พบเป็นขบวนการค้ายาเสพติดส่งพัสดุทางขนส่งแห่งหนึ่งใน อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ให้ลูกค้าในพื้นที่ภาคใต้ จากการขยายผลได้เบาะแสว่า นายธเนศเป็นผู้รับยาเสพติดมาซุกซ่อนไว้ที่บ้าน ก่อนจะเรียกรถส่งพัสดุมารับยาเสพติดที่บ้าน เจ้าหน้าที่ติดตามสกัดจับรถคนขนส่งพัสดุได้ที่ปั๊มน้ำมันย่านบางขุนเทียน ถนนพระราม 2 กทม. ตรวจค้นรถกระบะตู้ทึบพบยาไอซ์บรรจุในกล่องพัสดุรวมจำนวน 300 กก. สอบสวนคนขับรถทราบว่านายธเนศเป็นผู้ติดต่อให้ไปรับพัสดุ นำกำลังจับกุมได้ที่บ้านพร้อมตรวจค้นพบยาไอซ์อีก 100 กก. สอบสวนนายธเนศรับสารภาพว่าได้ค่าจ้าง 2 แสนบาท และเคยถูกจับคดีจำหน่ายยาเสพติดถูกจำคุก 7 ปี นำตัวส่ง บช.ปส.ดำเนินคดีด้าน พล.ต.อ.สำราญกล่าวว่า เป็นผลการจับกุมยาเสพติดของ บช.น. ช่วงวันที่ 9-11 ก.ย. เป็นการร่วมมือกันกับเจ้าหน้าที่ ป.ป.ส. และ บช.ปส.ขยายผลจับกุม จากข้อมูลขยายผลพบว่ามีออเดอร์ส่งยาเสพติดมาจากต่างประเทศใช้ไทยเป็นทางผ่าน เจ้าหน้าที่จับกุมผู้เสพผู้ค้ารายย่อยอย่างต่อเนื่องส่งผลให้ราคายาเสพติดแพงขึ้น เครือข่ายยาเสพติดพยายามลักลอบขนยาเสพติด ส่วนใหญ่เข้ามาผ่านทางภาคอีสาน สั่งการให้เสริมกำลังจุดตรวจจุดสกัด ประสานงานข้อมูลการข่าวร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัด ฝ่ายปกครอง และเจ้าหน้าที่ ป.ป.ส. ในวันที่ 18 ก.ย. จะเดินทางไปประเทศมาเลเซียเพื่อบูรณาการทุกภาคส่วนเพื่อแก้ไขปัญหายาเสพติดนอกประเทศต่อไปอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่