เรื่องที่ 12 ในหนังสือเรื่องเล็กๆ ความหมายใหญ่ๆ (สุริเทพ ไชยมงคล เรียบเรียง อินสไปร์ เครือนานมี พิมพ์ พ.ศ.2553) ชื่อเรื่อง ทำเลทองของโชแปง ครับตอนที่วัยรุ่นชอบสีไวโอลิน ชื่อโชแปง เดินทางจากโปแลนด์ถึงสหรัฐอเมริกา เขามีทางเลือกเดียว สีไวโอลินหาเงินเลี้ยงชีวิตจากข้างถนนอาชีพนี้ ที่จริงก็ไม่ต่างอะไรกับคนวางแผงลอยขายของ พวกเขาต้องแย่งกันจับจองทำเลทอง ในบริเวณที่มีผู้คนสัญจร ไปมามากมาย แน่ล่ะ! ใครยึดทำเลทองได้ก็สามารถหาเงินได้มากบังเอิญโชคเข้าข้างโชแปง และเพื่อนนักไวโอลินผิวดำอีกคน สามารถแย่งพื้นที่ ที่น่าจะหาเงินได้ดี มันอยู่ตรงปากทางเข้าธนาคารแห่งหนึ่งผู้คนที่เดินเข้าออกธนาคารวันละมากๆ โชแปงและเพื่อน หาเงินแต่ละวันๆได้ไม่น้อย สถานการณ์สำหรับคนที่ต้องการมีเงิน ทำเลทองนี้เขาคงไม่คิดที่จะทิ้งมันไปง่ายๆสำหรับเพื่อนนักไวโอลินผิวดำนั้น...ใช่แต่กับโชแปง ไม่ใช่ เป้าหมายของเขายาวไกลกว่า ไม่กี่วัน เขาเอ่ยคำร่ำลาเพื่อนใช้เงินก้อนที่เพิ่งหาได้เข้าโรงเรียนดนตรี ศึกษาวิชาดนตรีระหว่างการเรียน เขาก็ได้แลกเปลี่ยนความรู้กับเพื่อนนักดนตรีทักษะสูงกว่า พัฒนาวิชาเล่นไวโอลิน เวลาทั้งหมดที่มีโชแปง ทุ่มเทให้การฝึกฝนการสีไวโอลินอย่างเดียวแน่ละ! ในโรงเรียนดนตรี โชแปงไม่สามารถหาเงินได้มาก เท่ากับเงินที่ได้จากสีไวโอลินข้างถนนสิบปีต่อมา วันหนึ่งโชแปงผ่านไปที่หน้าธนาคารแห่งนั้น เพื่อนนักไวโอลินผิวดำก็ยังคงอยู่ที่นั่น ทุกๆวันเขาก็ยังทำเงินได้มากเหมือนเดิมแต่เทคนิคการแสดงของเขา ก็ยังคงเหมือนเดิมโชแปงมองเพื่อนนักไวโอลินผิวดำ ขณะสีไวโอลิน สีหน้าเขายังแสดงออกถึงความภาคภูมิใจ พึงพอใจ และเคลิบเคลิ้มไปกับเสียงดนตรีฝีมือตัวเองวินาทีที่เพื่อนนักดนตรีผิวดำเหลือบมองเห็นโชแปง เขาออกอาการดีใจ หยุดเล่นไวโอลิน แล้วถามอย่างอบอุ่น “สหาย ไม่ได้เจอกันเสียนาน ตอนนี้เล่นดนตรีอยู่ที่ไหน?”โชแปงบอกชื่อโรงแสดงดนตรีที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่ง...นักดนตรีผิวดำถามกลับ“หน้าปากทางเข้าโรงแสดงดนตรีแห่งนั้น เป็นทำเลดี หาเงินได้เยอะหรือ?”“พอใช้ได้” โชแปงตอบเบาๆ โดยไม่ได้อธิบายอะไรนักดนตรีผิวดำไม่รู้เลย โชแปงในสิบปีต่อมานั้น กลายเป็นนักดนตรีมีชื่อเสียง เขาก็มักแวะเวียนเล่นดนตรีตามโรงดนตรี มีชื่อเสียงระดับประเทศ และแน่ล่ะ! เขาไม่ใช่นักดนตรีข้างถนนอีกต่อไปจบเรื่องเล็กๆมีคำอธิบายความหมายใหญ่...ว่า คนเราควรรู้ว่าเวลาไหนควรวางมือ และเวลาไหนควรไปหาสถานที่ใหม่ คนเราควรปลุกความกล้าหาญ เรียนรู้อย่างต่อเนื่อง ออกไปสร้างจุดที่สูงสุด“ชีวิตคนเปรียบเหมือนปลากระป๋อง” นี่เป็นสำนวนเปรียบเปรยที่บาดหู “ความกล้าหาญนั้นเปรียบเหมือนที่เปิดกระป๋อง จับที่เปิดกระป๋องให้มั่นแล้วดึงมันออก จึงจะได้รสความหอมหวานของชีวิต”นอกจากโวหารเปรียบเปรยที่ดูหยาบๆ แปลกหู มีบทสรุปคำอธิบายความหมาย เรื่องเล็กๆดังต่อไปนี้คนประเภทหนึ่งมักสร้างโอกาส คนประเภทที่สองมักคว้าโอกาส คนประเภทที่สามมักรอโอกาส และคนประเภทที่สี่มักเสียโอกาสคุณเป็นคนประเภทไหน?กิเลน ประลองเชิงคลิกอ่านคอลัมน์ “ชักธงรบ” เพิ่มเติม