ศาลอาญาคดีทุจริตฯ ภาค 1 จังหวัดสระบุรี มีคำสั่งไม่อนุญาตให้ประกันตัวทั้ง “สมีโชติ” อดีตเจ้าอาวาสวัดพุทไธศวรรย์ และ “สีกาเอ๋” หลังนำตัวฝากขังผัดแรกในคดีทุจริตเงินวัดและร่วมกันฟอกเงิน คุมตัวส่งขังที่เรือนจำสระบุรี บช.ก. ร่วมกับ ปปง. และ พศ. ร่วมแถลงผลจับกุม ระบุได้เบาะแสอดีตพระอติโชติโกงเงินวัด และเสพเมถุนสีกาเอ๋ตั้งแต่เดือน ก.ค. ตรวจสอบเชิงลึกพบเบียดบังเงินบริจาค และจำหน่ายวัตถุมงคลของวัดกว่า 100 ล้านบาท ทั้งคู่ร่วมสบคบกันฟอกเงินจากตรวจค้น 6 จุด ใน 4 จังหวัด อายัดทรัพย์ อาทิ เงินสด ทรัพย์สินมีค่าหลายรายการ รวมมูลค่ากว่า 432 ล้านบาท ปปง.เตรียมไล่เบี้ยสอบเส้นทางเงินทั้งหมด ส่วนที่วัดพุทไธศวรรย์บรรยากาศคนมาทำบุญบางตา วอนให้แยกแยะระหว่างตัวบุคคลกับวัด และช่วยกันเป็นหูเป็นตาส่องสีกาใกล้ชิดพระสงฆ์ พร้อมแต่งตั้งสมภารวัดท่าการ้องรักษาการ ด้านนายกฯเผย เหรียญเหนือดวงปลุกเสกใช้บรรดาพระเกจิเป็นคณะไม่ใช่แค่เพียงสมีโชติรูปเดียวกรณีสะเทือนวงการพระสงฆ์กองปราบปรามบุกจับกุมพระเถระชั้นผู้ใหญ่ชื่อดัง พระวชิรญาณ วิ. หรือเจ้าคุณอติโชติ ธมฺมวโร หรือพระอติโชติ ทันประเสริฐ อายุ 66 ปี พระราชาคณะชั้นสามัญ อดีตเจ้าอาวาสวัดพุทไธศวรรย์ พระอารามหลวง ต.สำเภาล่ม อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา ผู้สร้างวัตถุมงคลโด่งดัง เหรียญจตุคามรามเทพ รุ่นเหนือดวง หรือเหรียญยกฐานะ ในคดีทุจริตเงินวัดกว่า 92 ล้านบาท และเสพเมถุนสีกา โดยมีหลักฐานคลิปฉาวบันทึกภาพร่วมเสพสังวาสสีกาบนโต๊ะกลมใช้ฉันอาหารชนิดดิ้นไม่หลุด จับกุมขณะฉันภัตตาหารเช้าเมนูระดับภัตตาคารก่อนนำตัวไปสึกทันที ชุดจับกุมตามรวบตัว “สีกาเอ๋” น.ส.ปุณยวีร์ รุ่งเรือง อายุ 47 ปี สาวร่วมเสพกาม ข้อหาสนับสนุนเจ้าพนักงานเบียดบังทรัพย์ฯ และปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ สมคบฟอกเงิน และร่วมกันฟอกเงิน พร้อมยึดของกลางเอกสาร โต๊ะกลมไม้สักสีส้มใช้เสพสังวาสกับ “สีกาเอ๋” ตามที่ปรากฏคลิปฉาวในกุฏิ เจ้าหน้าที่ได้อายัดทรัพย์สินมีค่าเบื้องต้น อาทิ ทองคำแท่ง พระเครื่องเนื้อทองคำ เงินสด รวมมูลค่ากว่า 100 ล้านบาท หลังตรวจค้นบ้านฝ่ายหญิงย่านคลองสี่ จ.ปทุมธานี และที่กุฏิ นำตัวทั้งคู่ และนายเชษฐา นินสุขม ไวยาวัจกรวัด ไปสอบปากคำที่กองปราบฯบช.ก. ปปง. พศ. แถลงจับสมีโชติความคืบหน้าคดีจับกุมอดีตเจ้าอาวาสชื่อดัง วัดพุทไธศวรรย์ ที่ห้องแถลงข่าวชั้น 2 กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 11 ก.ย. พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก. พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รอง ผบช.ก. พล.ต.ต.พัฒนศักดิ์ บุบผาสุวรรณ ผบก.ป. พ.ต.อ.ปทักข์ ขวัญนา รอง ผบก.ป. พ.ต.อ.เจตนิพัทธ์ ศิริวัฒน์ ผกก.1 บก.ป. ร่วมกับนายกมลสิษฐ์ วงศ์บุตรน้อย รองเลขาธิการสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) นายกฤศกร สนิทศักดิ์ดี ผู้ตรวจราชการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) ร่วมแถลงผลการจับกุมนายอติโชติ ทันประเสริฐ อายุ 66 ปี หรืออดีตพระวชิรญาณ (อติโชติ) หรือพระวชิรญาณ (อติโชติ ธมฺมวโร) อดีตเจ้าอาวาสวัดพุทไธศวรรย์ ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ ภาค 1 ที่ 29/2569 ลงวันที่ 8 ก.ย.69 ข้อหาเป็นเจ้าพนักงานเบียดบังทรัพย์ฯ, เป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติ/ละเว้นหน้าที่โดยมิชอบหรือทุจริตฯ, เป็นเจ้าพนักงานของรัฐปฏิบัติ/ละเว้นโดยมิชอบ และสมคบฟอกเงินและร่วมกันฟอกเงิน และ น.ส.ปุณยวีร์ รุ่งเรือง อายุ 47 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ ภาค 1 ที่ 30/2569 ลงวันที่ 8 ก.ย.69 ข้อหาสนับสนุนเจ้าพนักงานเบียดบังทรัพย์ฯ, สนับสนุนเจ้าพนักงานปฏิบัติ/ละเว้นหน้าที่โดยมิชอบหรือทุจริตฯ, สนับสนุนเจ้าพนักงานของรัฐปฏิบัติ/ละเว้นโดยมิชอบ และสมคบฟอกเงินและร่วมกันฟอกเงิน จับกุมที่วัดพุทไธศวรรย์ เมื่อวันที่ 10 ก.ย.ที่ผ่านมาบก.ป.ได้เบาะแสตั้งแต่เดือน ก.ค.พล.ต.ต.พัฒนศักดิ์กล่าวว่า วันที่ 15 ก.ค. เจ้าหน้าที่ได้รับหนังสือร้องเรียนแจ้งเบาะแสจากผู้ประสงค์ไม่ออกนาม ร้องเรียนเจ้าอาวาสวัดพุทไธศวรรย์ ว่ามีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม มีความสัมพันธ์เชิงชู้สาวกับ น.ส.ปุณยวีร์ ที่ไม่ได้ประกอบอาชีพเป็นหลักแหล่ง แต่กลับมีทรัพย์สินเพิ่มขึ้นผิดปกติ เมื่อสืบสวนตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้วพบว่าอดีตพระวชิรญาณ (อติโชติ) มีพฤติกรรมเสพเมถุนกับ น.ส.ปุณยวีร์จริง ถือว่าต้องอาบัติปาราชิกขาดจากความเป็นพระภิกษุ ตามพระธรรมวินัยของสงฆ์โดยทันที ในวันที่ 10 ก.ย. ที่เข้าตรวจค้นและจับกุม เจ้าหน้าที่จากสำนักพุทธ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ได้ร่วมกับคณะสงฆ์ผู้ปกครอง ได้ดำเนินการให้พระวชิรญาณ (อติโชติ) ได้ลาสิกขาพ้นจากสมณเพศตามพระธรรมวินัยของสงฆ์ทันทีพบหลักฐานชัดทุจริตโกงเงินวัดผบก.ป.กล่าวต่อว่า จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้สืบสวนขยายผลตรวจสอบเชิงลึกจากข้อมูลในหนังสือร้องเรียนเกี่ยวกับการเงินของวัดพบว่า อดีตพระวชิรญาณ (อติโชติ) รับเงินบริจาคในนามวัด แต่ไม่นำเงินเข้าบัญชีของวัด มีการออกใบอนุโมทนาบัตรของวัดให้ผู้เช่าบูชาวัตถุมงคล เบื้องต้นพบหลักฐานการรับโอนเงินและออกใบอนุโมทนาบัตรหลายรายการ รวมยอดเงินประมาณ 100 ล้านบาทเศษ แต่ปรากฏว่าเงินบริจาคตามใบอนุโมทนาบัตรที่ออกไปโดยอดีตพระวชิรญาณ (อติโชติ) ในฐานะเจ้าอาวาสลงนามนั้น เงินไม่ได้เข้าบัญชีของวัดแต่อย่างใด เมื่อตรวจสอบธุรกรรมการเงินของ น.ส.ปุณยวีร์ปรากฏว่า มีทรัพย์สินเพิ่มขึ้นผิดปกติ ในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา ทั้งที่ไม่มีรายได้ประจำ ได้แก่ บ้านทาวน์เฮาส์ 2 หลัง มูลค่ารวมกว่า 4 ล้านบาท รถโตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ และเงินฝากธนาคารกว่า 5 ล้านบาท อำพรางการถือครองด้วยการใส่ชื่อบุตรสาวแทนทั้งคู่ร่วมฟอกเงินกว่า 432 ล้านบาทพล.ต.ต.พัฒนศักดิ์กล่าวอีกว่า พฤติกรรมน่าเชื่อว่า มีการสมคบกันฟอกเงินกับอดีตพระวชิรญาณ (อติโชติ) ทำให้วัดพุทไธศวรรย์ได้รับความเสียหาย พนักงานสอบสวน กก.1 บก.ป. รวบรวมพยานหลักฐานจนนำมาสู่การขออนุมัติศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ ภาค 1 ออกหมายจับทั้งคู่ พร้อมทั้งตรวจค้นพื้นที่เป้าหมายเพื่อหาพยานหลักฐานประกอบคดีจำนวน 6 จุด ใน จ.พระนครศรีอยุธยา จ.ปทุมธานี จ.บุรีรัมย์ และกรุงเทพมหานคร ตรวจยึดของกลางของอดีตพระวชิรญาณ (อติโชติ) มีเงินฝากในบัญชีและเงินสดจำนวน 138,308,986 บาท ทองคำแท่งและทองคำรูปพรรณ น้ำหนักรวมกว่า 1,000 บาท คิดเป็นมูลค่ากว่า 70 ล้านบาท รวมมูลค่าทั้งสิ้น 208,204,733 บาท ส่วน น.ส.ปุณยวีร์ ยึดเงินสด 3,873,614 บาท ทองคำน้ำหนักประมาณ 90 บาท คิดเป็นเงิน 6,151,500 บาท รวมมูลค่าทั้งสิ้น 10,025,114 บาท เอกสารที่ดินและบัญชี 10 รายการ อาทิ โฉนดที่ดิน 2 ฉบับ สมุดบัญชี 7 เล่ม สัญญาซื้อขายที่ดิน 1 ฉบับ เอกสาร 18 รายการ อาทิ กรมธรรม์สุขภาพ ใบซื้อ-ขายทองคำ และสลากออมสิน รวมมูลค่า 215,229,847 บาท รวมทั้งส้ิน 432 ล้านบาทเศษเตือนเงินทำบุญต้องโอนบัญชีวัดด้าน พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์กล่าวว่า ขอแจ้งเตือนพุทธศาสนิกชนก่อนโอนเงินร่วมทำบุญหรือบริจาคเงินให้กับวัดใดๆ ขอให้ตรวจสอบให้แน่ใจว่าโอนเข้าบัญชีธนาคารในนามวัดที่ลงทะเบียนรับบริจาคผ่านระบบ e-Donation ของกรมสรรพากรเท่านั้น หากพบการเชิญชวนให้โอนเงินเข้าบัญชีส่วนตัวของพระภิกษุ หรือบัญชีบุคคล มูลนิธิอื่นใดแทนบัญชีวัด แม้จะมีการออกใบอนุโมทนาบัตรให้ก็ตาม ขอให้ตรวจสอบให้รอบคอบก่อนโอนเงินทุกครั้งเพราะเงินบริจาคที่ท่านตั้งใจทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา อาจถูกนำไปใช้ผิดวัตถุประสงค์โดยไม่รู้ตัว หากท่านเคยบริจาคเงินให้กับวัดพุทไธศวรรย์ผ่านบัญชีส่วนตัวของเจ้าอาวาสหรือบัญชีมูลนิธิที่เกี่ยวข้อง และประสงค์ให้ข้อมูลประกอบสำนวนคดี สามารถติดต่อตำรวจสอบสวนกลางได้ตลอดเวลาคุมตัวผู้ต้องหาฝากขังผัดแรกต่อมาเวลา 13.00 น. ที่ศูนย์รับแจ้งความร้องทุกข์ บช.ก. พนักงานสอบสวน กก.1 บก.ป. ได้เบิกตัวนายอติโชติ อดีตเจ้าอาวาสวัดพุทไธศวรรย์ และ น.ส.ปุณยวีร์ หรือสีกาเอ๋ ไปส่งศาลอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ ภาค 1 (สระบุรี) เพื่อฝากขังผัดแรก เนื่องจากสอบสวนยังไม่แล้วเสร็จ ท้ายคำร้องพนักงานสอบสวนได้คัดค้านการประกันตัวเนื่องจากเกรงผู้ต้องหาจะหลบหนี หรือเข้าไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน เนื่องจากคดีนี้มีมูลค่าความเสียหายมากกว่า 200 ล้านบาท รายงานข่าวแจ้งว่า นายอติโชติ อดีตเจ้าอาวาสวัดพุทไธศวรรย์ และ น.ส.ปุณยวีร์ มีสีหน้าและท่าทางอิดโรยอย่างเห็นได้ชัด พร้อมปฏิเสธตอบคำถามสื่อมวลชนที่มารอทำข่าวศาลไม่ให้ประกันส่งขังคุกทั้งคู่ต่อมาเวลา 14.00 น. พนักงานสอบสวน บก.ป. ควบคุมตัวนายอติโชติ อดีตเจ้าอาวาสวัดพุทไธศวรรย์ ผู้ต้องหาที่ 1 และ น.ส.ปุณยวีร์ หรือสีกาเอ๋ ผู้ต้องหาที่ 2 ไปฝากขังที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ภาค 1 จังหวัดสระบุรี ศาลมีคำสั่งอนุญาตให้ฝากขังผู้ต้องหาทั้งสอง ครั้งแรกมีกำหนด 12 วัน นับแต่วันที่ 11 ก.ย.ถึงวันที่ 23 ก.ย. ศาลพิเคราะห์เห็นว่าผู้ต้องหาทั้งสองเป็นบุคคลตามหมายจับ ถูกกล่าวหาว่ากระทำความผิดฐานฟอกเงินและความผิดตามกฎหมายอื่นที่มีอัตราโทษสูงที่จะต้องสอบสวนเส้นทางการเงินและขยายผลผู้ที่เกี่ยวข้อง กรณีมีเหตุอันควรเชื่อว่าหากปล่อยชั่วคราวผู้ต้องหาทั้งสองจะไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐานตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 108/1 (2), (5) อนุญาตให้ฝากขัง และยกคำร้องขอปล่อยชั่วคราวผู้ต้องหาทั้งสอง คุมตัวส่งเรือนจำจังหวัดสระบุรีกรรมการวัดให้ขนโต๊ะฉาวออกไปมีรายงานว่า จากการสอบปากคำนายอติโชติ และ น.ส.ปุณยวีร์ เมื่อคืนที่ผ่านมา กว่า 5 ชม. ทั้งคู่ให้การปฏิเสธ ข้อหายักยอกเงินวัดและฟอกเงิน แต่ยอมรับในเหตุการณ์ที่ปรากฏในคลิปเท่านั้น สำหรับโต๊ะกลมไม้สีส้มที่ตำรวจยกมาที่ บก.ป.จากวัดพุทไธศวรรย์ ได้รับการเปิดเผยจากตำรวจ บก.ป.ว่า เป็นเพราะคณะกรรมการวัดขอร้องให้ตำรวจกองปราบฯช่วยยกออกมาจากวัด เนื่องจากโต๊ะดังกล่าวเป็นโต๊ะที่อดีตเจ้าอาวาสและสีกาเอ๋ใช้เสพเมถุน ถือว่าเป็นสิ่งอัปมงคลอย่างยิ่ง ไม่สมควรตั้งอยู่ในพระอารามหลวงต่อไป รวมทั้งเกรงว่าจะมีผู้ไม่หวังดีมาถ่ายรูปเช็กอินที่วัด สร้างกระแสไปในทางไม่ดี จึงร้องขอให้ตำรวจช่วยยกออกจากวัดมาเก็บรักษาไว้ที่ กก.1 บก.ป. เป็นการชั่วคราว จากนั้นดำเนินการอย่างไรกับโต๊ะตัวนี้จะมีการหารือเพื่อหาข้อสรุปอีกครั้งเป็นหูเป็นตาส่องสีกาใกล้ชิดพระที่วัดพุทไธศวรรย์ บรรยากาศเป็นไปอย่างเงียบเหงาตอนช่วงสายมีประชาชนเดินทางมาทำบุญที่วัดบ้าง บริเวณที่กุฏิอดีตเจ้าอาวาส เจ้าหน้าที่ได้นำเชือกมากั้นไว้โดยรอบ และนำเทปมาคาดปิดไว้ที่ประตู ไม่อนุญาตให้ผู้ใดเข้า-ออก ส่วนพระอุโบสถ หรือส่วนอื่นของวัด เปิดให้ประชาชนเข้ากราบไหว้ได้ตามปกติ นายนเรศ บัวนาถ อายุ 75 ปี ชาวอยุธยา เปิดเผยว่า เดินทางมาจาก อ.บางปะหัน หลังจากที่เห็นข่าวมีความรู้สึกที่ไม่ดี มาเพราะเลื่อมใสวัดเคยพาคนมาแนะนำคนอื่นมาไม่น่าจะเป็นไปได้ แต่ก็เป็นไปแล้ว อยากจะฝากชาวบ้านหรือประชาชนต้องช่วยกันเป็นหูเป็นตา วัดไหนที่เห็นผู้หญิงเดินตามพระ หรืออยู่ในวัดก็ให้ช่วยกันสังเกต ตนจะนำเรื่องที่เกิดขึ้นไปเป็นวิทยาทานให้วัดแถวบ้าน เห็นในหลายที่เกิดเรื่องผู้หญิงจะอายปิดหน้าปิดตาแต่คนนี้เปิดเผยหมด เปิดหน้าเปิดตาไม่เกรงอะไร อยากให้สังคมแยกแยะระหว่างวัดกับพระเป็นเรื่องของบุคคล ไม่ใช่วัดนี้จะมีเรื่องของพระสงฆ์แล้วเราจะไม่เข้าวัด ต้องแยกให้ออกเพื่อศาสนาไม่ใช่เหมารวมเพราะเป็นคนละเรื่องกันตั้งสมภารวัดท่าการ้องรักษาการมีรายงานว่า พระเทพวัชรจริยาจารย์ เจ้าคณะจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ลงนามคำสั่งเจ้าคณะจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ลงวันที่ 10 ก.ย.69 เรื่องแต่งตั้งผู้รักษาการแทนเจ้าอาวาสพระอารามหลวง ระบุว่า พระวชิรญาณ (อภิโชติ ธมฺมวโร) เจ้าอาวาสวัดพุทไธศวรรย์ ได้ลาสิกขาเมื่อวันที่ 10 ก.ย.69 ณ พระอุโบสถวัดพุทไธศวรรย์ ส่งผลให้ตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดพุทไธศวรรย์ ว่างลงนั้น อาศัยอำนาจตามข้อ 4 วรรคสอง แห่งกฎมหาเถรสมาคม ฉบับที่ 19 (พ.ศ.2536) ว่าด้วยการแต่งตั้งผู้รักษาการแทนเจ้าอาวาส ออกตามพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ. 2505 และที่แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2535 มีคำสั่งแต่งตั้งพระพิพัฒนศาสนกิจวิธาน (ประยูร สุทฺธิปุญโญ) เจ้าอาวาสวัดท่าการ้อง และรองเจ้าคณะจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ให้ดำรงตำแหน่งผู้รักษาการแทนเจ้าอาวาสวัดพุทไธ ศวรรย์ ตั้งแต่วันที่ 10 ก.ย.69 เป็นต้นไปปปง.ไล่เรียงตรวจเส้นเงินทั้งหมดที่สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) นายเทพสุ บวรโชติดารา เลขาธิการ ปปง. กล่าวถึงการตรวจสอบเส้นทางการเงินของสมีโชติ อดีตเจ้าอาวาสวัดพุทไธศวรรย์ว่า ปปง.ได้ประสานงานกับกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) มาตลอด ในการส่งสำนวนคดีมาที่ ปปง. เพื่อจะตรวจสอบทั้งหมด เงินที่เข้ามามีทั้งผ่านบัญชีส่วนตัว และผ่านมูลนิธิ เมื่อถามว่าเกี่ยวข้องกับการฟอกเงินหรือไม่ นายเทพสุกล่าวว่า มีข้อหาอยู่แล้ว ปปง.และ CIB ประสานงานกันอย่างใกล้ชิด ต้องตรวจสอบว่าทรัพย์ที่ได้มานั้น มีความเกี่ยวข้องกับการกระทำผิดหรือไม่ ทั้ง 2 หน่วยงานต้องทำความร่วมมือกันอีกหลายส่วน เมื่อถามว่าทรัพย์สินที่มีการตรวจสอบจำนวนหลายร้อยล้านบาท สามารถสันนิษฐานว่าเป็นเงินทุนเทาได้หรือไม่ นายเทพสุกล่าวว่า ขณะนี้ยังบอกไม่ได้ ต้องตรวจสอบอีกเยอะ ใช้เวลาการตรวจสอบไม่นาน และเจ้าหน้าที่ ปปง.ได้ลงพื้นที่ร่วม ตรวจค้นด้วยรมว.การท่องเที่ยวฯ เชื่อวัดเป็นที่ศรัทธานายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา แกนนำ สส.พระนครศรีอยุธยา พรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า อดีตเจ้าอาวาสวัดพุทไธศวรรย์หลายๆ รูปก่อนหน้านี้เป็นที่ศรัทธา เป็นวัดที่สำคัญมีประวัติศาสตร์มีพระไสยาสน์ที่ศักดิ์สิทธิ์ และมีสถาปัตยกรรมที่สวยงาม โดยเฉพาะพระปรางค์ริมแม่น้ำเจ้าพระยาความศักดิ์สิทธิ์ที่อยู่ในวัด เชื่อว่านักท่องเที่ยวและชาวพระนครศรีอยุธยายังคงศรัทธา ตัวบุคคลที่มีเรื่องเชื่อว่าคนแยกออกศาสนาไม่เคยสอนให้ทำเช่นนี้ คิดว่าคนยังคงมานมัสการพระนอนศักดิ์สิทธิ์และมาท่องเที่ยว ผู้สื่อข่าวถามว่าจะไม่กลายเป็นวิกฤติศรัทธาจนทำให้ภาคการท่องเที่ยวโบราณสถานใน จ.พระนครศรีอยุธยาได้รับผลกระทบ นายสุรศักดิ์กล่าวว่า ข่าววงการพระไม่ใช่เพิ่งมีครั้งแรก มีมาต่อเนื่อง เชื่อว่าคนที่มาวัดพุทไธศวรรย์ ส่วนใหญ่ไม่ได้มากราบคนที่มีปัญหา มีเพียงกลุ่มหนึ่งที่เชื่อและศรัทธาในของขลัง แต่ส่วนมากคนที่มาวัดพุทไธศวรรย์มาไหว้พระนอนไสยาสน์ในวิหาร คนที่ทำผิดไม่ได้เกี่ยวกับหลวงพ่ออันเป็นพระประธานเร่งจัดทำฐานข้อมูลพระสงฆ์ด้านนายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกฯกำกับดูแล (พศ.) กล่าวว่า กรณีอดีตพระอติโชติ ต้องแยกให้ออกระหว่างพระพุทธศาสนากับความประพฤติของสงฆ์ สงฆ์ถือเป็นคนหมู่มากคงมีอะไรที่บิดเบือนบิดเบี้ยวกันอยู่บ้าง แต่เราพยายามทำให้เกิดขึ้นน้อยที่สุด ปัญหาสำคัญที่สุดไม่ได้อยู่ที่ไม่มีกฎหมาย แต่อยู่ที่ใจที่เต็มไปด้วยกองกิเลส เห็นภาพแล้วก็เศร้าใจไม่อยากให้เกิดเหตุเหล่านี้ขึ้นมาเลย ต้องจัดการตามกฎหมาย เป็นเรื่องที่รัฐบาลก็รับไม่ได้ ได้มอบหมายให้ พศ.ร่วมกับตำรวจดำเนินการผู้ที่เกี่ยวข้องแล้ว พศ.จะทำงานเชิงรุก เพราะพระมีเยอะ ทุกคนรู้อยู่แล้วว่าอะไรควรไม่ควร ถ้าคนยังไม่สามารถควบคุมได้มันก็จะเกิดปัญหาอย่างนี้อยู่เรื่อยๆ ต้องมีมาตรการป้องกันไม่ให้เกิดขึ้นอีก อย่างเรื่องทรัพย์สิน มอบนโยบาย พศ.ไปแล้วให้ไปทำระบบบัญชีวัดเชื่อมโยงกับส่วนกลาง ตรวจสอบได้ว่ารับหรือใช้เงินไม่ถูกไม่ควรหรือไม่ จะได้ปราบตั้งแต่เนิ่นๆ พศ.ดำเนินการร่วมกับฝ่ายศาสนจักรมีกฎมหาเถรสมาคม (มส.) มีพระวินัยดำเนินการอยู่แล้ว วางกฎเกณฑ์เบื้องต้นว่าคนแบบไหนไม่ควรรับ มีทะเบียนตรวจสอบพระไม่จริง กำลังทำอยู่ เพิ่งได้งบประมาณปีนี้กว่า 60 ล้านบาท แต่ก่อนไม่มีฐานข้อมูลนี้เลย ขณะนี้กำลังเริ่มทำฐานข้อมูลระบบบัญชีกลางเชื่อมโยงข้อมูลของทุกวัดเข้าด้วยกันนายกฯเผยเหรียญปลุกเสกเป็นคณะที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ และ รมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์กรณีชาวเน็ตโพสต์ภาพและวิจารณ์กันกระหึ่ม กรณีนายกฯเคยห้อยและโชว์เหรียญเหนือดวงว่า “แต่มันก็เวิร์กนะ ถ้าคนที่เชื่อเรื่องพวกนี้เราก็เชื่อในสิ่งที่ดี เวลาพระปลุกเสกวัตถุมงคลต้องใช้บรรดาเกจิเป็นคณะ ไม่ใช่รูปใดรูปหนึ่ง ของศักดิ์สิทธิ์เหล่านี้เอาไว้ป้องกันสิ่งชั่วร้ายออกไป ถ้าเรามีจิตใจที่สุจริต มีจิตใจที่ดีก็จะไม่มีสิ่งชั่วร้ายอยู่ในตัวเรา” เมื่อถามว่าที่หลายคนมองว่าเรื่องนี้ใหญ่มากถึงขั้นมีการโยงถึงการฟอกเงิน นายอนุทินกล่าวว่า จากที่เห็นเส้นเงินต่างๆ งานนี้ ปปง. และตำรวจต้องเข้าไปร่วมงานกัน เพราะเข้าข่ายเรื่องการยักยอกทรัพย์ หรือมีเรื่องการหลอกลวงประชาชนหรือไม่ แต่ผิดกฎหมายแน่นอน ถามว่าจะตรวจสอบถึงวัดอื่นด้วยหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า น่าจะมีการตรวจสอบอย่างต่อเนื่องอยู่แล้ว ผู้สื่อข่าวต่อถามว่าวันนี้นายกฯห้อยพระมากี่องค์ นายอนุทินจับไปที่หน้าอกตอบว่า หลายองค์อ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่